|
รายการถึงลูกถึงคน วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน
2547 ยายใฮ คนทุบเขื่อน
ผู้ร่วมรายการ :
1. ยายใฮ ขันจันทา อายุ 76 ปี คนทุบเขื่อน
2. นางเพชร ขันจันทา บุตรสาว
3. พจน์ สันตพัน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กิ่งอำเภอนาตาล จ.อุบลราชธานี
4. ส่งศักดิ์ ศุภโครตร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ตำบลนาตาล จ.อุบลราชธานี
5. สุรสีห์ โกศลนาวิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
6. อุทัย ธนบุณยนันท์ ปฏิรูปที่ดิน จ.อุบลราชธานี (สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์)
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
- ยายใฮ ขันจันทา อายุ 76 ปี
- เพชร ขันจันทา บุตรสาว
- อ.สุรสีห์ โกศลนาวิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- พจน์ สันตะพันธ์ นายก อบต.กิ่ง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เสื้อฟ้า
- ส่งศักดิ์ ศุภโคตร ผู้ใหญ่หมู่ 10 ต.นาตาล จ.อุบลฯ เสื้อแดง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สรยุทธ : ถ้าย้อนกลับไป 27 ปีก่อน ตอนนี้คุณยายอายุ 76 ปี 27 ปีก่อนก็อายุ
49 แล้วลูกอายุเท่าไหร่ตอนนี้
เพชร : ตอนนี้ 31 ค่ะ
สรยุทธ : แล้วทำไมไปขุดครับ
ยายใฮ : กลัวไม่ได้นาคืน ฉันไม่มีนาจะทำกิน
สรยุทธ : แต่ตอนนี้ที่ดินส่วนใหญ่น้ำท่วมเกือบหมดแล้ว ทำไมยายตัดสินใจขุดระบายน้ำออก
คือจะเอาที่ตรงนี้คืน ยายคิดยังไง
ยายใฮ : ก็ไม่มีที่ทำกิน ลูกก็สิบ สองครอบครัว 134 คน จะให้กินอะไร ไม่ใช่จะมีแค่ยายกับตา
เพชร : สอบครอบครัว แกนับรวมกับครอบครัวพ่อเสือ ซึ่งเป็นพี่เขยค่ะ ที่สองแปลงเป็นมรดกของยายคูนให้ลูกสาวสองครั้ง
คือแม่ใส กับแม่ใฮ
สรยุทธ : ยายขุดเพื่อเอาน้ำออก ที่จะได้กลับคืนมา อะไรดลใจยาย
ยายใฮ : เพราะมันจน หายใจไม่เข้า หายใจไม่ออก แล้วจะทำยังไงได้ เดี๋ยวนี้ข้าวขึ้นราคา
เขาก็ไม่ให้ฉันทำต่อไป เขาจะทำเอง เพื่อเขาจะขายข้าว
สรยุทธ : คือยายไปเช่าที่นาที่อื่นทำ แล้วตอนหลังเขาไม่ยอมให้เช่าแล้ว เพราะข้าวราคาดี
เอาที่ไปทำเอง
ยายใฮ : เอาที่ไปทำเอง
สรยุทธ : อ๋อ ยายก็เลยไม่มีที่ทำกินเลย จะเอาที่ตรงนี้ไปทำนาคืน
มีใครยุหรือเปล่า
ยายใฮ : ไม่มีใครยุแหย่ ผู้ใหญ่บ้านก็หลานชาย แต่แกไม่ยุแหย่ อบต.ก็ญาติกัน
ก็ไม่ยุแหย่
สรยุทธ : มีองค์กรจากส่วนกลางไปยุยายบ้างไม๊
ยายใฮ : ไม่มี สาบานที่ไหนฉันก็ไม่ตาย
เพชร : ขนาดลูกๆ ยังห้ามเลยค่ะ แม่บอกว่านี่เป็นที่มรดกของยาย เหมือนแม่เป็นลูกอกตัญญู
ไม่รักษามรดกลูก พ่อแม่สืบไว้ให้ลูกให้หลาน แต่ด้วยแรงขับของแม่บอกว่า อีกไม่กี่ปีแม่ก็จะตาย
ที่แม่อยากได้ที่ตรงนี้คืน แม่ไม่ได้อยากได้เพื่อตัวเอง แต่แม่อยากให้ลูกให้หลาน
เหมือนยายเอาไว้ให้แม่
ยายใฮ : ลูกก็ถามว่ายายจะทำกับใคร ยายก็บอกว่าทำคนเดียว ถ้าลูกไม่อยากได้
แต่ถ้าอยากได้ก็ขอให้มาทำร่วมกันกับแม่
สรยุทธ : แต่ยายบอกว่าลูกบางคนไม่ต้องขุด เผื่อยายโดนจับ มีไม๊
ยายใฮ : มี แต่ก็จับไปเถอะ
เพชร : หนูเป็นคนบอกเองว่าแม่จะโดนจับแน่
ยายใฮ : ยายก็ขุดเองทั้งน้ำตา
สรยุทธ : มันไม่ใช่ง่ายนะ
ยายใฮ : ง่ายไม่ง่ายฉันก็เอา แต่ฉันถึงเวลาแล้ว 27 ปีแล้ว รออะไรก็รอเปล่า
