สื่อ..หนูอยู่ไหน.?

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีและบุคคลหรือกลุ่มบุคคลภายในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เร่งดำเนินการเข้าควบคุมและปิดพื้นที่การสื่อสารของประชาชนไปแล้วหลาย ๆ รายการ ล่าสุด พฤติกรรมของ รองวิษณุ เครืองาม แถลงนโยบายควบคุมการออกอากาศรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ตาม CABLE TV ทั่วประเทศ ภายใต้เหตุผลเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม หากการดำเนินการเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สื่อสำหรับเด็กคำตอบเรื่องนี้ยังล่องลอยอยู่ในสายลม

ผลจากงานแถลงข่าว ..สื่อเพื่อเด็กไทย ก้าวไกลไปถึงไหน.. 19 พฤศจิกายน ณ ลานตะวัน พิพิธภัณฑ์เด็ก สวนจตุจักร สรุปผลวิจัยถึงสัดส่วนพื้นที่รายการสำหรับเด็กลดลงเป็นอย่างมาก ในพื้นที่สื่อเกือบทุกประเภท ประเด็นใหญ่ของเรื่องนี้ ระบุชัดเจนถึงความไม่สามารถต่อสู้กระแสสื่อในเชิงพาณิชย์หรือพูดได้ว่ารายการเด็กขายไม่ออกเท่ากับรายการบันเทิงประเภทเกมส์โชว์หรือละครทีวีหลังข่าวขณะที่ผู้ผลิตยังคิดภาพรายการเด็กได้แค่เพียงรายการการ์ตูน (ญี่ปุ่น) อีกทั้งมาตรการของรัฐที่ผ่านมายังขาดรูปธรรมอันชัดเจน

นับจาก มติคณะรัฐมนตรี ฉบับวันที่ 4 พฤศจิกายน 2546 อันเกี่ยวข้องกับการใช้สื่อของรัฐเพื่อส่งเสริมให้การศึกษาและการเรียนรู้แก่เด็กเยาวชนและครอบครัว ซึ่งถูกกำหนดและมีผลบังคับใช้ (ไปแล้ว) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2547 จนวันนี้ ทำให้หลายคนเริ่มหวาดหวั่นว่ามติคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะเป็นเสือกระดาษที่ดูดีเพียงเท่านั้น

จากรายงานการวิจัย ..การนำเสนอเนื้อหาสำหรับเด็กของสื่อมวลชนในปัจจุบัน.. ของ ผศ.ลักษมี คงลาภ,อ.อัปสร เสถียรทิพย์ และ, อ.พรสุรีย์ ลิ้มรสธรรม โดย ผศ.ลักษมี หนึ่งในทีมนักวิจัยโครงการยุทธศาสตร์สื่อเด็กเฝ้าระวัง กล่าวถึงประเด็นการทำวิจัยเอาไว้ว่าจะมุ่งผลไปที่สถานการณ์การผลิตสื่อสำหรับเด็กของสื่อมวลชนในปัจจุบันและให้ความสนใจไปยังเด็กอายุระหว่าง 3-12 ปี รวบรวมปัญหาและอุปสรรคของสื่อในการผลิตผลงานซึ่งผลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ พบว่า..พื้นที่สื่อสำหรับเด็กวัยเริ่มต้นของการเรียนรู้มีน้อยมาก..ดังนี้

ทีวีช่อง 7 มีรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กมากที่สุดจำนวน 15 รายการ/สัปดาห์ ตามต่อมาที่ช่อง 9,ช่อง 3 ,ไอทีวี และช่อง 5 ซึ่งมีรายการสำหรับเด็กน้อยที่สุด ส่วนรายการวิทยุสำหรับเด็กมีเพียง 3 รายการ คือ รายการโลกของเด็ก FM 92.25 MHz , รายการครอบครัวสุขสันต์ ,รายการนิทานเพื่อนรัก ทรินิตี้ เรดิโอ FM 97.0 Mhz ที่เหลือล้วนแล้วแต่เป็นสถานีเพลง,สำหรับหนังสือพิมพ์ ข่าวสด ถือว่า มีพื้นที่สำหรับเด็กมากที่สุด 6วัน/สัปดาห์ ส่วนหนังสือพิมพ์ฉบับอื่น ๆ มีเพียง 1วัน/สัปดาห์ สุดท้าย นิตยสารสำหรับเด็ก มีเพียงนิตยสารจูเนียร์ ,แม็กส์และนิตยสารแก๊งเด็กสนุก เท่านั้น

