|
วาทกรรม "ชาวเขาทำลายป่า" ใครทำลายป่า
?
15 ธันวาคม 48 เครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศ 5,000 คน กลับบ้าน
และเหตุการณ์ยื้อเวลายื่นสภาฯ พิจารณา พ.ร.บ.ป่าชุมชนฉบับแก้ไข
(14-15 ธันวาคม 48) ของกรรมาธิการร่วมฯ
แม้จะผิดหวัง หากเครือข่ายป่าฯ ยืนยัน จะกลับมาใหม่
(มากกว่าเดิม) ในวันประชุมสภานัดแรก 4 มีนาคม 48 พร้อมประกาศเจตนารมณ์หนุนร่าง
พระราชบัญญัติฉบับสภาผู้แทนราษฎร 2544 อนุญาตคนอยู่ร่วมกับป่า
ภายใต้ชื่อ เครือข่ายป่าชุมชนแห่งประเทศไทย ดังนี้
1.
รัฐไม่อาจจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า เพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป
การผลักดัน พ.ร.บ.ป่าชุมชนฉบับสภาผู้แทนราษฎร เป็นคำตอบเดียวที่จะรักษาทรัพยากร
ดิน น้ำ ป่า ให้อยู่กับลูกหลานอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อรักษาไว้ซึ่งจิตวิญญาณภายใต้เจตนารมณ์คนอยู่กับป่าตลอดไป
2 .เราขอยืนยันว่าภายใต้ผู้เสนอกฎหมายป่าชุมชนฉบับประชาชน
ในนามเครือข่ายป่าชุมชนแห่งประเทศไทย เราจะผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ได้รับการประกาศใช้อย่างถึงที่สุดและเราไม่อาจยินยอมให้องค์กรใด
ๆ ก็ตามบิดเบือนเจตนารมณ์การจัดการทรัพยากรที่ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้คนอยู่กับป่าได้
3. เราขอประกาศว่านับจากนี้เป็นต้นไปการจัดตั้งป่าชุมชนภาคประชาชนจะดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง
อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานโดยชอบตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการปฏิรูปการเมืองภาคประชาชน
และคืนการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง |
เขตอนุรักษ์พิเศษเพิ่มเติมภายใต้ความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการร่วมสองสภา
(สภาผู้แทนราษฎร,วุฒิสภา) เพิ่มเติมจากพระราชบัญญัติฉบับเดิม
(สภาผู้แทนราษฏร2544) ซึ่งอ้างตามคำนิยามทางกฤษฎีกาได้กำหนดความหมายของพื้นที่อนุรักษ์พิเศษเอาไว้ว่า
"เขตพื้นที่อนุรักษ์พิเศษ หมายความว่า เขตพื้นที่ในเขตอนุรักษ์ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่มีสภาพป่าสมบูรณ์
พื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง พื้นที่ที่มีระบบนิเวศตามธรรมชาติที่อาจถูกทำลายหรืออาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากกิจกรรมต่าง
ๆ ของมนุษย์ได้โดยง่าย พื้นที่ที่คุณค่าทางด้านธรณีวิทยาหรือโบราณคดีหรือพื้นที่ที่มีพันธุ์พืช-พันธุ์สัตว์หายากหรือใกล้สูญพันธุ์"
ประเด็นใหญ่ คือ การห้ามจัดตั้งป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์พิเศษจนเป็นประเด็นบานปลายกลายเป็นการชุมนุม
2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเขียวจัด เห็นด้วยกับแนวคิดจัดตั้งพื้นที่อนุรักษ์พิเศษพร้อมกับระบุชุดวาทกรรม
"ชาวเขา คือ คนทำลายป่า" และรัฐเท่านั้นที่สามารถดูแลและจัดการป่าได้ทั้งระบบ
จัดตั้งขบวนประจันหน้าเครือข่ายป่าชุมชนซึ่งเห็นว่าแนวคิดพื้นที่อนุรักษ์พิเศษ
คือ แนวคิดที่แยกการมีส่วนร่วมของประชาชนออกจากการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
พร้อมชูประเด็นป่าสูญเพราะสัมปทานรัฐและกรมป่าไม้
ต่อไปนี้เป็นการพูดคุยของกลุ่มผู้สนับสนุนแนวคิดพื้นที่อนุรักษ์พิเศษและแหล่งข่าวที่บังเอิญได้เข้าไปพูดคุยและบันทึกไว้เป็น
File เสียง ... ทาง ทีมงานไทยเอ็นจีโอ ได้นำมาถอดความเปิดเผยไว้ในที่นี้ระหว่างติดตามขบวนชุมนุมเครือข่ายป่าชุมชน
หน้ากระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 13 ธันวาคม 2548 ดังนี้
แหล่งข่าว
: มาจากไหนกันครับ?