ฉันไม่ได้อะไรเลย ฉันก็จะเอาที่ของฉันคืน
สรยุทธ : ตรงนี้ประมาณ 22 ไร่ และตรงนี้อีกประมาณ 20 ไร่ ยายไม่เคยได้รับเงินชดเชยเลย
ยายใฮ : ไม่มี หนึ่งสลึงก็ไม่ได้ ครึ่งสตางค์ก็ไม่ได้
สรยุทธ : ตอนนั้น รพช.เข้ามาทำฝาย เขาบอกว่าไง
ยายใฮ : เขาไม่บอกอะไรเลย แต่ล่าลายเซ็นต์ ไม่มีตีฆ้องมาประชุมกัน แต่ฉันไม่มา
เพชร : คือแบบแปลนโครงการที่เจ้าหน้าที่ รพช.ถือมา มันเป็นอีกที่นึงที่ห้วยหินราษฎร์
ไม่ใช่เป็นที่ดินที่นี่คือห้วยละห้า เขาบอกว่าให้แม่เซ็น แม่ก็ขอดูแบบแปลน
แต่เขาหนีบรักแร้เอาไว้ แม่ก็ไม่เซ็น เขาก็รีบดึงกลับคืนไป
สรยุทธ : มี 3 ครัวเรือนไม่ยอมเซ็น ทำไม 18 ครัวเรือนยอมล่ะ
ยายใฮ : ฉันก็ไม่รู้ ยังไม่มีการตกลงกันเลย สำรวจก็ลุยเข้าไปแล้ว ข้าวที่นาของยายใฮยังไม่ทันเก็บเกี่ยว
ก็บุกเข้าไปแล้ว จะให้เซ็นยินยอมทำไม
สรยุทธ : เขาบอกว่าจะช่วยอะไรยายบ้างไม๊
ยายใฮ : ไม่มี เขาไม่พูดกับยาย เขาทำเสร็จแล้วก็กลับ ยายก็ยังไม่ยอมเซ็น
เพชร : ตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านบอกว่าที่ของแม่ ให้แม่ตามเอาเอง คือไม่เกี่ยวกับผู้ใหญ่บ้าน
เพราะไม่ใช่นาของผู้ใหญ่บ้าน
สรยุทธ : จากนั้นเขามาทำฝายน้ำ น้ำก็เต็มไปหมดเลย แต่น้ำไม่ไหลไปตามห้วย
ก็เลยเกิดเป็นฝายขนาดใหญ่ขึ้นมา ชาวบ้านแถวนั้นคงจะมีสูญเสียที่กันบ้างหรือไง
ถูกไม๊ครับ มีเหมือนยายเยอะไม๊
ส่งศักดิ์ : ก็เยอะเหมือนกัน
สรยุทธ : แต่ว่าเขายอมเพราะ
ส่งศักดิ์ : ก่อนจะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตามระบบราชการ บางส่วนก็ยินยอมให้ดำเนินการ
แต่ก่อนแผนของสภาตำบลบรรจุเข้าไว้ เพื่อรองรับความต้องการชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นๆ
เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วปัญหาที่ตามมาก็คือ ผมอยากให้หน่วยงานรัฐดำเนินการแก้ไข
เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น จะให้ชุมชนแก้ไขยุติข้อเรียกร้องนั้น มันแก้ไขได้ยาก
สรยุทธ : แล้วทำไม 18 ครัวเรือนถึงยอม ทำไม 3 ครัวเรือนไม่ยอม จำได้ไม๊
ส่งศักดิ์ : จำไม่ได้ครับ
เพชร : ที่ผ่านมาก็มีการพิสูจน์สิทธิ์ รังวัดที่ดิน มีการตั้งคณะทำงาน คณะกรรมการต่างๆ
และมาพิสูจน์สิทธิ์ว่าถูกต้องจริงไม๊ และไม่ยอมเซ็นจริงไม๊ ผ่านกระบวนการตรวจสอบทุกอย่าง
ก็ได้จำนวนเนื้อที่ที่ถูกน้ำท่วม คณะทำงานก็นำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่
สรยุทธ : ตกลงตัวเลขเป็นเท่าไหร่
เพชร : ก็มีการคิดคำนวณค่าชดเชยที่ดินโดยคณะทำงานที่มีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. และคณะทำงานระดับจังหวัด คณะทำงานระดับจังหวัดเสนอไร่ละ
5 หมื่นบาท คณะทำงานระดับท้องถิ่นเสนอไร่ละ 8 หมื่นบาท ตกลงรวมแล้วค่าเสียโอกาส
ค่าชดเชยที่ดิน ก็ 3 ราย 62 ไร่ ประมาณ 9 ล้านบาทเศษเมื่อปี 2544
สรยุทธ : แต่ 3 ราย ยายเป็น 1 ใน 3 และของยายเองประมาณเท่าไหร่
เพชร : ประมาณ 2 ล้านค่ะ
สรยุทธ : แล้วนับถึงวันนี้แม่ของเท่าไหร่
เพชร : ไม่ขอแล้ว แม่จะเอาที่คืนอย่างเดียว
สรยุทธ : เงินกี่ล้านก็ไม่เอา
ยายใฮ : ไม่เอา เพราะมันเอายาก
เพชร : พอมาถึงกระบวนการนี้ ทั้งคณะกรรมการก็ตัดสินว่าไม่ให้เงินแล้ว เอาที่ดินไป
ให้ สปก.ไปดำเนินการตามระเบียบ
