13 ปี รสช. รัฐธรรมนูญไทยเป็นอัมพาต!!!

รสช. เผด็จการทหาร จากวันนั้นถึงวันนี้ สังคมไทยก้าวไปสู่สังคมรูปแบบใด ..เหล่าวีรชนเดือนพฤษภาคม ออกมาเดินบนท้องถนน เรียกหาสิทธิเสรีภาพ หลั่งเลือดเนื้อจิตวิญญาณ จนสังคมไทยได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่หลายฝ่ายบอกว่าดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา..ได้สื่อเสรี ไอทีวี สื่อกลางเชื่อมประสานให้ข้อเท็จจริงแก่สังคม มาวันนี้ สังคมไทยก้าวสู่สังคมรูปแบบใด..

จากเผด็จการทหาร สู่เผด็จการธุรกิจการเมือง 13 ปี รสช. จากวันนั้นถึงวันนี้ สังคมไทยสรุปได้หรือไม่ว่า ประเทศกำลังเผชิญกับเผด็จการ จากฐานการปันประโยชน์ จนไม่มีใครมองเห็นถึงอำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐบาล งานเวทีต้านเผด็จการรูปแบบใหม่ 13 ปี รสช. จากเผด็จการทหาร สู่ เผด็จการธุรกิจการเมือง จันทร์ 23 กุมภาพันธ์ โดยศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตยและองค์กรร่วมจัด นำทีมวิทยากร คุณ พิภพ ธงไชย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย คุณ คณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และ น.พ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ส.ว. เสียงข้างน้อยในสภาวุฒิ เป็นแบบร่างความคิดที่ภาคประชาชนทุกส่วนน่าจะรับฟัง..

พิภพ ธงไชย... ผมเชื่อว่า ปัญหาความขัดแย้งรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐและประชาชนในสังคมไทยไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขื่อน หรือโรงไฟฟ้าประจวบ หากเราใช้กลไกลรัฐธรรมนูญเต็มที่เราสามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งกระบวนการการมีส่วนร่วม ใช้กฎหมายข้อมูลข่าวสารหรือสิทธิการจัดการทรัพยากรของ สาเหตุใดที่รัฐธรรมนูญไม่เป็นผล..ใช่หรือไม่ว่า เกิดกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ก่อเกิดพรรคใหญ่พรรคเดียวแล้วกดทับพรรคการเมืองฝ่ายค้านและพรรคทางเลือกที่สาม..ประเด็นของผม คือว่า ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ สังคมไทยต้องคิดให้ออกถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำอย่างไรให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ของตนเอง

พรรคทางเลือกจะเกิดได้หรือไม่่ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อมาอยู่ระหว่าง 2 พรรคใหญ่และทำอย่างไรให้วุฒิสมาชิกปลอดจากการเมืองโดยสิ้นเชิง..ซึ่งหากทำไม่ได้ ผมเชื่อว่า สังคมไทยจะเกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญ และหากไม่เกิดการแก้ไข รัฐบาลไทยรักไทยจะเกิดวิกฤติ..รัฐบาลกำลังทำให้พลังภาคประชาชนไร้ความหมาย ..ขณะนี้ ..สังคมไทยกำลังสิ้นหวังกับรัฐธรรมนูญหรือเปล่า อะไรคือการแก้ไข..หากสังคมไม่อาจหาคำตอบหรือทางออกจากวิกฤติรัฐธรรมนูญได้..คนไทยจะต้องออกมาเดินบนท้องถนนอีกซึ่งไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น..ผมเชื่อว่า เผด็จการทหาร แก้ไขได้โดยการออกมาเคลื่อนไหว ประท้วงระบอบ ..แต่ เผด็จการธุรกิจการเมือง คงไม่ต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างนั้น แต่แก้ไขได้ด้วยกลไกทางการเมือง และรัฐธรรมนูญ..

คณิน บุญสุวรรณ สังคมจะต้องต่อสู้กับศัตรูของรัฐธรรมนูญ เมื่อเราร่วมกันสร้างบ้าน เราต้องออกมาช่วยกันปกป้อง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกยึดกุมสภาพโดยรัฐ เราจะไม่ถามว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น มิฉะนั้นเหมือนกับตอกย้ำว่า เราดูแลบ้านกันภาษาอะไรถึงปล่อยให้..โจร..เข้าบ้านได้..

