|
จัดการความรู้ท้องถิ่นสู่การจัดการทางสังคม

เวทีสังคมสนทนา "การจัดการทางสังคมกับการเรียนรู้จากฐานชุมชน"
14 สิงหาคม 2547 ห้องจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หมายถึง การเปิดเผยตัวของ วิทยาลัยการจัดการทางสังคม
วจส. และเวปไซต์ www.thaiknowledge.org
บรรยากาศวันนั้นคราคร่ำไปด้วยกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนทางด้านการจัดการความรู้ชุมชนจากทั่วสารทิศ
สื่อสารมวลชนหลายแขนงรวมทั้งชาวบ้านนักจัดการความรู้ท้องถิ่นที่เห็นหน้าค่าตากันเป็นอย่างดี
..............................................................................................................................................................
อย่างเช่น
พ่อประยงค์ รณรงค์ เจ้าของรางวัลแมกไซไซล่าสุดหรือปราชญ์ชาวบ้านอย่างเช่น
พ่อหลวง จอนิ โอโดเชาร่วมเวทีสังคมสนทนา ประเด็น การจัดการทางสังคม-แนวคิดและรูปธรรมผ่านวิทยากรเจ้าของวาทกรรมรัฐบาลฟาสต์ฟูดส์
ศ.นพ. ประเวศ วะสี พร้อมทั้ง ศ.นพ. เกษม วัฒนชัยร่วมกับอาจารย์
ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กาวใจในประเด็นขัดแย้งทางสังคมหลาย
ๆ ประเด็น
อะไร คือ การจัดการความรู้ทางสังคม หากจะถามว่าอะไร
คือ การจัดการความรู้ทางสังคม ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการจัดการทางสังคม
ให้ความเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า เมื่อกล่าวถึงเรื่องการจัดการความรู้หรือจัดการสังคม
เรามักจะไปนึกถึงว่ามีใครบางคนสั่งให้คนอื่นทำอะไรบางอย่าง โดยการเชิญให้เขาทำหรือบังคับให้เขาทำ
การจัดการลักษณะอย่างนี้ทำให้คนเกิดความรู้สึกระแวงสงสัย ไม่ไว้วางใจ
ซึ่งคนไทยถูกจัดการแบบนี้มาเกือบทั้งชีวิต
การจัดการทางสังคมมีหลายระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว การจัดการกลุ่ม
การจัดการชุมชน การจัดการเรียนรู้หรือการทำงานในระดับเครือข่าย
ซึ่ง ผู้อำนวยการวิทยาลัย การจัดการทางสังคม ให้ความหมายในกรอบกว้าง
ๆ 8 ระดับ อย่างแรก เรียกว่า การจัดการชีวิต หมายถึง ด้านสุขภาพอนามัย
ชีวิต จิตใจ แผนการในชีวิต การจัดการครอบครัว การพัฒนาครอบครัว
การมีสัมมาอาชีวะ สอง การจัดการกิจกรรมช่วยงานในชุมชน โครงการต่าง
ๆ ทางสังคม สาม การจัดการความสัมพันธ์ที่จะนำไปสู่ต้นทุนทางสังคมและสมานฉันท์ป้องกันความขัดแย้งถือว่าเป็นการจัดความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง
สี่ การจัดการประชากร
ห้า การจัดการองค์กร ซึ่งตรงนี้ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการจัดการทางสังคม
ย้ำชัดว่า จำเป็นต้องทำแบบมีส่วนร่วมทุกคนต้องทำงานอย่างมีความสุขบนหลักธรรมาภิบาล
หก การจัดการท้องถิ่น จะจัดการอย่างไร ทำอย่างไรให้ทรัพยากร
สิ่งแวดล้อม ชุมชน อยู่ในสภาพสมบูรณ์พูนสุขในแง่ของการผสมผสานและเกิดความหลากหลายเจ็ด
การจัดการความรู้ โดยการ ค้นหา เลือกสรร จัดเก็บ เผยแพร่ ยกระดับของข้อมูล
แปด สร้างภาวะผู้นำและทักษะการบริหารแก่คนในองค์กร
ทำไมต้องสนใจ เรื่อง ความรู้ท้องถิ่น
เมื่อกล่าวถึง ความรู้ ปัญหาที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้าม คือ
ความเข้าใจที่ว่าความรู้นั้น ๆ ดำรงตัวเองอยู่อย่างไร้ปัจจัยกำหนด
อันส่งผลให้ผู้คนไม่ตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของความรู้แต่ละอย่างจนเป็นการยอมรับความรู้นั้นในฐานะที่เป็นบทสรุปอย่างไม่มีข้อสงสัย