สรยุทธ : ที่กรรมการสิทธิฯไปดู และกลัวว่าจะเป็นแบบอย่างของที่อื่นๆ
สุรสีห์ : สิทธิขั้นพื้นฐาน ก็จะต้องให้เขาเหมือนกัน เพราะเขาประกอบอาชีพ
วันนั้นพบนายก อบต. ก็บอกว่าเราต้องฟังเสียงข้างน้อยด้วย
สรยุทธ : ทำไม อบต.แจ้งจับคุณยาย
พจน์ : เพราะเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ตอนนั้นผมยังไม่ได้รับตำแหน่ง
อบต. ตอนนั้นผมทำงานการเมืองอยู่ช่วงนั้น ก็ทำงานเป็นผู้ช่วย ส.ส. สิทธิชัย
โค้วสุรัตน์ ปัจจุบันท่านก็ดำรงตำแหน่งเลขานุการ รมว.ยุติธรรม ตอนนั้นก็นำเสนอท่านเพื่อนำไปแก้ไข
จนมาประมาณต้นปี 44 ก็มารับตำแหน่งเป็นนายก อบต.ในพื้นที่ ก็รู้ปัญหาของแม่ใฮเป็นอย่างดี
ก็ลงไปสอบถามชาวบ้าน เพราะยังไม่รู้ว่าฝายตรงนี้ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร บางคนบอกว่ามีการยินยอมเซ็น
บางคนก็บอกว่าไม่ได้ยินยอมเซ็น ตอนนั้นอีสานแล้ง ถ้ามีน้ำ บางคนก็ยอมเสียสละเซ็นเพราะอยากได้น้ำ
และก่อนวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา เห็นแม่ใฮกำลังปลูกกระต๊อบเพื่อขุด วันนั้นผมได้ไปกับ
หน.กิ่งคนปัจจุบัน คือท่านมหานพ กาญจนาวิจิตร และไปนั่งสนทนาในกระท่อมของท่าน
ก็บอกว่ารู้ปัญหาของแม่ใฮ เป็นปัญหาที่ยาวนา และรู้เจตนาของแม่ใฮไม่ฟังเสียงท้องถิ่นที่ไปให้คำแนะนำ
และเรารู้ว่าในวันที่ 18 แม่ใฮเริ่มจะขุด วันนั้นก็เลยไปปรึกษา จนท. ตอนนั้นฝ่ายกฎหมายคือ
สภ.อ.นาตาล วันนั้นก็เลยไปกับท่านรองผู้กำกับ ท่านสมภาร มุทาพร และไปกับท่าน
พ.ต.ต.สราวุธ คงคานนท์ สวป. ก็ไปเจรจากับแม่ใฮที่กระท่อมว่า อย่าไปขุดทำลายให้น้ำไหลออก
ถ้าขุดก็จะจับตามกฎหมาย พอถึงวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ผมไม่ได้พูดวาจา แต่ทำเป็นเอกสารแจ้งมายังแม่ใฮให้หยุดขุด
และให้แม่ใฮทำเป็นเอกสารถึง อบต. ทาง อบต.ก็จะเสนอกับหน่วยงานที่รับผิดชอบให้
คืนวันที่ 24 เม.ย. ทาง อบต.ก็ส่งหน่วยงานเข้าไปดูพื้นที่ว่าจะมีการขุด
ผลปรากฏว่าน้ำทะลุ น้ำไหลแล้ว ความกว้างรูน้ำประมาณ 30 ซม. น้ำก็เริ่มระบายออก
พอเช้าวันที่ 25 ผมก็มาปรึกษากับกำนัน หน.กิ่ง และตำรวจ ซึ่งต้องแจ้งความจับผู้กระทำความผิดที่ทำลายฝายห้วยละห้า
ผลปรากฏว่าในวันนั้นน้ำก็เริ่มไหลออก ชาวบ้านมีความเดือดร้อน เพราะตัวปั๊มน้ำที่ไปทำประปาเริ่มตื้นเขิน
เพราะระดับน้ำลดลง และน้ำประปาก็ไม่ไหลเลย ชาวบ้านกว่า 2 พันคน 3 หมู่บ้าน
ก็เข้ามาประสาน อบต. อำเภอ และตำรวจ ว่าไม่ได้ติดใจแม่ใฮ แต่ต้องการให้ทางฝ่ายแม่ใฮไปปิดน้ำไว้ก่อน
เรื่องแม่ใฮค่อยว่ากันทีหลัง
สรยุทธ : ยายว่าไงครับ
แม่ใฮ : คน 2 พันกว่าคนเดือดร้อน แต่ถ้าไม่เดือดร้อน ยายก็ตายได้ ครอบครัวก็อยู่ไม่ได้
สรยุทธ : เขาก็บอกว่าให้ร้องเรียนไปตามขั้นตอน อย่าไปขุด
แม่ใฮ : ฉันร้องเรียนมา 27 ปีแล้ว ผลอะไรก็ไม่เกิดขึ้น จะให้ฉันร้องเรียนกับใครอีก
ฉันขอประทานโทษ ถูกไม๊คะ
เพชร : วันที่ 26 มิ.ย.2546 ที่ศาลากลางที่ยายไปร้องเรียน ยายถูกโยนบกออกมาเลยค่ะ
ยายใฮ : ยายก็เจ็บปวดทั้งกาย เจ็บปวดทั้งใจ จะให้ฉันพึ่งใคร ถ้าฉันไม่พึ่งตัวเอง
สรยุทธ : ถูกครับ
ตอนนี้เอาดินไปถมไว้ก่อนใช่ไม๊ครับ
พจน์ : ครับ ปิดที่น้ำมันรั่วออก
สรยุทธ : เดี๋ยวพรุ่งนี้ยายกลับบ้านก็จะไปขุดอีก แล้วจะทำยังไงดีครับผู้ใหญ่
ส่งศักดิ์ : ถ้ายายขุด ก็เป็นหน้าที่ของ อบต.ไปดำเนินการฟ้องจับครับผม
