|
3 ประสาน
บ้านสันสลิดสันติวิธีกั้น ยาเสพติด
ฝนริน..ทั้งวัน ท้องฟ้าเป็นฝ้าสีขาว มองดูขมุกขมัว ฤดูฝนในเขตป่าเขาทำให้มวลอากาศเหมือนจะชุ่มชื้นขึ้นกว่าปกติ
หลังลูกเนินข้างหน้า หมู่บ้านสันสลิดภายใต้โอบอ้อมแห่งขุนเขาใหญ่รายล้อม
ณ.ที่นั้น ชุมชนตัวแทนดีเด่น เศรษฐกิจชุมชน..ดึงสำนึก ปลุกวิธีต้านยาเสพติดวางตัวขรึมอยู่ในม่านฝน
บ้านสันสลิด
หมู่ 3 ต.เวียงหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย มีจำนวนครัวเรือน147
หลังคาเรือน ชาวชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำนา ค้าขาย เลี้ยงหมู
วัว ปลา ด้วยการบริหารจัดการ ที่ดี ในเรื่องกองทุนหมู่บ้าน ตรงตามกำหนด
และชาวชุมชนแบ่งหน้าที่กันสำหรับการตรวจสอบและประเมินผลจัดการกองทุนทำให้เกิดระบบหมุนเวียนเงินภายใน
ถึง 3 ล้านบาท จัดสรร ก่อเป็น กำลัง ใน การสร้างชีวิตและจัดการกับยาเสพติดที่เคยรุกเร้า
กฏกติกาการใช้เงินกองทุน ชาวชุมชนซึ่งทุกคนเป็นสมาชิกกองทุน
จะต้องชำระเงินกู้ตามกำหนด ใครไม่ชำระเงินกู้จะทำการตัดอัตราเงินกู้ที่จะได้รับในปีต่อไป
(กู้ 1 ครั้งต่อ 1 คน) บนความซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลาและใช้มิตรจิตมิตรใจต่อกัน
ในการดำเนินการกองทุน ทำให้ชาวชุมชนไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบ
ในอดีตยาเสพติดที่บ้านสันสลิดตัวยาทะลักเข้ามาทางแม่สายชายแดน
ที่มีชื่อเสียงเรื่องยาและผู้หญิงขายบริการชาวชุมชนเห็นว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาใหญ่
จึงจัดเวทีประชาคมครั้งแรกเพื่อระดมความคิด สร้างมาตรการแก้ไขโดยใช้ระบบประชาคมจัดการคนค้า
คนเสพและผู้ค้ารายย่อยที่จะได้รับมาตรการเด็ดขาดจากชาวชุมชน
ครั้งนั้น มีคนค้า-เสพร่วม 10 คน ซึ่งต่อมาเมื่อกลับตัวกลับใจก็ยอมรับให้อยู่ในชุมชน
เพราะมติประชาคมถือว่า ผู้ติดยาคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการเยียวยาทางจิตใจ-ร่างกาย
ชาวชุมชนจะต้องให้โอกาสบทลงโทษของประชาคม คือ ใครเสพ-ค้าจะต้องออกไปจากชุมชนหากไม่เลิกพฤติกรรม
หรือหากเข้าบำบัดแล้วยังไม่เลิก จะหมดสิทธิด้านต่าง ๆ ในกองทุน
และ ความ ช่วยเหลือใดใดจากชาวชุมชน
รัฐบาลผู้ประกาศสงครามกับยาเสพติด ด้วยมาตรการที่เข้มข้นโดยการแบ่งโครงสร้างการจัดการออกเป็น
ผู้ผลิต-ผู้ค้ารายย่อยที่จะต้องใช้มาตรการปราบปรามที่รุนแรง
และกลุ่มเสี่ยง ซึ่งก็คือ คนทุกคนที่จำเป็นต้องอาศัยพลังชุมชน..ในการสร้างเกราะป้องกัน