คำขึ้นต้นในบทกล่าวนำ ว่าด้วยญาณวิทยาชาวบ้าน จากหนังสือรวมบทความการสนทนา
ชุด ความรู้ท้องถิ่น การจัดการความรู้สู่การจัดการทางสังคม ผ่านการสังเคราะห์ของนักคิดและปฏิบัติการองค์ความรู้ที่ทำงานผูกพันกับชุมชนท้องถิ่น
3 คน คือ บาทหลวงนิพจน์ เทียนวิหาร ,ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ
เอียวศรีวงศ์ ,และ อาจารย์ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
พ่อนิพจน์
หรือ บาทหลวง นิพจน์ เทียนวิหาร นักพัฒนาอาวุโสและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและฝึกอบรมศาสนาและวัฒนธรรมชุมชนจังหวัดเชียงใหม่และนิยามตัวเองว่าเป็น
นักทฤษฎีเชิงปฎิบัติ ในยุคศาสนาหลังการวิพากษ์สังคมที่เรียกว่า
ยุคทันสมัย ของสังคายนาวาติกันที่ 2 ที่มองว่า การที่ศาสนาต้องลงไปตอบคำถามให้กับสังคมทุนนิยมที่เป็นสังคมโลกียะหรือโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาตกเป็นเครื่องมือของกิเลสและกลายเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งในโลกทุน
ความคิดชุดแรกว่าด้วยเรื่อง อัตลักษณ์ พื้นที่ทางสังคมและกระบวนการสร้างองค์ความรู้
นั้น พ่อนิพจน์ มองว่า การที่จะเข้าใจกระบวนการสร้างองค์ความรู้ของชุมชนนั้น
นักพัฒนาจะต้องเข้าร่วมในกระบวนการเรียนรู้และการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อการดำรงชีวิตอยู่ของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่น
ทั้งนี้ เพื่อจะเข้าถึงอัตลักษณ์ ความหมายของคำว่าความรู้ กระบวนการสร้างองค์ความรู้และการสร้างพื้นที่ทางสังคมในองค์ความรู้ท้องถิ่นนั้น
ๆ ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานกับชุมชนท้องถิ่นยาวนาน พ่อนิพจน์
พบว่า แต่ละท้องถิ่นมีอัตลักษณ์และกระบวนการสร้างองค์ความรู้เฉพาะอย่างแตกต่างหลากหลาย
ดังนั้น กระบวนการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและการจัดการเรื่ององค์ความรู้นั้น
ย่อมเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ยิ่งในการใช้องค์ความรู้ชนิดเดียวกันเข้าไปจัดการในทุกชุมชน
ทางด้าน ศ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ แห่งม.เที่ยงคืน ผู้มีบทบาทนำเสนอความคิดเกี่ยวเนื่องงานพัฒนามายาวนาน
เปิดเผยถึงความคิดไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า ถึงแม้ว่าองค์ความรู้และกระบวนการสร้างองค์ความรู้ของแต่ละชุมชนจะแตกต่างกันแต่ก็มีลักษณะร่วมบางประการ
ชุดความคิดว่าด้วย กระบวนการสร้างความรู้ชุมชน ว่า ความรู้นั้นถูกคิดโดยชุมชนท้องถิ่นเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาของตัวเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในระบบการผลิตทางการเกษตร ดังนั้น ความรู้ของท้องถิ่นจึงมีลักษณะที่
หนึ่ง เป็นความรู้เพื่อแก้ปัญหาในเชิงปฎิบัติร่วมกันของคนในชุมชน
สอง เป็นความรู้ที่ไม่อ้างความเป็นสากลแต่จะมีความเฉพาะในแต่ละท้องถิ่น
สาม เป็นความรู้ที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรแต่จะประกอบร่วมอยู่ในระบบ
ประเพณี พิธีกรรมและสี่ คือ ความรู้ถูกกำกับด้วยศาสนธรรม
อาจารย์ใหญ่ แห่งม.เที่ยงคืน กล่าวเอาไว้เป็นเบื้องต้นว่า
"คนในชุมชนท้องถิ่นจะไม่ถามตัวเองว่า ทำไมโลกมีแรงดึงดูด
เพราะถึงจะหาคำตอบให้แก่ปัญหานี้ได้ก็ไม่อาจจะเอาไปใช้ได้ในเชิงปฎิบัติ..".