พจน์ : ผมว่าถ้าจะให้ดีต่างฝ่ายต้องต่างหยุด แล้วนำเรื่องเสนอต่อระดับเบื้องบน
คือรัฐบาล เพื่อจัดสรรงบประมาณมาทำน้ำประปาให้ใน 3 หมู่บ้าน แล้วให้ที่ดินคืนแก่ยายใฮไป
ถ้าชาวบ้านเห็นยินยอม ตรงนี้น่าจะมีทางออกที่ดีที่สุด
สรยุทธ : ผมจะพูดคุยกับปฏิรูปที่ดิน จ.อุบลฯ ที่ไปเจรจา ไปรังวัด ไปหาที่ดิน
สวัสดีครับคุณอุทัย ตกลงปฏิรูปที่ดินหายไปไหนครับเนี่ย
อุทัย : ยังมีการติดตามงานอยู่ แต่แนวทางการจัดหาที่ดินอยู่ภายใต้กฎหมายปฏิรูปที่ดิน
การจัดหาที่ดินต้องซื้อที่ดินจากเอกชนที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน และที่ดินทำการเกษตรจะต้องเหมาะสมและไม่แพงจนเกินไปนัก
ถึงจะนำมาซื้อมาได้แล้วนำมาจัดให้กับราษฎรเพื่อไปทำกิน
สรยุทธ : ปัญหาก็คือที่ดินแพงไป
อุทัย : มีข้อจำกัดก็คือต้องหาเฉพาะในเขตปฏิรูปที่ดินนะครับ บริเวณนั้นมีอยู่ไม่มากเท่าไหร่
ส่วนทางฝายอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน อีกฝั่งนึงของถนนอยู่ในเขต ก็คงต้องจัดหาที่ดินเพื่อเอามารองรับช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้ง
3 รายดังกล่าว
สรยุทธ : ทำไมตั้งแต่ต้นปี 46 แล้วเงียบหายไปครับ
อุทัย : คงมีประสานกันอยู่ล่ะครับ แต่การจัดหาที่ดินแพง เห็นในรายงานระบุว่าไร่ละแสนกว่าบาท
ก็คงหาหลายครั้ง ไม่สัมฤทธิ์ผลในการจัดหาที่ดิน
สรยุทธ : แต่ สปก.ไม่ใช่เป็นคนทำไม่ใช่หรือครับ คือยายเอาไปทำเอง ก็ สปก.ซื้อชดเชยให้ยายไปก็น่าจะจบไม่ใช่หรือครับ
อุทัย : ต้องเอาเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดิน ในหลักการจะต้องนำมาให้เช่า หรือเช่าซื้อ
ตามกฎระเบียบของปฏิรูปที่ดิน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เร่งหาพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่พอจะหาที่ดินให้กับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบทั้ง
3 ราย คงจะได้รับคำตอบเร็วๆ นี้ครับ
สรยุทธ : สปก.กำลังหาที่ดินอยู่ ยายคุยกับเขาหน่อย
ยายใฮ : วันที่เท่าไหร่จะได้ที่ดิน (ถามเสียงดัง)
อุทัย : ขณะนี้กำลังเร่งประสานงานอยู่ ดูว่าใครเดือดร้อนจะขายที่ดินบ้าง
ถ้าซื้อได้ เราก็จะซื้อแล้วนำมาจัดให้เขาไปทำกินล่ะครับ
ยายใฮ : เช่าซื้อ ฉันไม่มีตังค์นะ
อุทัย : ระเบียบของ สปก. ถ้าเอาเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินมาซื้อที่ดิน ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบ
ก็คือจะต้องให้เกษตรกรเข้าไปเช่า หรือไม่เช่นนั้นก็เช่าซื้อ แล้วแต่เกษตรกรจะเลือก
ส่วนที่จะเข้าไปทำกินยังไง คงต้องคุยกันในรายละเอียดอีกทีนึงในระดับคณะกรรมการครับ
ยายใฮ : จะให้เช่าซื้อทำไม ที่นาของฉัน ฉันมีสิทธิอยู่แล้ว
อุทัย : สปก.เป็นหน่วยงานที่จัดหาที่ดินทำกินให้ ภายใต้กฎหมายปฏิรูปที่ดิน
ระเบียบกฎของ สปก.ที่มีอยู่ขณะนี้ก็คือนำเงินกองทุนมาซื้อ แล้วเอามาจัดสรรให้ราษฎรเข้าไปทำประโยชน์
สรยุทธ : มี รพช.โทรศัพท์มาแจ้งว่า ที่ดินของยาย ก่อนตอนที่เขาเข้าไปทำ
ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เขาบอกว่าเพิ่งได้รับเอกสารสิทธิ์หลังจากที่ฝายเสร็จแล้วคือ
2521 ที่ได้รับเอกสารหนังสือรับรองการทำประโยชน์ มันหลังจากที่เขาสร้างฝายจริงนะยาย