พระครู ปลัดอรุณ ฐิติญาโณ พระสงฆ์ ผู้ปฎิบัติธรรมและปฎิบัติงานด้านเยาวชนและชุมชน
วัดสันสลิด ให้ข้อมูลว่า เริ่มการทำงานทางด้านการพัฒนา เพื่อป้องกันขบวนการยาเสพติด
มาตั้งแต่ 2526
สมัยนั้นยาบ้า ยาม้าไม่มีผลแก่สังคมมากเท่ากับยุคปัจจุบัน
มีเพียงฝิ่น เฮโรอีน อาตมาเห็นว่าไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ได้เริ่มด้วยการจัดตั้งทีมฟุตบอลต่อต้านยาเสพติด
ก็เจอคำคัดค้านกับสิ่งที่ทำ ว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่ก็ดันทุรังทำ
ทำมาเรื่อย ๆ กระทั่งเกิดผล เยาวชนเริ่มห่างออกจากยาเสพติด
การซื้อ-ขายยาบ้าในบ้านสันสลิด
ง่ายมาก เพียงเดินเข้าร้านกาแฟเท่านั้นก็สามารถหาซื้อ-ขายยากันได้
ท่านพระครูบอกและกล่าวว่า การจัดการ ชุมชนนั้น สถาบัน สงฆ์กลับถูกมองข้าม
หน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภายใน-นอกชุมชน ไม่ควรจะมองข้ามสถาบันสงฆ์
ต้องดึงเข้ามาร่วมแก้ไข ความเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณจำเป็นอย่างยิ่ง
ทุกยุคสมัย ต้องฟื้นความเชื่อเดิมเข้ามาช่วยในการแก้ไข ในการต่อสู้กับปัญหา
เรียกว่าเอาพุทธธรรมนำชีวิต
คุณสะอาด
สุตา ประธานร้านค้าชุมชน บอกว่า ชาวชุมชนบ้านสันสลิด
เริ่มต้นตื่นตัวเรื่องยาเสพติดก่อนที่รัฐบาลจะประกาศสงครามกับยาเสพติด
จากประสบการณ์
ชาวชุมชนบ้านสันสลิด เรียนรู้ว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้วัดเป็นศูนย์กลางที่ประคับประคองชีวิตแก่ชาวชุมชน
ฟื้นบทบาทที่วัดเคยมีแก่ชีวิตจิตใจอย่างในอดีต สร้างค่านิยมนี้ขึ้นมาใหม่
ความเอื้ออาทรของชาวชุมชน เกิดได้ด้วยการปลุกสำนึกภายในจิตวิญญาณออกมา
เพิ่มความสนใจในชีวิตเพื่อนบ้าน คนที่มีโอกาสมากกว่า จะช่วยเหลือดึงคนที่ด้อยโอกาสกว่า
คุณสะอาด บอกว่า มาตรการเด็ดขาดก็มีความจำเป็น
หลัก ๆ แล้วอยู่ที่คณะกรรมการหมู่บ้านที่ชาวบ้านเลือกขึ้นมา
รับนโยบายจากชาวบ้าน ที่สำคัญจะไม่มีการตั้งรางวัลนำจับ
ไม่มีการแสดงอาการรังเกียจผู้ติดยา มีแต่การให้โอกาส
ใช้ลักษณะหว่านล้อม พูดคุย กดดันด้วยแนวทางแห่งสันติ สงบ ด้วยพลังของชาวบ้าน
และโดยผู้นำธรรมชาติ เพื่อโน้มน้าวให้ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเปลี่ยนใจ
อีกขั้นตอนเรียกว่า ประชาคมหมู่บ้าน ตัดสิทธิทุกอย่างที่ชาวชุมชนได้รับ
แต่หากเข้ารับการบำบัด เมื่อกลับมาแล้วเรียกความเชื่อมั่นแก่ประชาคมชุมชนได้ก็จะให้โอกาสเข้ามาและได้รับสิทธิดังเดิม