งานวิจัยชิ้นนี้ทำการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ผลิตสื่อสำหรับเด็กจำนวน 10 คน (โทรทัศน์ 3 คน,วิทยุ 3 คน,นิตยสารและหนังสือพิมพ์ อย่างละ 2 คน) ได้บทสรุปที่ค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ว่าพื้นที่สื่อสำหรับเด็กน้อยลง แผ่วบางและพร้อมจะจากไป ผ่านเหตุผลที่ว่า "รายการโทรทัศน์น้อยรายการที่จะอยู่ได้อย่างมั่นคงถาวรเพราะต้องแข่งขันในแง่การผลิต ,คิดค้นรูปแบบรายการและหาผู้สนับสนุน ส่วนรายการวิทยุสำหรับเด็กในปัจจุบันมีน้อยหากเทียบกับสื่ออื่น ๆ รวมทั้งไม่ได้รับความนิยมจากกลุ่มเด็ก หากผู้ปกครองไม่ได้จูงใจให้ฟังเด็ก ๆ น้อยคนจะเปิดฟังด้วยตนเอง" ส่วนสื่อสิ่งพิมพ์ตกอยู่ในสภาพที่แย่กว่า อย่างไม่ต้องบอกคงจะเดากันได้ ..เด็กไทยไม่ได้ถูกปลูกฝังให้เป็นคนรักการอ่าน
ทั้งนี้ ประเด็นใหญ่ ๆ ของโครงการยุทธศาสตร์สื่อเด็กเฝ้าระวังเน้นการคิดค้นมาตรการเชิงป้องกันพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก รศ.ดร. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ กล่าวถึง ระบบการส่งเสริมและพัฒนาสื่อมวลชนเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนจำเป็นต้องมองไกลออกไปอีกขั้น "ระบบสื่อสารมวลชนจำเป็นต้องเปิดกว้างเป็นประชาธิปไตย คือ มุ่งไปถึงการทำสื่อให้มีสภาพเป็น ..สื่อของเด็ก,สื่อโดยเด็กและสื่อเพื่อเด็ก.. นั่นหมายความว่า สื่อเด็กไม่ได้จำกัดเพียงสื่อที่ผู้ใหญ่สร้างสรรค์เพียงเท่านั้น หากในอนาคตสื่อเด็กจะต้องเป็นของเด็กและเยาวชนที่เด็กและเยาวชนมีส่วนในการเป็นเจ้าของ คิดเอง-ทำเอง บริหารดำเนินการเอง"

สำหรับ 6 โครงการ ในแง่ของการเพิ่มพื้นที่สื่อที่สร้างสรรค์สำหรับเด็ก ซึ่งจำแนกแจกแจงตามโครงการออกเป็น

1.โครงการพัฒนาศักยภาพสื่อชุมชนของกลุ่มสื่อบูรณาการ สร้างกระบวนการผ่านลิเกเพื่อเด็กและครอบครัว ลดช่องว่างระหว่างคนสองรุ่น

2.โครงการทีวีเยาวชน สารคดีท้องถิ่นของกลุ่มมดตะนอยซึ่ง อ.ชาคริต สุดสายเนตร จากกลุ่มมดตะนอย ม.มหาสารคาม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ยุคหลัง ๆ สื่อโทรทัศน์ไม่ได้เอื้อสำหรับคนส่วนใหญ่หรือให้ผู้เข้าชมเข้าไปมีส่วนร่วม เน้นการสื่อสารทางเดียว โดยเฉพาะ เด็กและเยาวชนยิ่งไม่มีส่วนในการคิดค้นการทำรายการ"

3.ทางด้านทัตเทพ ทองทาบ จาก http://www.thaishortfilm.com เจ้าของโครงการชวนเด็กดูหนัง ให้ความเห็นถึงการเข้าร่วมสร้างพื้นที่สื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็กว่า "ทุกวันนี้สื่อสำหรับเด็กและเยาวชนค่อนข้างมีน้อย ยิ่งวงการภาพยนต์ยิ่งตกอยู่เป็นภาวะเสี่ยง คือ เสี่ยงต่อการขาดทุนเพราะการทำหนังมีการลงทุนที่สูงทำตลาดเด็กเพียงอย่างเดียวเขามักจะไม่ทำกัน"