รพช.คงมีข้อมูลจริง ถึงโทรศัพท์มา เขาบอกว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ออกหลังจากที่เขาฝายไปแล้ว
สุรสีห์ : มันจะต้องไปตรวจสอบก่อนถึงจะออกมาทีหลัง คือต้องไปรังวัด ไปชี้เขตก่อน
สรยุทธ : ยายยืนยันว่าครอบครองมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ยายใฮ : ครอบครองมาตั้งแต่สมัยปู่
สุรสีห์ : เท่าที่ฟังทั้งสองฝ่ายในวันนั้น คุยกัน และเชิญไปพบที่จังหวัด
ทางฝ่าย สปก.อยากจะทำให้เร็ว ตอนนี้กำลังรอ สปก. ซึ่งเข้าใจว่าจะเร่งรัดหาที่ดิน
และคงจะต้องหาทางยกเว้นระเบียบเงื่อนไขต่างๆ ที่ทำให้เสียประโยชน์ คือถ้ายกเว้นได้มันก็จบ
แต่ก็ต้องให้เร็วด้วย
สรยุทธ : มีน้ำหนักทั้งสองฝ่ายเหรอ
สุรสีห์ : สิทธิของยายมี แต่เป็นกระบวนการฝ่ายรัฐที่จะต้องเข้ามาดูแล นี่ก็เป็นตัวอย่างที่รัฐจะทำอะไรจะต้องคำนึงถึงสิทธิของคนที่จะได้รับผลกระทบด้วย
ยายใฮ : จะให้รอ สปก.กี่ปี อ้าว อบต.พูดมารอได้กี่ปี เมื่อไหร่จะได้ทำกิน
พจน์ : ผมคงตอบแทนคุณยายและ สปก.ไม่ได้
สรยุทธ : ยายบอกว่าเมื่อก่อนเขียนเรื่องร้องเรียนเป็นปึกเลยเหรอ
ยายใฮ : ฉันเขียนไม่เป็น
เพชร : ในสมัยนั้นปี 21 22 23 ตอนแรกไปร้องเรียนปากเปล่าที่อำเภอ แรกๆ แกเขียนไม่เป็น
ก็ไปปรึกษาครูใหญ่ ชื่อ อ.ทองสิงห์ ยืนยาว อาจารย์ใหญ่ก็ช่วยเขียนให้ แล้วไปยื่นที่อำเภอ
ในระหว่างที่แม่ไปร้องเรียน แม่ก็ไม่มีเงิน เพราะส่วนนึงทยอยขายวัวควายที่มีอยู่ไปซื้อข้าวกิน
เพราะนาไม่ได้ทำเลย ไปรับจ้างทำนา เล็บก็หลุดทั้งสองข้าง พอได้ตังค์ แม่เจียดส่วนนึงซื้อข้าวให้ลูก
อีกส่วนนึงแม่ก็เอาเป็นค่ารถมาตามเรื่องที่จังหวัดและอำเภอ ไม่รู้ว่าเทียวไปเทียวมากี่เที่ยว
แล้วก็มายื่นเรื่องที่ทำเนียบรัฐบาลกับพี่ชายคนโตและพี่เขย ทางทำเนียบฯ ก็บอกว่าเป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทย
แม่ก็เดินเท้าไปกระทรวงมหาดไทยในปี 23 คือใช้เดินตลอด เพราะเงินค่ารถต้องเก็บไว้ตอนขากลับกับขามาเท่านั้น
ลูกแม่ก็เยอะ 10 คน และรวมหลานอีก 3
สรยุทธ : ช่วยกันทำมาหากินไม่ไหวเหรอ เห็นบอกว่าเป็นร้อยคน
เพชร : ตอนนั้นยังไม่ถึงร้อยค่ะ รวมทั้งพ่อทั้งแม่ก็แค่ 20 คนค่ะ ลูกๆ หลานๆ
ก็ไปทำงานที่อื่น ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เงินเดือนได้แต่ละเดือนให้นายจ้างฝากธนาณัติไปให้แม่
ได้ข้าวเลี้ยงหลาน เลี้ยงลูก เลี้ยงน้องๆ อย่างหนูจบ ป.6 อยากจะเรียนต่อ
แต่ก็ไม่ได้เรียน เพราะไม่มีเงิน ก็ต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทำอยู่ตั้งแต่อายุ
12 ปี
อยากให้ทุกคนมองว่าถ้าไม่โดนอย่างนี้ ถ้าไม่ถึงที่สุด ก็คงจะไม่ทำแบบนี้
แต่ในด้านกลับกัน ชาวบ้านผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบอย่างพวกเรา แต่ก็ต้องใช้น้ำ
มันก็มีทางออกร่วมกัน คือน้ำในอ่างเก็บน้ำไม่ได้แห้งไปทั้งหมด ถ้าแม่ระบายน้ำเอานาคืน
เมื่อวันที่ 28 ทางคณะอาจารย์ที่ทำเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก จาก
ม.อุบลฯ ก็ได้ไปสำรวจพื้นที่ว่าจะจัดสรรน้ำอย่างไร โดยที่ทางแม่ใฮก็ได้ที่นา
และน้ำก็ไม่ต้องถูกระบายออก
สรยุทธ : มีทางเหรอ
เพชร : มีค่ะ เพราะแหล่งน้ำเดิมมีอยู่แล้ว
สรยุทธ : มันมีแหล่งน้ำอยู่แล้ว แก้ปัญหาอย่างนี้ได้ไม๊ อบต.