กรรมการซึ่งประกอบไปด้วยกรรมการหมู่บ้าน-ผู้ใหญ่บ้านโดยตำแหน่ง
และผู้นำทางธรรมชาติ คือ พระและผู้ที่น่าเชื่อถือในชุมชน (ชาวบ้านที่มีความน่าเชื่อถือ)
จะเป็นผู้ตัดสิน ดำเนินขั้นตอน การ พิจารณาโดยใช้สภาประชาคมเป็นเวทีในการพิจารณาไต่สวนบนฐานของการให้โอกาส
และส่วนใหญ่กลุ่มเสพจะเป็นเยาวชน ที่มองว่าการเสพยา เป็นแฟชั่น
ทำตามเพื่อน" คุณสะอาดบอกแก่ ทีมงาน ไทยเอ็นจีโอว่า
ปรากฏการณ์เหล่านี้เริ่มหมดไป ไม่รุนแรงมากเหมือนอย่างในอดีต
ส่วนการพิจารณาตัดสิน กรรมการ 2 ฝ่าย คือฝ่ายโลก
และจิตวิญญาณ จะมารวมตัวกันในวัด ร่วมกับพระและกลุ่มผู้นำทางธรรมชาติ
พิจารณาตัดสินว่า ควรได้รับโทษขนาดใด ให้โอกาสชี้แจงและสัญญากับประชาคมว่าพร้อมจะกลับตัวกลับใจหรือไม่..หากยืนยันรับปากก็จะให้โอกาส
ส่งตัวไปบำบัด เมื่อหายแล้ว จะรับตัวกลับ หมู่บ้านดังเดิม ในส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายกองทุนจะเป็นส่วนในการรับผิดชอบไปก่อน
เมื่อกลับมาแล้วก็จะเรียกชำระคืนกองทุน เป็นเสมือนการกู้ยืมกองทุนเช่นกัน
คุณสะอาดเล่าข้อมูล สรุปแก่ ทีมงาน ไทยเอ็นจีโอ
ยาเสพติดเป็นเสมือนเชื้อโรคร้ายแรงที่ต้องใช้ความเข้าใจในการปราบปราม
หาเหตุที่มาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร สำคัญคือการสร้างเสื้อเกราะคุ้มกัน
ป้องกัน สวมใส่ให้แก่ชุมชน ลดขนาดพื้นที่ของคนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดลง
เหมือนกับคนสูบบุหรี่ที่วันนี้ถูกเบียดแทรกโดยค่านิยมใหม่กระทั่งแทบจะไม่มีที่ยืน..
สร้างจิตอาสาสมัครพร้อมกันในทุกหมู่ชุมชน และทำงานประสาน สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ
และทำงานประสานงานกับทุกฝ่าย ตั้งแต่พระ ผู้นำทางด้านจิตใจ ประชาคมชุมชน
ผู้จัดสรรทางโลก และภาคส่วนราชการ ที่จะเป็นผู้รับทางนโยบายจากชาวบ้านแล้วแปรนโยบายเป็นกลไก
บังคับใช้
การพัฒนาทางวัฒนธรรมใหม่จะเป็นสิ่งที่ก่อค่านิยม ทัศนะคติใหม่ให้เกิดในนทัศนะสำนึกของมวลชน
ชุมชนจะจัดการตรงนี้ได้ สร้างระบบจารีต สร้างวัฒนธรรมใหม่แก่มวลสมาชิกชุมชน
ณ.จุดเริ่มต้น ชาวชุมชนจำเป็นต้องกลับมาดูชุมชนของตนเองเสียก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในชุมชน
ชาวชุมชนอยู่อย่างไร ระบเศรษฐกิจอย่างไร มีทรัพยากรบุคคล ใดบ้างในแต่ละภาคส่วน
ที่จำเป็นต้อง ดึงเข้ามา ..สร้างระบบการมีส่วนร่วม เป็นเรื่องของแนวคิด
และวิธีคิดที่จะนำมาดัดแปลงเพื่อทำให้เกิดความเหมาะสม..