กลุ่มผู้สนับสนุน : มาจากสวนผึ้ง
(ราชบุรี)
แหล่งข่าว : มากันกี่คน?
กลุ่มผู้สนับสนุน : ประมาณร้อยกว่าคน
(เสียงแทรกมาว่า รถบัส 5 คัน)
แหล่งข่าว : ใครจัดรถบัสให้?
กลุ่มผู้สนับสนุน :
(อึ้ง ครู่ใหญ่)
ไม่รู้ เราไม่รู้ คือ ยังไงดีล่ะ เรากลับมาจากทำงาน
'เขา' เข้ามาชวนพวกเราว่า "ไปเที่ยวสนามหลวงกันไม๊"
ถามว่ามาทำอะไรกันก็มีแต่คนบอกว่า 'ไม่รู้' อ่านเอกสารเอาถึงได้เข้าใจว่ามา
"อนุรักษ์ป่า"
แหล่งข่าว : เห็นป้ายเขียนว่า
"ชาวเขา คือ พวกทำลายป่า" รู้สึกยังไง?
กลุ่มผู้สนับสนุน :
รู้สึกเสียใจ (ตอบทันที)
ต้นเหตุจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้น เราไม่ได้ทำลายป่า นี่เขาทำให้เราเสียหาย
!!!
แหล่งข่าว : เข้าใจเรื่อง พื้นที่อนุรักษ์พิเศษ
หรือเปล่า?
กลุ่มผู้สนับสนุน : (ปรึกษากันเป็นภาษากระเหรี่ยง)
ไม่รู้ งงเหมือนกันส่วนมากที่มาไม่รู้เรื่อง
'เขา' บอกว่ามาเที่ยว ต่างคนต่างมา ถามใครก็ไม่รู้เรื่อง
แหล่งข่าว : รู้หรือเปล่าว่าพื้นที่อนุรักษ์พิเศษจะทำให้เราต้องย้ายออกจากพื้นที่ป่า?
กลุ่มผู้สนับสนุน : ออกจากป่าแล้วจะให้เราไปอยู่ที่ไหน
(เสียงอื้ออึงว่าไม่รู้ พวกเราไม่รู้)
แหล่งข่าว : รู้แล้วจะทำยังไง
เมื่อกฎหมายอีกฉบับหนึ่งรับรองให้เราอยู่กับป่าได้
กลุ่มผู้สนับสนุน :
เราก็ต้องเอากฎหมายฉบับเดิมสิ
แหล่งข่าว : อ้าว สิ่งที่เราทำอยู่ขณะนี้ไม่เป็นการสนับสนุน..
(พูดยังไม่ทันจบ)
กลุ่มผู้สนับสนุน :
(พูดแทรก) เราไม่ได้สนับสนุน
(เน้นและมีเสียงสำทับจากเพื่อนๆ
ข้างหลัง) เราไม่ได้เซ็นรับรองอะไรนะ 'เขา'
แค่บอกว่าไปเที่ยวกัน
|
การอนุรักษ์ทรัพยากรดินน้ำป่าเป็นเรื่องของคนทุกคน ขณะคนกรุงเทพฯ
หลายคนคงถอนใจโล่งเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมสองฝ่าย (ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับพื้นที่อนุรักษ์พิเศษ)
กลับบ้าน หากสิ่งที่ยังค้างคา ใคร คือ คนทำลายป่า ยังกรุ่นอยู่ในความสงสัย
ชาวบ้านพื้นราบหรือกลุ่มชนบนพื้นที่สูง,นักธุรกิจเอกชนหรือรัฐ-ราชการ
เพียงสิ่งที่สัมผัสได้ คือ จำนวนทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมสูญและภาวะโลกร้อนกำลังคุกคามเราทุกคน
และ...เรา คงไม่ต้องถามกันต่อไปอีกว่า ใคร คือ คนทำลายหรือใครใช้
(ผลาญ) ทรัพยากรมากกว่าใคร ? เพราะคำถามที่ดีกว่านั้น
คือว่า เราจะร่วมรักษาทรัพยากรส่วนที่เหลือเอาไว้ให้เพิ่มพูนได้อย่างไรต่างหาก
จริงไหม!!
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
25 ธันวาคม 2548
|