พจน์ : คงทำไม่ได้ เพราะงบฯ อบต.น้อย มีแค่ 6 ล้าน ค่าเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน
ค่าใช้จ่ายต่างๆ
สรยุทธ : เท่าไหร่ครับ
พจน์ : เหลืองบฯ ในการบริหารงานประมาณ 3 ล้านกว่าบาท
สรยุทธ : คุณอุทัยครับ กำหนดเวลาที่ชัดเจน พอจะไหวไม๊ครับ
อุทัย : คงอยู่ที่การจัดหาที่ดิน ขั้นตอนพอจะกำหนดเวลาได้ ถ้าได้ที่ดิน
ก็จะเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด ซึ่งพิจารณาครั้งเดียวก็คงเสร็จ เห็นชอบ
หลังจากนั้นส่งเข้ามาส่วนกลางที่คณะอนุกรรมการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดิน
ถ้าอนุมัติ ทางจังหวัดก็ซื้อได้เลย แต่อยู่ที่การจัดหาว่ามีขีดจำกัด ก็จะต้องใกล้บริเวณที่นาเดิมของคุณยาย
และต้องซื้อในเขตปฏรูปที่ดินเท่านั้น ซึ่ง นส.3 หรือโฉนดก็มีอยู่จำนวนไม่มากเท่าไหร่
ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน สปก.4-01 ฉะนั้นจะซื้อโฉนดอยู่ในช่วงจำกัด ก็ต้องขอเวลาซักนิดครับ
สรยุทธ : ประมาณเท่าไหร่ดีครับ
อุทัย : น่าจะรู้ผลประมาณ 15 วันว่าหาที่ดินได้หรือไม่
สรยุทธ : ถ้าหาไม่ได้ล่ะครับ
อุทัย : ก็ 50 : 50 ครับ
สรยุทธ : คุณสุรสีห์เห็นยังไงครับ
สุรสีห์ : เห็นบอกว่ามีนักวิชาการลงไปดู ก็คงต้องรอทางนี้ ระหว่างนี้ถ้ายังไม่รุนแรงต่อกัน
ก็ยังไม่ต้องขุด ก็รอกันไปก่อน
สรยุทธ : ยายรอซักพักนึงได้ไม๊
เพชร : ทาง อบต.มีเงินเดือน แต่จะให้แม่รอ แม่ไม่มีเงินเดือน
สรยุทธ : ตอนนี้ออกทีวีอยู่ ให้ยายพูด
ยายใฮ : พูดกับ อบต. พูดกับผู้ใหญ่บ้านว่าจะหาทางออกยังไง มาช่วยกันคิด
ทางนายกฯ ทางรัฐมนตรี
สรยุทธ : ขอบคุณครับคุณยาย ขอให้โชคดีครับ
*** โพลล์คุณเห็นด้วยกับใคร ยายใฮ
97.68% อบต. 2.32% ***
ถึงลูกถึงคน วันพุธที่ 5 พฤษภาคม 2547 - เปิดชีวิตยายใฮ
ผู้ร่วมรายการ :
1. ยายใฮ ขันจันทา อายุ 76 ปี คนทุบเขื่อน กิ่ง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี
2. เพชร ขันจันทา บุตรสาวคนที่ 10
3. นางเขมพร เขมศีลา บุตรสาวคนที่ 8
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สรยุทธ : ตกลงยายกลับไปทุบเขื่อนอีกหรือเปล่า
ยายใฮ : ไม่ได้ทุบ รอเขาอยู่
สรยุทธ : รออีกกี่วัน
ยายใฮ : รออีก 7 วัน
สรยุทธ : มันจะไปครบในวันที่ 14 พ.ค.นี้
เพชร : พอกลับไปถึงบ้านวันที่ 30 เม.ย. แม่ก็นับทุกวันเลย
สรยุทธ : รอว่าเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จะมาหาที่ตามที่สัญญาไว้ในรายการหรือเปล่า
ถ้าไม่ได้ ยายจะทุบ
ยายใฮ : ทุบ ยายไม่รอ เพราะที่ของยายเสียไป 62 ไร่ เป็นเวลา 27 ปี วัวก็หมด
ควายก็หมด ม้าก็หมด นาก็หมด
สรยุทธ : สมัยยายสาวๆ เป็นยังไง
ยายใฮ : ยายก็จนกาย แต่ไม่จนใจ ยายเกิดอยู่ปากแซ แล้วย้ายมาอยู่ที่นาตาล
สมัยก่อนยายเรียนหนังสือ เขาบอกว่าให้ออกตอน ป.2 พี่ๆ บอกให้ออก ครูก็บอกให้ออก
ฉันไม่ยอมออก ฉันก็จบ ป.4 จึงออกโรงเรียน พอออกมาก็ทำนา ทำสวน ทำไร่ ทุกอย่าง
มีพี่น้อง 8 คน ชาย 4 หญิง 4 ยายเป็นคนสุดท้อง
สรยุทธ : สมัยโน้นยายจน ลำบาก
ยายใฮ : ฉันทำงานก็สงสารแม่ เห็นแม่ลำบาก ก็เลยแต่งงาน แต่ถูกผู้ใหญ่พ่อแม่ฝ่ายชายบังคับให้แต่ง
เพชร : ไม่เชิงบังคับ แต่ปู่เป็นหมอดู คือพ่อผัวบอกว่าชอบแม่ เป็นคนขยันและอดทน
ปู่ก็เลยบังคับพ่อกลายๆ ว่าถ้าพ่อไม่แต่งแม่ ปู่จะขอแม่ (ยายใฮ) เป็นลูกบุญธรรม
