10 ปี รักษ์เขาชะเมา พลิกทุ่งฟื้นทุน

ข้าวเอ๋ย ข้าวสุก จักต้องกินกันทุกบ้าน ทุกฐานถิ่น
กว่าจะมาเป็นข้าวให้เรากิน ชาวนาต้องสิ้นกำลังเกือบทั้งปี
ต้องทนแดด ทนฝน ทนลมหนาว กว่าจะได้ข้าวจากนา มาถึงนี่
คนกินข้าวจึงควรคิดดูให้ดี ชาวนามีคุณต่อเรา ไม่เบาเลย
ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้างเป็นของมีค่า
ผู้คนอดอยากมีมากหนักหนา สงสารบรรดา เด็กตาดำดำ ฯ

สมัยยังอยู่ในวัยเด็ก ใครหลายคนคงคุ้นเคยกับบทรำลึก ’คุณข้าว’ บทนี้ กลุ่มรักษ์เขาชะเมา กลุ่มเยาวชนรักษ์ถิ่น-ฟื้นฟูวัฒนธรรมชุมชน จ.ระยอง ซึ่งมี บุบผาทิพย์ แช่มนิล หรือ พี่แฟ้บ อดีตนักกิจกรรมมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นเสมือนผู้ริเริ่มร่างความฝันร่วมกับบรรดาน้อง ๆ สองสามคน จากกลุ่มเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นด้วยการเก็บขยะและทำความสะอาดคูคลอง จนวันนี้ 10 ปี รักษ์เขาชะเมา พลิกทุ่ง-ฟื้นทุน คือ กลุ่มคนสีเขียวที่มีเครือข่าย การทำงานทั่วภาค ตะวันออกและผลงานรางวัลจากองค์กรสิ่งแวดล้อมหลากหลายองค์กรและเจ้าของความคิดกิจกรรมค่ายรักษ์วัฒนธรรม รักเก่าที่บ้านเกิด ซึ่งไม่เพียงให้เด็ก ๆ ได้รับความรู้และกล้าแสดงออกเพียงเท่านั้น หากยังมุ่งหมายกล่อมเกลาจิตใจให้อ่อนโยนเสมอคำรำลึก ‘คุณข้าว’ บทนี้

งาน 10 ปี รักษ์เขาชะเมา พลิกทุ่ง-ฟื้นทุน 11-12 ธันวาคม 2547 จึงเป็นหลักประกันถึงความตั้งใจและบทสรุป -บทเรียนของการทำงานหนัก จาก ‘น้ำใจ’ ร้านหนังสือเช่าเล็ก ๆ ถึงกลุ่มรักษ์เขาชะเมา พี่แฟ้บ พูดถึงจุดกำเนิดของมันเอาไว้อย่างสนใจว่า ‘เราออกแบบบรรยากาศของร้านเช่าหนังสือ ให้มันเป็นห้องสมุดย่อม ๆ พี่เห็นว่า เด็ก ๆ หลายคนไม่รู้จักงานวรรณกรรมด้วยความที่พี่เป็นคนรักหนังสือ รักการอ่าน พี่จึงใช้วิธีการว่า …ใครเช่าหนังสือ จะแถมวรรณกรรมเยาวชนและงานสารคดีให้อ่านโดยไม่คิดเงิน….ซึ่งผลที่ได้รับกลับเป็นคุณค่ามหาศาล’

พี่แฟ้บ เล่าว่า ‘การทำอย่างนี้ทำให้เกิด กลุ่มขาประจำ แวะเวียนมาพูดคุยเรื่องหนังสือที่ร้าน จากจุดนี้เองที่พี่พบว่าเด็ก ๆ ของเราต้องการเรียนรู้กิจกรรม หลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่แต่พวกเขาขาดโอกาส ขาดผู้นำที่คิดทำ พี่จึงชักชวนเด็ก ๆ ทำกิจกรรมร่วม เริ่มต้นด้วยประเด็นสิ่งแวดล้อมเล็ก ๆ พาเด็ก ๆ 6-7 คน ไปเดินป่าแค้มป์ปิ้งและมีกิจกรรมการดูนกเป็นกิจกรรมหลักที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา’