รัฐธรรมนูญ..ฉบับนี้เหมือน..ต้นไม้..ขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา มีรากและโคนต้นที่แข็งแรงอันเป็นที่พึ่งของประชาชน หากกลับเกิดกาฝากมาเกาะกิน และหากประชาชนไม่สามารถปกป้องต้นไม้ประชาธิปไตยต้นนี้เอาไว้กาฝากที่เจริญเติบโตจะทำให้ประเทศเข้าสู่วิกฤติสังคมเหมือนกับหลาย ๆ ประเทศแถบอเมริกาใต้หรือเป็นรูปแบบเผด็จการแบบอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการออกแบบ สร้างชุดองค์กรอิสระให้เป็นปราการแรกในการป้องกันและเกิดดุลทางอำนาจ ทั้งตัววุฒิสภาและพรรคการเมืองอีกส่วนเป็นกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และเสรีภาพของสื่อ ที่หมายถึง เสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็น เข้าถึงข้อมูล ..ดูเหมือนว่าองค์กรหรือกระบวนการตามรัฐธรรมนูญเหล่านี้ ประหนึ่งจะเป็นอัมพาต ความหมายของผมคือว่า..เมื่อเราเป็นคนร่วมสร้างหากเราเห็นว่า องค์กรทางสังคมไม่ทำงานเราประชาชนสามารถยึดมันคืนมาได้ใช่ไหม..ทำอย่างไรง่าย ๆเลือกตั้งวุฒิสภาคราวหน้า หากเราประชาชนเห็นว่าไม่เหมาะสม หรือเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองก็..ไม่ต้องไปเลือกให้เสียเวลา..

ผมคิดว่า สังคมไทยวันนี้กำลังหลงลืม เราอาจจะลืมไปว่า เมื่อเราสร้างบ้านที่แข็งแรง ที่ดีไว้แล้ว เรากลับเข้าไปนั่งในบ้าน ดูโจรเข้าบ้านเฉย ๆ ..กลไกรัฐธรรมนูญจะเป็นประโยชน์กับประชาชนได้เราต้องเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญ คือ ความเคลื่อนไหวและตรวจสอบระบบการทำงานอยู่เสมอ..ความหวังยังอยู่ที่ภาคประชาชน..

น.พ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ สังคมไทยวันนี้กำลังเผชิญหน้ากับอะไร กลุ่มเผด็จการธุรกิจการเมืองที่เข้ากุมสภาพสังคมเอาไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จและเป็น..รูปแบบที่เงียบเชียบ..กว่าเผด็จการทหาร ..ประเด็น คือ เราต้องกลับมาทบทวนแง่มุมของการเมืองภาคประชาชนที่ใช่ว่าจะไม่มีกฎกติกาแต่ต้องเป็นไปตามแม่บทของรัฐธรรมนูญ

สังคมไทย..วันนี้กำลังเผชิญกับเผด็จการเชิงธุรกิจที่เข้ารวบอำนาจทุกหน่วยสังคม ทั้งองค์กรรัฐและองค์กรอิสระจนองค์กรเหล่านี้ต้องหันมา..ปกป้องตัวเอง เกิดสภาวะนิ่งและไม่อาจสร้าง..ประเด็นสาธารณะได้ ทั้งนี้ อำนาจเหล่านี้ยังกระจายออกสู่ท้องถิ่นในรูปแบบของระบบ ซีอีโอ ซึ่งไม่ใช่เป็นการกระจายอำนาจการตัดสินใจแต่เป็นการรวมศูนย์อำนาจรัฐ สร้างความชอบธรรม

ภาคประชาชน ..ถูกทำให้เป็นประชาชนที่ด้อยโอกาส ขาดข้อมูลที่เป็นจริง ประชาชนถูก..สะกด..ด้วยนโยบายประชานิยม สร้างภาวะตัวใครตัวมันอันหมายถึง เงิน กลายเป็นบุคคลที่ยึดติดรัฐ คิดเพียงแบมือขอรัฐ เชื่อว่ัา..เดี๋ยวรัฐก็อุ้ม เช่น การขึ้นทะเบียนคนยากจน แค่จดทะเบียนแต่ยังไม่มีมาตรการ ท่านนายกก็ออกมาบอกว่า..คะแนนเสียงของพรรคจะเพิ่มขึ้น 10-20 ล้านเสียงและพรรคอยู่ได้อีก 20 ปี เพราะอะไรครับ ประชาชนถูกทำให้กลัวว่า ตนจะถูกถอดออกจากทะเบียนการช่วยเหลือเพียงเท่านี้ก็ทำให้พลังประชาชนไม่มีปากเสียง เสพติดเงินช่วยเหลือของรัฐ ..ขณะที่รัฐบาลไม่ได้บอกว่าชุมชนจะต้องเข้มแข็งหรือเป็นอิสระแต่กลับตอกหมุด..ย้ำความเป็นทาส