และมรดกที่ปู่มี ปู่จะมอบให้แม่หมด พ่อไม่ต้องเอา
สรยุทธ : ครอบครัวนี้ แม่ใฮ กับพ่อฟอง ทำงานหนักด้วยกันทั้งคู่ และสถานะเริ่มดีขึ้น
ยายใฮ : ตอนเริ่มดีขึ้น พี่เขยทั้ง 4 คนช่วยกันทำงาน พี่ๆ อีก 4 คนก็ช่วยกัน
มาขุดน้ำให้ชาวบ้านได้กินได้ใช้ ได้บุญได้กุศล
สรยุทธ : หลังจากนั้นฐานก็ดีขึ้นซื้อวัว ควาย ม้า
เพชร : มีม้า 4 ตัว
สรยุทธ : มีที่นาเกือบร้อยไร่ไม๊
เพชร : เกือบๆ ค่ะ
ยายใฮ : แต่เป็นที่นา
สรยุทธ : วัว ควาย เยอะไม๊
ยายใฮ : ควายมี 12 ตัว วัวมี 13 ตัว
สรยุทธ : ยายขี่ม้าเหรอ
ยายใฮ : ยายกลัว แต่พ่อและลูกๆ ขี่
สรยุทธ : นาที่เราเคยทำเมื่อก่อนน้ำท่วม มันหมดไปแล้ว และยายไปทำกินยังไง
ยายใฮ : ไปรับจ้างทำนา ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ที่ อ.พญาไท โรงปุ๋ยเก่า
สรยุทธ : ยายเคยทำงานกรุงเทพฯมาแล้วเหรอ เมื่อ 20 กว่าปีก่อนนะ มาทำอะไรครับ
ยายใฮ : มาทำก่อสร้าง
เพชร : เป็นกรรมกรก่อสร้าง
ยายใฮ : เขาให้วันละ 25 บาท
สรยุทธ : แล้วอยู่ได้เหรอ
ยายใฮ : เราก็อดๆ อยู่ ทำงานก็ร้องไห้ไปบ่อยๆ เพราะคิดถึงที่นา คิดถึงพ่อ
ลูก กับหลาน ตัวเราก็ผอมลง
สรยุทธ : จำได้ไม๊สมัยนั้นแม่เป็นยังไง
เขมพร : แม่พาไปจับหอย จับเขียด จับปลา ไปจับแถวริมโขง เอาไปแลกข้าว ผอมดำ
สรยุทธ : สมัยนั้นแม่สวยไม๊
เขมรพร : เมื่อก่อนถือว่าสวย พอชีวิตล่มสลาย สภาพก็ทรุดโทรมลง ถ้าวันนี้ไม่ได้ไปหาข้าว
พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่แต่เช้า ลูกเล็กหน่อยก็ไปกับแม่ พวกลูกๆ ที่โตหน่อยก็ไปขายแรงงานที่กรุงเทพฯ
สรยุทธ : มาทำงานกรุงเทพฯ ทำอะไรครับ
เขมพร : มาเป็นคนใช้เลี้ยงเด็กอยู่ที่บางแค เงินเดือน 300 ตอนนั้น พ.ศ.2523
เพชร : ตอนนั้นแม่ต้องขายสมบัติที่ยายให้ เป็นพวกพานเงิน เข็มขัด พวกต่างหูโบราณ
ปิ่นปักผม ทยอยขายทีละชิ้นๆ (ร่ำไห้)
สรยุทธ : มันไม่มีกิน ก็ต้องขาย
ยายใฮ : มันอดไม่ได้ ลูกก็เยอะ หลานด้วย
เพชร : ลูกพี่ชายคนโตก็ 3 คน รวมทั้งลูกๆ หลานๆ และสะใภ้ด้วย
ยายใฮ : ก็บอกให้ลูกกินเพื่อมีชีวิต หมดก็หากันใหม่
เพชร : บางวันแม่หาข้าวมาได้น้อย ไม่พอกิน ตอนเย็นๆ ลูกรออยู่ที่บ้าน ไม่มีข้าวให้กิน
(ร่ำไห้)
สรยุทธ : ลูกๆ ก็รอเป็นสิบๆ คนเลย
เพชร : ทุกคนก็ออกไปหา แต่บางวันกลับมาก็ไม่พอ
สรยุทธ : วันไหนข้าวไม่พอ ยายทำไง
ยายใฮ : ยายก็วิ่งขายของ ขายวัว ขายควาย ขายไปครั้งละ 3 ตัว ซื้อข้าวกิน
อดข้าวอดไม่ไหว ทำนาก็ยิ่งยาก ลำบาก
เพชร : ทำนาได้นิดหน่อย ไม่พอกิน
สรยุทธ : พ่อฟองเคยโดดน้ำตายที่แม่น้ำโขง มันเกิดอะไรขึ้น
ยายใฮ : ก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาบอกว่าตายดีกว่า ฉันก็บอกว่าหยุดเถอะ แล้วเขาก็โดดลงไปจริงๆ
ค่ะ ฉันก็เอาไม้โยนไปให้เขาเกาะแล้วก็ลากเข้ามา ฉันก็บอกว่าถ้าสงสารฉันก็มา
ถ้าไม่กอด ฉันก็จะกระโดดลงไปตายกับแกเลย แล้วลูกจะอยู่ยังไงก็เรื่องของมัน
ฉันก็บอกกับเขา
เพชร : แม่ว่ายน้ำไปกระชากพ่อขึ้นฝั่ง คือไม่รู้ว่าพ่อคิดอะไรค่ะ
สรยุทธ : พ่อคงเหนื่อย
ยายใฮ : คงคิดว่าลำบาก ฉันก็บอกว่าเราเกิดมาคงไม่ได้มีลำบากเพียงแค่นี้
เพชร : พ่อบอกว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยลำบากขนาดนี้ แม่จะลำบากกาย แต่พ่อไม่เคยทุกข์กายได้ขนาดนี้