‘…11 กรกฏาคม 2537 กลุ่มรักษ์เขาชะเมา จึงถือกำเนิดอย่างเป็นทางการ เน้นการทำงานทางด้านสิ่งแวดล้อมดูแลป่าเขาชะเมาเพียงอย่างเดียว จนกระทั่ง พี่พบว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงเรื่องของการปลูกต้นไม้เท่านั้น’ จากนั้นเป็นต้นมา กลุ่มรักษ์เขาชะเมาจึงเริ่มต้นศึกษาและสนใจงานเชิงนิเวศน์วิทยาแนวลึก เน้นฟื้นฟูชุมชน ลดช่องว่างระหว่างเด็กและคนเฒ่า ชูประเด็นวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างระบบสำนึก จนวันนี้

จากใจ แม่และเพื่อน ๆ ถึงรักษ์เขาชะเมา…

แม่พยอม แช่มนิล พูดถึงรักษ์เขาชะเมา ในมุมมองของคนที่ผ่าน โลกมากกว่าครึ่งทศวรรษว่า …กว่าจะเกิดกลุ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่าง ที่เห็นทุกวันนี้ควักทุนเองทั้งนั้น ตอนนั้นคนรู้จักยังไม่มากทำอะไรไม่มีคนเห็นเค้าไม่รู้ว่าเราทำอะไรกันถึงเวลาก็ไปปลูกต้นไม้มาตอนหลัง ๆ นี่เองที่มีคนสนับสนุน บริษัท-ห้างร้านหลายแห่ง เริ่มให้รถให้รา-บรรทุกเด็ก ๆ ไปปลูกต้นไม้ เป็นน้ำเสียงของแม่ แม่ที่ได้ชื่อว่าคนที่อยู่เคียงข้างกลุ่มรักษ์เขาชะเมามาตลอด 10 ปี

ใหม่ ๆ ตัวแม่ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก เป็นกองหนุนทำอาหารเลี้ยงข้าวเด็ก ๆ บ้างอะไรบ้างตามเรื่องตามราวที่พอจะทำได้ ผ่านมาสัก 5 ปี กว่าจะมีคนรู้จัก มองเห็นว่าเรากำลังทำอะไรหลายส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนเค้าเริ่มสนใจให้การสนับสนุน ชั้นพูดได้ว่า ถึงวันนี้ ชั้นมีความสุขกับสิ่งที่ชั้นได้เข้าไปมีส่วน มีความสุขที่ได้สนุกสนานไปกับเด็ก ๆ เล่นกับเด็ก วันไหนที่ไม่มีพวกเค้ามัน เหงา ๆ ยังไงบอกไม่ถูก ทุก ๆ วัน ชั้นต้องหุงข้าวเอาไว้เยอะ ๆ ตกเย็นจะมากันเต็มไปหมด ตัดมื้อกลางวันออกไป คนนั้นก็เรียกยาย คนนี้ก็เรียกแม่ ไม่มีขาดสายดอก

ครั้งแรก ๆ ใหม่ ๆ นี่ชั้นเองก็ไม่เข้าใจหรอกว่า แฟ้บเค้าพยายามจะทำอะไร…เคยถามเค้าว่า พวกเธอทำอะไรกันไม่เห็นรู้เรื่อง เค้าบอกกับแม่ว่า เอาเหอะน่าแม่ เชื่อแฟ้บ แล้วแม่จะเข้าใจยังไม่เชื่อนะ ตอนแรก ๆ มันทำอะไรกัน มีอยู่ช่วงหนึ่งจับเด็กมาซ้อมละคร มันก็ดูไม่ได้ ซนเหลือ เหมือนจับปูใส่กระด้ง คนนี้เข้ามา ค้นนั้นออกไป เจี๊ยวเชียว อย่างงี้จะไปแสดงให้ใครดู อายเค้าตายเลย ตอนแรกแม่คิดว่าอย่างงี้นะ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ โห เวลาที่ซ้อมนี่จะดูไม่ได้แต่เวลาเล่นจริง ๆ นี่ เขินอายสักนิดก็ไม่มีให้เห็น

แม่เห็นอย่างนี้ เกิดความรู้สึกสนุกด้วยเลยหนุนใหญ่ มีใหม่ ๆ บ้างบางครั้งที่แม่เองก็รู้สึกท้อถอย ช่วงนั้น การค้าที่บ้านก็ไม่ค่อยจะดี ทำงานก็ต้องควักเนื้อตัวเองอีก แฟ้บคอยให้กำลังใจเรา ให้เราคิดให้ได้ว่า วันนี้ไม่มี พรุ่งนี้ก็หาใหม่ได้ คิดอย่างนี้ ค่อยสบายใจ มีกำลังใจ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ

ออกทำงานแต่ละครั้งไปกันทั้งสำมะโนครัวนั่นเทียว แฟ้บไปไหนแม่ไปด้วย ถึงไหนถึงกัน คอยปลอบใจให้กำลังใจกัน ยังไงก็ยังมีแม่ แม่ที่พร้อมจะเคียงข้าง และทำทุกอย่างร่วมกับลูก ๆ บางวัน โอ๊ย เหนื่อยแทบจะขาดใจพูดเล่นกับแฟ้บว่า ชาติหน้าชั้นไม่ขอเกิดมาเป็นแม่เธอแล้วบางทีมันเหลือทน เออ แฟ้บก็จะอุทธรณ์กับแม่ว่า แม่พูดอะไรอย่างนั้น มันร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ

เป็นเรื่องปกติ คนทำงานด้วยกันก็ขัดแย้งกันบ้าง บางครั้ง แฟ้บเค้าก็เอาแต่ใจตัวเอง บางครั้งก็เป็นแม่ (หัวเราะ) แม่ก็ห้าม ธรรมดาอย่างนั้นอย่างนี้อย่าทำ บางทีเค้าก็ไม่เชื่อ ยืนยันว่า ทำไปเถอะแล้วทุกอย่างจะดีเองจนตอนนี้งานของกลุ่มรักษ์ชะเมาครอบคลุม 8 จังหวัด ทุกวันนี้ชั้นมีความภูมิใจมาก ไม่ว่าจะเป็นลูกใครหลานใคร เด็กทุกคนที่มาที่บ้านจะยกมือไหว้ เรียกแม่บ้างยายบ้าง จนชั้นรู้สึกว่าเค้าเป็นลูกเป็นหลานจริง ๆ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

งาน 10 ปี รักษ์เขาชะเมา พลิกทุ่งฟื้นทุน จัดภายในบรรยากาศเรียบ ๆ ผ่าน ความอบอุ่นและไฟพลังแห่งความมุ่งมั่น ณ.โรงเรียน-โรงเล่น อาคารบ้านดินที่เพิ่งสร้างขึ้นสำหรับเป็นศูนย์การเรียนรู้และสถานที่ให้เด็ก ๆ และสมาชิกรักษ์เขาชะเมาทุก ๆ คนได้สนุกสนาน พี่ชัช ชัชวาล ทองดีเลิศ ในฐานะตัวแทนของวิทยาลัยการจัดการทางสังคมรับหน้าที่ในฐานะผู้ใหญ่ที่จะพูดถึงเด็ก ๆ พลังแห่งเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ จำไว้ว่าพวกเรา คือ เมล็ดพันธุ์ใหม่ที่พร้อมจะแตกยอดอ่อน เมล็ดพันธุ์ที่มีความคิดและจิตวิญญาณ การคิดที่สร้างสรรค์ต้องมาพร้อมกับจิตวิญญาณ เราเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับการเรียนรู้กับโลกและสิ่งแวดล้อม

สิ่งสำคัญของการเรียนรู้ คือ การคำนึงถึงคุณค่าในตัวเอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ การรักและดูแลตัวเองจะทำให้เราคิดถึงอะไรที่นอกเหนือจากตัวเอง สิ่งรอบข้างไปจนถึงคนรอบข้างเรา จากจุดเล็ก ๆ ก็ค่อยใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เราเรียนรู้ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่มีขอบเขตของการเรียนรู้ใดจะมาจำกัดเราได้ หากเรามีใจเพื่อการเรียนรู้ เราสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