ทั้งหมดสิ้นเหล่านี้เป็นการทำความเข้าใจขนาดของปัญหา
หากปัญหาเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลขนาดใหญ่ก็จำเป็นต้องประสานกับเจ้าหน้าที่
ทหารหรือตำรวจ เพื่อร่วมทำการช่วยเหลือ ตามลำดับส่วนชาวชุมชนก็เป็นเสมือนหูตา
ขาแขนให้การทำงานเป็นไปอย่างประสานและมีส่วนร่วม
ทรัพยากรใดก็ไม่สำคัญเท่ากับทรัพยากรบุคคลในทุก
ๆ ส่วนที่จะเข้ามาแก้ปัญหา..
การบำบัดเชิงป้องกันจะเป็นหน้าที่หลักของวัด ซึ่งจะทำการรักษาทั้งร่างกายและจิตใจ
จากการวางนโยบายที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุเท่านั้น เข้าใจอยู่เองว่า
เหตุการณ์ยาบ้า ภายในประเทศ ค่อนข้างเข้มข้น หนักหนาสาหัสมาก
จำเป็นต้องแก้ไขสถานะการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน แต่การฆ่า จับกุมอย่างรุนแรงยังไม่ใช่ทางออกที่ประกันความมั่นคงได้
จำเป็นต้องอาศัย พลังชุมชน เข้าไปช่วย บำบัดต้นเหตุภายในและเป็นหูเป็นตาป้องกันภายนอก
การประสานร่วมกันระหว่าง กลุ่มบุคคลในพื้นที่ เช่น พระ ครู
ชาวชุมชน ราชการท้องถิ่นและจากนอกชุมชน คือ รัฐ ราชการการเมือง
จะเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่ครอบคลุม เป็นทั้งเสื้อเกราะและอาวุธในการรบ
ซึ่งทางออกไม่ใช่ใช้ความรุนแรงทางเดียว แต่เป็นการประสานมือกันระหว่างประชาชน(ป้องกัน)และราชการ(ปราบปราม)
ขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงหมุนตัวไปอย่างรวดเร็วรุนแรง มีความจำเป็นมากเช่นกันที่จะต้องเฝ้าระวังและจับตามองขบวนการการค้ายาเสพติดที่มีพฤติกรรมซับซ้อนและทวีความเข้มข้น
แนบเนียนในการ เข้าแทรกซึมเป็นอย่างมาก และโฉมหน้าของตัวยาที่แปรเปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่
ๆ ที่เข้ามามีส่วนให้การผลิตตัวยาพัฒนาไปได้สูง
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างชุดความรู้ใหม่และข้อมูลข่าวสารใหม่แก่ชาวชุมชนอยู่เสมอ
เพื่อความเท่าทันในการเฝ้าจับตามอง ป้องกันการรุกเข้ามาของผู้ค้า-และยาเสพติด
ที่ขณะนี้การเข้ามาและค่อนข้างระบาดจนเป็นที่ชื่นชอบ ชื่นชมจากทั้งผู้ค้าและผู้เสพนั้น
มีทั้งจากทางจีนตอนใต้ เป็นประเภท ยาไอซ์ เอมเฟตามีน ส่วนโคเคน
และ ยาอีจะ รุกเข้ามาจากซีกโลกตะวันตกทั้งสิ้น
สังคมจำเป็นต้องปรับตัว ปรับโครงสร้างทางสำนึกพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการชุมชนอันเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
สร้างสังคมความรู้เพื่อที่ว่า แม้โลกของยาเสพติด จะมีการปรับตัว
เพิ่มความ ทันสมัย ในยุทธวิธีค้าอย่างไร สังคมชุมชนก็ต้องติดตาม
สร้างความเท่าทันอย่างไม่มีหยุดนิ่งเท่านั้น
ทั้งหมดนี้เป็นการถอดประสบการณ์สำคัญของคุณสุอาด สุตาและชาวชุมชน
บ้านสันสลิด ที่เรียกการประสานร่วมโดยมีประชาคมเป็นเครื่องมือ
ระหว่าง ผู้นำทางโลกจิตวิญญาณ
ชาวชุมชนผู้อยู่ในโลกแห่งสามัญ และกลไกภาครัฐราชการที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน..
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
3 สิงหาคม 2546
|