สรยุทธ : ยายเคยคิดฆ่าตัวตายไม๊
ยายใฮ : ไม่เคยคิด เพราะเราไม่ได้ทำความผิด ฉันคิดตลอด 27 ปีว่ามีความหวังที่จะได้ที่นาคืน
เขมรพร : แม่ฝันตลอดว่าจะได้ที่นาคืน แกบอกว่าเราสู้รัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องสู้เอาที่นาเราคืน
เพชร : ยื่นเรื่องร้องเรียนไปทั้งหมดแล้ว แม่คิดว่าจะเป็นผลว่าจะมีการชดเชย
แต่ผ่านมาหลายๆ ปีแม่ไม่เคยได้ แม่ก็เห็นว่าที่นายังมองเห็นอยู่ มันเพียงแค่น้ำที่กั้น
แม่ก็เลยตัดสินใจในวันที่ 11 มี.ค.มาปลูกกระต๊อบอยู่อาศัยที่ข้างเขื่อน
สรยุทธ : แล้ววันที่ 19 เอาจอบ เอาเสียมไปขุด ให้น้ำเริ่มไหลออกมา แล้วชาวบ้านก็ไม่ยอม
อบต.ก็เอารถขนดินไปถม ยายไปพบนายอำเภอไม่สำเร็จ พบปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันก็ไม่สำเร็จ
ยายก็ไปพบผู้ว่าฯ อุบลฯ ตอนนั้น ตอนนั้นไปยังไง
ยายใฮ : ไปเรียกร้องกับผู้ว่าฯ เขาพูดว่าผมจะให้เขาไปดู ฉันก็ถามว่าเมื่อไหร่ล่ะ
เขาก็บอกว่าวันนี้ล่ะ ยายก้มลงกับพื้น ขีดขนาดที่ดินบนพื้นเลย เขาก็บอกว่าแค่นี้ทำไมไม่เซ็นมอบให้เขาล่ะป้า
แค่คืบเดียวเอง
เพชร : ท่านผู้ว่าฯบอกกับแม่ว่าจะให้คนไปดู แต่แม่บอกว่าทำไมท่านไม่ลงไปดูเอง
สรยุทธ : แล้วยายก็ไปร้องเรียนที่กรุงเทพฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล
เพชร : เวลาแม่มายื่นหนังสือร้องเรียนที่กรุงเทพฯ ทางท้องที่ก็จะกันแม่
คือ กรรมการ ผู้ใหญ่บ้าน ก็ขู่ว่าถ้าแม่ไปฟ้องร้องหลวง จะชนะหลวงได้ยังไง
เดี๋ยวเขาก็จับขังคุก พ่อก็กลัวก็บอกแม่ให้หยุด และถ้าแม่ถูกขังคุก ก็ให้เผาศพที่ตารางเลย
สรยุทธ : แล้วยายไปที่กระทรวงมหาดไทยอีกที ที่บอกว่าหนังสือร้องเรียนของยายหายไป
หรือไม่มีคนรับเอาไว้ จำได้ไม๊
ยายใฮ : มีคนรับเอาไว้ แต่เขาไม่ให้ดูหนังสือ ฉันก็ร้องเรียนว่าทำไมไม่ให้ฉันพบหนังสือ
ท่านนอนเอาเงินฉันเหรอ ทำไมไม่รู้ ฉันมาร้องเรียน ทำไมไม่รับปากฉัน
สรยุทธ : จะไปร้องเรียนอีกไม๊เนี่ย
ยายใฮ : ไม่ไป 27 ปีพอแล้ว ร้องเรียนอะไรกัน 27 ปี มีด้วยเหรอ
สรยุทธ : จะรออยู่ที่บ้าน
ยายใฮ : จะรออยู่ที่นา ไม่รออยู่ที่บ้าน
สรยุทธ : ลูก ๆ เคยห้ามแม่ไม๊
เขมรพร : เคยห้ามเหมือนกัน
เพชร : เร็วๆ นี้ก็ห้าม ก่อนที่แม่จะลงมือปลูกกระต๊อบ เป็นห่วง เพราะแม่แก่แล้ว
แม่เคยบอกว่าที่นามันตายตอนน้ำท่วม ซึ่งมันเป็นมรดกฝังรกของแม่ แม่แก่ขนาดนี้แล้ว
และร้องเรียนมาตั้ง 27 ปี ไปหน่วยงานไหน จนกระทั่งเดินเท้าเปล่า ก็เท้าบางหมดเลย
แม่จะทำให้ที่นาเกิดก่อนที่แม่จะไปเกิด ลูกก็ขัดไม่ได้ พอแม่ลงไปปลูกกระต๊อบอยู่
แม่ก็บอกว่าไม่กลัวถูกขัง เพราะถ้าถูกต้องก็ให้เขาขัง แต่ถ้าไม่ถูกต้อง แม่ไม่ยอม
คุกไม่ขังแช่น้ำเหมือนปลากัดหรอก แม่ตัดสินใจแล้ว ถ้าแข็งในเรื่องที่ถูกต้อง
แม่ยอมรับ แต่เขาลักขโมยเอาที่นาแม่นะ ซึ่งเป็นมรดกของแม่
สรยุทธ : อยากจะห้ามแม่ไม๊
เขมพร : ห้ามไม่อยู่แล้ว ต้องช่วยกัน
เพชร : ถ้าไม่ช่วย เหมือนลูกอกตัญญู เพราะพวกเรายังไม่สามารถหารายได้เข้ามาเพิ่มพูนได้
แต่มรดกเดิมที่มีอยู่ควรรักษาและช่วยฟื้นฟูค่ะ (ร่ำไห้) ที่นาเป็นหัวใจของครอบครัวเราที่สุด
ถ้าคนอื่นอาจมีลูกรับราชการ แต่พ่อแม่เป็นชาวนา ลูกของแม่ไม่ได้รับราชการเลย
และสืบทอดสายเลือดเรื่องทำนามาตลอด พอไม่มีที่นา ก็ไม่รู้จะมีหลักประกันอะไรให้ชีวิตดีขึ้น.
|