อีกทางหนึ่ง สำหรับคำตอบ เรื่องการจัดการกับความรู้ อาจารย์ไพบูลย์
วัฒนศิริธรรม อธิบายถึงความเข้าใจที่ว่า เราต้องมีความเข้าใจก่อนว่า
วิทยาลัยการจัดการทางสังคม คือ ฐานความคิดของการจัดการความรู้
ไม่อย่างนั้น การจัดการความรู้จะโผล่ขึ้นมาเฉย ๆ เราจะต้องมองให้ออกว่าเราเห็นประโยชน์อย่างไรหรือการเกี่ยวพันกันอย่างไร
สำหรับการจัดการความรู้และการจัดการทางสังคม
นักบริหาร
นักพัฒนา อดีต ผอ.ธนาคารออมสินและประธานกรรมการวิทยาลัยการจัดการทางสังคม
อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กล่าวว่า การจัดการ คือ
การดำเนินการเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ เพื่อแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดประโยชน์
ดังนั้น การจัดการความรู้ในมิติชุมชนท้องถิ่นก็คือการดำเนินการเพื่อให้องค์ความรู้ของท้องถิ่นดำรงอยู่
บทบาทของนักจัดการองค์ความรู้ ก็คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นต่าง
ๆ มาทำการสังเคราะห์และถ่ายทอด รวมทั้งสร้างและพัมนาคนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นนั้น
ๆ
ขณะที่องค์ความรู้มีอยู่อย่างหลากหลาย ผู้ที่จะทำหน้าที่จัดการความรู้ต้องพิจารณาว่าองค์ความรู้ชุดใดที่มีบทบาทในกระบวนการแก้ปัญหาของชุมชนท้องถิ่น
อันจะนำไปสู่การสร้างพื้นที่ทางสังคมในตัวองค์ความรู้ การเคลื่อนไหวและการจัดการทางสังคมในอนาคต
ทุกวันนี้ สังคมพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก
ประชาชนทุกคนมุ่งหวังว่า เมื่อสังคมไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแล้ว
สังคมจะมีความเป็นประชาธิปไตย ประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพ มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการจัดการทางสังคม
เกริ่นผ่าน www.thaiknowledge.org
แต่อย่างไรก็ตาม ความมุ่งหวังของประชาชนไม่สมหวังดังที่ตั้งไว้
หลาย ๆ เหตุการณ์ทำให้แน่ใจว่า สังคมปัจจุบันถูกจัดการใน ๒ มิติหลัก
คือ มิติทางอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดรุนแรง และมิติของเงิน ทุกปัญหาถูกวิเคราะห์ว่าจะต้องเอาเงินไปแก้ไข
นับวัน การจัดการต่อปัญหายิ่งวนอยู่ในอ่าง การจะหลุดพ้นจากวังวนนี้จำเป็นที่การพัฒนาประเทศต้องมี
มิติทางสังคม มุมมองทางสังคม และการจัดการทางสังคมในมิติที่หลากหลาย
สำหรับ ต้นทุนทางสังคมที่สำคัญ คือ วัฒนธรรมการรวมกลุ่ม
การจัดความสัมพันธ์ด้วยมุมมองที่ว่าสังคมไทยประกอบไปด้วยกลุ่มคนทางวัฒนธรรม
ที่หลากหลาย ดังนั้น การใช้มาตรฐานเดียวจัดการความหลากหลายย่อมไม่มีทางสำเร็จหากกลับสร้างปัญหา
การจัดการทางสังคม จึงเป็นการจัดการที่มีมิติทางสังคม
นำต้นทุนทางสังคมมาใช้ในการจัดการอย่างเป็นองค์รวม ผ่านมิติทางประวัติศาสตร์
คุณธรรมทางศาสนา วัฒนธรรม ความเชื่อ พิจารณาหาทางออกด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน
การจัดการที่ใช้พลังแห่งความรักความเมตตา สร้างความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีและมีสำนึกร่วมทางประวัติศาสตร์
มีความรัก ความเอื้ออาทร ความเป็นธรรม ยั่งยืน สงบสุข เป็นการจัดการความรู้ในชุมชนและจะเอื้อให้ประเทศสามารถจัดการตนเองได้
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
25 สิงหาคม 2547
|