เราเรียนรู้ได้อย่างไร้ขอบเขตก็ด้วยการเปิดใจกว้าง ถือว่าเป็นอีกสิ่งที่สำคัญ การเคารพจะทำให้เรารู้จักกับคำว่า อ่อนน้อม การอ่อนน้อมจะทำให้เราเรียนรู้และรู้จักสิ่งใหม่ได้อย่างเต็มที่ หากเราเคารพคน เราจะได้รับการเรียนรู้จากคน หากเราเคารพต้นน้ำเราจะได้เรียนรู้จากต้นน้ำ หากเราเคารพป่า เราจะรู้จักป่า ยุคนี้คนรุ่นใหม่ค่อนข้างจะไม่มีความเคารพคนรุ่นเก่า เมื่อไม่เคารพ เรา จึงไม่อาจจะสืบสาวความรู้จากคนรุ่นเก่าได้ เด็กรุ่นใหม่กลับไปเคารพโทรทัศน์ เชื่อแมกโคร-โลตัส เมื่อเรียนรู้สิ่งที่เหล่านี้ เด็กรุ่นใหม่จึงมีความคิดเห็นที่ห่างไกลธรรมชาติ ดินน้ำป่าอากาศ ปู่ย่าญาติมิตร กลับเดินตามเรื่องใหม่ ๆ ทั้งหมด

นอกจากจะเรียนรู้ เปิดใจ และเคารพ สิ่งที่เป็นยอดที่สุด คือ การลงมือปฏิบัติ แม้เราจะไปอ่านหนังสือร้านน้ำใจของพี่แฟ้บหมดทั้งร้านรู้ทุกเรื่องแต่หากไม่ลงมือทำก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดใด การลงมือปฏิบัติจะทำให้เราจำได้ เข้าสู่หัวใจ ไม่ใช่สมองเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนจึงไม่เพียงพอ การปฎิบัติจะสร้างชุดความรู้และชุดทักษะติดตัวเราไปตลอดชีวิต สร้างบทเรียน ผิด-ถูก เป็นเรื่องที่จะนำมาสอนเรา ทำงานจะต้องสรุปและทบทวน ถาม คิด อ่าน สร้างบทสรุปเพื่อการเรียนรู้ อันสุดท้าย คือ การสร้างสังคม พี่-น้องเครือข่าย สร้างการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนที่งดงาม มุ่งเข้าสู่เป้าหมายการเปลี่ยนแปลงดีงามอันจะยังประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

วันนี้ เรา คือ เมล็ดพันธุ์ที่พร้อมจะงอกงาม บนแผ่นดินที่เราเกิด ค่อย ๆ งอกงาม แตกกิ่ง ผลิช่อดอก ก้านใบ แผ่ร่มเงาให้กับมนุษย์ ทิ้งใบเพื่อให้แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ ที่สำคัญกว่านั้น การเรียนรู้ของเราจะผลิดอกออกผล เกิดเป็นผลสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้ใหม่ต่อไป อย่างไม่สิ้นสุด เป็นกลุ่มรักษ์เขาชะเมา กลุ่มแห่งการเรียนรู้ท้าทายแดดลม กล้าแกร่ง สร้างให้ลำต้นของเราเติบใหญ่เข้มแข็งต่อไป

อาจารย์ จันดม….เด็ก ๆ กลุ่มรักษ์เขาชะเมาทำให้เราเกิดความหวังในการดูแลฟื้นฟูธรรมชาติและดูแลชุมชน จนวันนี้ เรากลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของกลุ่มรักษ์เขาชะเมา

พี่แฟ้บ บุบผาทิพย์ แช่มนิล
…กลุ่มรักษ์เขาชะเมา เกิดในปี 2537 ผ่านแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นของน้อง ๆ ทีมงานทุกคน พวกเราเริ่มต้นด้วยกิจกรรม ง่าย ๆ งาม ๆ (ไม่พยายามใช้เงินใช้ทองอะไรมากมาย ย้ำ) อย่างเช่น เก็บขยะ ปลูกต้นไม้ จากเด็ก ๆ จำนวนไม่กี่คน ในวันนั้น ไม่มีใครคิดว่า กลุ่มรักษ์เขาชะเมาจะมีอายุถึง 10 ปี เริ่มต้นจากความผูกพันจนเป็นค่ายรักษ์วัฒนธรรม น้อง ๆ ในวันนั้น คือ พลังกาย พลังใจและพลังสมองของเรา

พี่หนุ่ย-ยายกะตา…หากจะให้พูดถึงรักษ์เขาชะเมา ประเด็นที่หนึ่งเลย คือ ความรักษ์บ้าน-รักถิ่น คงมีคนไม่มากกลับมาทำงานพัฒนาบ้าน แฟ้บ-อี๊ด เป็นเพื่อนที่คบกันมานาน เมื่อเค้าคิด-ทำ เค้าก็จะทำได้ ผู้หญิงสองคนนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมาก เค้าใจถึง-พึ่งได้