4.โครงการ GLOZE นิตยสารสำหรับเด็กมัธยม,โดยเด็กมัธยม,เพื่อเด็กมัธยม อันเป็นการรวมกลุ่มของเด็กมัธยมกว่า 10 แห่ง

5. โครงการเยาวชนสร้างสื่อ สื่อสร้างเยาวชน พัทยา และสำหรับคนทำงานด้านเด็กอย่าง ณัฐพงษ์ สุขศิริ จากศูนย์กิจกรรมเมืองพัทยา กลุ่มสร้างสรรค์สื่อ ออกความเห็นถึงพื้นที่สื่อสร้างสรรค์ว่า "เยาวชน คือ กลุ่มวัยที่เปลี่ยนผ่าน ไม่ค่อยอยู่กับที่ ดังนั้น ช่วงวัยนี้จะเป็นช่วงวัยที่เปราะบาง การเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญ เราจำเป็นต้องให้สื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาพวกเขา"

6.โครงการดนตรีสร้างสรรค์ เพื่อวันของเรา ทำอัลบั้มเพลงทั้งดนตรีเนื้อร้องทำนองในชื่อชมรมเยาวชนอาสาสมัครเกสรลำพูและแกนนำเยาวชนย่านบางลำพูอย่าง ปานทิพย์ ลิกขะไชย ให้ความเห็นผ่านกระบวนการทำงานของกลุ่มว่า "เด็กต้องสร้างประเด็นของตัวเอง ไม่ใช่ลอกเลียนแบบเพราะทุกวันนี้เด็กและเยาวชนถูกเพลงกรอกหู"

สุดท้าย เข็มพร วิรุณราพันธย้ำถึงการจัดแถลงผลงานวิจัย..การนำเสนอเนื้อหาสำหรับเด็กของสื่อมวลชนในปัจจุบัน..ครั้งนี้ว่า "พื้นที่สำหรับเด็กมีน้อยกว่าในอดีต การทำงานประสานขนานแนวมติคณะรัฐมนตรี 2546 ด้วยการสนับสนุนเปิดพื้นที่สื่อสร้างสรรค์สำหรับเด็ก 6 โครงการ ในโครงการยุทธศาสตร์สื่อเด็กเฝ้าระวัง คือ ความคาดหวังสร้างความร่วมมือเพิ่มพื้นที่สื่อสำหรับเด็กในทุกแขนงสื่อ สร้างสื่อทางเลือกที่ขยายผลไปถึงชุมชนเกิดเป็นกลไกสำหรับสนับสนุนสื่อเพื่อเด็กให้คงอยู่และเพิ่มความหลากหลายในรายการ TV ที่ภาครัฐต้องสนับสนุนอย่างจริงจัง"

จากผลการวิจัยในส่วนท้ายระบุอย่างเป็นที่แน่ชัดอย่างยิ่งว่าอนาคตของเด็กไทยยังคงน่าเป็นห่วงซึ่งผู้ผลิตสื่อส่วนใหญ่ให้ความเห็นเป็นที่ตรงกันว่านโยบายรัฐควรจะต้องเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจังเป็นระบบ และให้รูปธรรมที่ชัดเจนไม่ใช่การวางนโยบายกว้าง ๆ แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสถานีหรือผู้ผลิตรายการจัดการควบคุมกันเอง อย่าไปโทษเด็กวันนี้ว่าไร้สาระ บ้าเกมส์ ตราบใดที่ผู้ใหญ่ไม่เห็นความสำคัญของสื่อ ปล่อยทุกอย่างออกมาอย่างคิดวิเคราะห์ไม่ได้ว่า อะไรควรรับหรือไม่ควรรับหรือไม่สร้างเกราะป้องกันแล้วปล่อยให้พื้นที่สื่อสำหรับเด็ก ลดลง จนไม่มีเหลือ

รู้จักโครงการยุทธศาสตร์สื่อเด็กเฝ้าระวัง ติดต่อ http://www.childmedia.net


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

28 พฤศจิกายน 2548