การเลือกตั้ง กลับเป็น..การเชื่อมโยงอำนาจ..ของรัฐบาล ไม่ใช่การกระจายอำนาจลงสู่ระดับท้องถิ่นอีกต่อไป แต่เป็นการผนึกระบบอำนาจจากศูนย์กลางในทุกระดับ ทั้งที่รัฐธรรมนูญได้วางกรอบแนวเอาไว้หากในเชิงปฏิบัติกลับเป็นการบิดเบือน..หรือสื่อสารมวลชน..อันหมายจะเป็นที่พึ่งนับจากการโค่นเผด็จการรสช. กลับไร้ความหมายเมื่อได้รับการตอกย้ำด้วย..กลุ่มทุนที่เข้ากุมสภาพ..

สังคมไทย..กำลังเข้าสู่สภาวะ การตามผู้นำอย่างงมงาย ..กรณีไข้หวัดนก เป็นการตอกย้ำกระแสความเชื่อเพียงพยุงฐานะทางเศรษฐกิจ..ที่ได้รับการปลุกปลอบจากรัฐบาล มากกว่าความเป็นห่วง สวัสดิภาพ และการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง จากจำนวนคนป่วย 7 คน ที่ตาย ไก่ 30-40 ล้านตัวที่ถูกฆ่า เกษตรกรรายย่อยที่ต้องล้มละลาย เป็น 4-5 แสน ครอบครัว ขณะที่นายทุน 2-3 กลุ่มกลับไม่ล้มละลาย..เพราะมีการอุ้มกันระดับชาติ..กรณี เอฟทีเอ เป็นอีกกรณี ที่เป็นการสร้างช่องว่างให้กลุ่มทุนเข้ามาแสวงผลภายในประเทศ รูปธรรมชัดเจน กรณีการเปิดการค้าเสรีไทย-จีน กรณี กระเทียม ลำไย ยังไม่นับรวมเรื่อง สิทธิบัตรยา การบริการทางสาธารณสุข สิทธิทางปัญญา การบริการ หรือการออกกฎหมาย 11 ฉบับ เปิดสัมปทานรัฐวิสาหกิจที่ถูกขนานนามว่าเป็นกฏหมายขายชาติ ..หรือ กรณีสถานการณ์ภาคใต้ นับตั้งแต่นโยบายการก่อการร้าย เป็นพันธมิตรนอกนาโต้หรือเหตุการณ์จับกุมฮัมบาลีเปิดฉากนำประเทศเข้าสู่สภาวการณ์ก่อการร้าย ตอนแรกเริ่มสถานการณ์ใต้ ท่านนายก พูดว่า เป็น..กลุ่มโจรกระจอก ..ตอนหลังเมื่อเหตุการณ์บานปลายจึงออกมาบอกว่า เป็นเรื่องของการก่อการร้าย การแบ่งแยกดินแดน ขบวนการยาเสพติด และรัฐบาลแก้ปัญหาอย่างไร ทุ่มเงินลงไป จัดระเบียบปอเนาะ ใช้กำลังทหารลงไป วันนี้ กลับเป็นการขยายให้เกิดเหตุรุนแรง ขยายช่องว่างสงครามประชาชน ทั้งอุ้มฆ่าและลอบทำร้าย เป็นความไม่เชื่อมั่นในระบอบรัฐบาล ยิ่งเป็น..การตอกลิ่ม ปะทุสงครามระหว่างประชาชนและคนรัฐ

พลังภาคประชาชนต้องตื่นตัว จะเน้นการเคลื่อนไหวกดดันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ประการสำคัญ คือ ทำอย่างไรจึงจะเชื่อมโยงกลุ่มคนทุก ๆ หน่วยในสังคมให้รับรู้สภาพ ขณะนี้คนเริ่มเห็นปัญหา ประเด็น คือจะทำอย่างไร..??


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

24 กุมภาพันธ์ 2547