กุ๋ย-เครือข่ายเยาวชนเพื่อการพัฒนา
….งานรำลึกเดือน ตุลาฯ ที่ธรรมศาสตร์ปีหนึ่งซึ่งเป็นปีแรก ๆ ของการเกิดกลุ่มรักษ์เขาชะเมาพี่แฟ้บจะถือถุงพลาสติกเดินเรี่ยไรเงินทำค่ายเด็ก ที่สะดุดใจ คือ ค่ายเด็กของรักษ์เขาชะเมา เด็ก ๆ จะร้องเพลงเพื่อชีวิต-เพื่อสังคม ยุคตุลา กัน ส่วนกลางคืนกิจกรรมสำหรับเด็ก ๆ ที่นี่ คือ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมือง ช่วงเวลาผ่อนคลายพี่เลี้ยงจะร้องเพลง..ดินสอโดมธรรมศาตร์ เด่นสู้ศึก ได้จารึก…

 

กอล์ฟ-ครองแครง….จำไม่ได้ว่ารู้จักรักษ์เขาชะเมาตั้งแต่เมื่อไร มารู้อีกครั้งเมื่อมีจุลสารหนอนกระท้อนส่งไปให้ที่บ้านทั้งที่ไม่ได้สมัครสมาชิก

 

เวศ-เรือใบไม้ ลพบุรี….รักษ์เขาชะเมา คือ ความอบอุ่นที่ไม่อาจบรรยายได

 

เจ้ย-ไม้ขีดไฟ…ภาพรักษ์เขาชะเมา คือ ความมุ่งมั่น กล้าที่จะเริ่มต้นจากผู้หญิง 2 คนและน้อง ๆ ไม่กี่คน

ใครคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า..ทรัพยากรในวันนี้เป็นของคนรุ่นต่อไป ไม่มีใครมีสิทธิ์ที่จะนำไปใช้ด้วยความสิ้นเปลืองหรือปล่อยให้มันหมดไป แต่ความจริงที่เห็น นับวัน ทรัพยากรของเราถูกทำลายลงทุกวัน อย่างไม่มีเหตุผลใดใดที่จะบอกว่าเราจะอยู่เฉย ๆ ในวันนี้ กลุ่มรักษ์เขาชะเมา คือ การรวมตัวของเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่มาร่วมกันคิดว่า เราจะดูแลบ้านของเราได้อย่างไร เรานับหนึ่งด้วยความใฝ่รู้ เริ่มต้นบำเพ็ญประโยชน์จากสิ่งที่เราทำได้ กิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติดำเนินไปภายใต้โครงการ สานฝัน สู่ป่าสวย อันเป็นการเริ่มต้นซึมซับวัฒนธรรมความรู้ ภูมิปัญญา ท้องถิ่นของคนรุ่นปู่ย่าตายาย จากโครงการเรื่องเก่าที่บ้านเกิด…เราน้อมเคารพต่อความเห็นที่ว่า ไม่มีสิ่งใดยิ่งใหญ่ไปกว่าธรรมชาติ และสำนึกในรากเหง้าของสังคมไทยผ่านจิตวิญญาณ วันนี้ เราเดินทางผ่านการเรียนรู้และเติบโตมาพร้อมกับความคิดที่จะบอกกับผู้ใหญ่ว่า …ขอที่ว่างให้กับเด็กได้มีส่วนร่วมในการดูแลบ้านของเรา ให้เราได้คิด ได้ฝัน ได้ทำ ในสิ่งที่เรารู้สึก ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ สานฝัน สร้างสรรค์บ้านเกิดด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียว คือ เรารักบ้านของเรา….

เสียงจากวีดีทัศน์ 10 ปี รักษ์เขาชะเมา ตอกย้ำลงไปในน้ำเนื้อแห่งความคิด และความรู้สึกของทุกคนผ่านสัญญาณแห่งพันธะสัญญากับตัวเองและเพื่อน ๆ ว่า เราจะรักและทำเพื่อบ้านเกิดของเราต่อไป


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

17 มกราคม 2548