|
หมู่บ้านไม่สมหวัง..น้ำตาคนเมือง
เชื่อว่า..
ความฝันของคนอีกหลายคนที่จะมีบ้านของตนเองสักหนึ่งหลัง พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก
เป็นความหวังหล่อเลี้ยงให้ชีวิตก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างอดทน
เก็บหอมรอมริบ รัดเข็มขัดกันสายตัวแทบขาดสะบั้น เพื่อให้บ้านในฝันของตน
เป็นรูปร่าง ปลูกสร้างขึ้นมาจากเนื้อดินที่ว่างเปล่า..คนเมืองหลวง..เป็นหนึ่งในหลายจำนวนนั้น..แต่จะเป็นอย่างไร
เมื่อความหวังกลับไม่สมหวัง..
โครงการทัวร์หมู่บ้านไม่สมหวัง ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
http://www.consumerthai.org
สามหมู่บ้าน ..โครงการบ้านนันทิชา บางบัวทอง ซื้อบ้าน
ไม่ได้บ้าน , 7 ปี บางกอกแลนด์ โครงการเมืองทองธานี บ้านกลายเป็นสถานเสี่ยงภัย
เมื่อโครงสร้างบ้านถูกยึดเอาไว้ด้วยเศษเหล็ก,และ รามอินทรา โครงการเสนาวิลล่า
3 เมื่อสนามเด็กเล่นของหนูกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร เกิดขึ้น
พร้อมกับ การระบายออก ถึงความไม่สมหวังและน้ำตาของประชาชนในฐานะผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
จากกลุ่มทุนที่เอื้อประโยชน์ผ่านช่องว่างทางกฎหมายของรัฐ..
เครือข่ายผู้เดือดร้อนกรณีอสังหาริมทรัพย์
ทวีจำนวนมากขึ้นจากหลายโครงการ กรณี ซื้อบ้านแล้วไม่ได้บ้าน
บ้านที่อยู่อาศัยโครงสร้างไม่ได้คุณภาพ บอกว่าสาธารณูปโภคพื้นฐานครบครัน
หรือกรณีการนำพื้นที่ส่วนกลาง สนามเด็กเล่นกลางหมู่บ้านไปสร้างอาคารพาณิชย์
..กรณีเหล่านี้ล้วนไม่เป็นไปตามสัญญาเมื่อแรกเข้าอยู่ และเมื่อประชาชนเข้าร้องทุกข์กับ
เทศบาล ศาล หรือกรมบังคับคดี หรือแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
คำตอบที่ได้รับกลับเป็นว่า..กลุ่มผู้ประกอบการยังไม่ได้ละเมิดสัญญาหรือกระทำความผิดใด..
สมจิต
คงทน ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้เดือดร้อนกรณีอสังหาริมทรัพย์
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เรียบเรียงข้อมูล 3กรณีหมู่บ้านไม่สมหวังเอาไว้อย่างน่าสนใจ
จากการทัวร์หมู่บ้านครั้งนี้..
นันทิชา โครงการบ้านจัดสรรที่ผู้ซื้อไม่ได้เห็นแม้แต่ตัวบ้าน..ถูกโกงเงินดาวน์
200,000-400,000 บาท ถึง 1,000 คน โครงการบ้านนันทิชา ของบริษัทลีฟวิ่ง
สแตนดาร์ด กรุ๊ป จำกัด เปิดตัวโครงการและให้ประชาชนสั่งจอง ตั้งแต่ปี
2538-2539 และทยอยชำระเงินดาวน์จนครบ 24 งวด แต่ปรากฏว่า เมื่อผู้ซื้อไปดูโครงการกลับไม่พบแม้ฐานราก
บางแห่งยังไม่ได้ก่อสร้างเลยก็มีหรือมีการก่อสร้างแต่ยังสร้างไม่เสร็จ
ที่เลวร้ายกว่านั้น บางแห่งกลับขายให้โครงการอื่นไปเรียบร้อย..ขณะจำนวนผู้เดือดร้อนทวีจำนวนมากขึ้น..ปี
2541 ประชาชนคนเมืองถึงพาเหรดไปร้องทุกข์กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
และได้ทำบันทึกข้อตกลงผ่อนชำระเป็นงวดแต่ปรากฏว่า บริษัท ลีฟวิ่ง
สแตนดาร์ด กรุ๊ป ชำระได้เพียง 3 งวด งวดละ 5,000 บาท เท่านั้น..
7 ปี บางกอกแลนด์ โครงการเมืองทองธานี
ยิ่งสู้ ยิ่งเห็นอันตราย คุณ จักรพันธ์ เทิดเหตุผล ผู้ซื้อบ้านและเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในการยื่นเอาผิดกับบริษัทบางกอกแลนด์
เขา ยืนยันถึงการตัดสินใจซื้อบ้าน ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า เป็นเพราะมั่นใจในบริษัทบางกอกแลนด์ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ในขณะนั้น
เมื่อเข้าดูบ้านปัญหาที่พบ คือ หลังคามีรูรั่ว ผนังแตกร้าวและปลั๊กไฟมีกระแสไฟรั่วออกมา
ทางบริษัทยืนยันให้เขามั่นใจว่าจะจัดการให้แล้วเสร็จภายใน 1
สัปดาห์หลังจากโอนบ้าน..25 กรกฎาคม 2539 เขาตัดสินใจโอนบ้าน
หลังจากนั้นบริษัทไม่ได้สนใจในปัญหาที่รับปากเอาไว้อีกเลย..
สิ่ง..ที่น่าหวาดหวั่นเกิดขึ้นเมื่อเขาพบว่า
ผนังบ้านมีรอยแตกร้าวมาก ส่วนรอยเชื่อมระว่างชั้น มีเพียงเศษเหล็กเท่านั้นที่ยึดโครงอาคารเอาไว้
ประสบการณ์ ทางด้านวิศวกรรม บอก คุณ จักรพันธ์ ให้รู้ว่าโครงการนี้ต้องมีการก่อสร้างที่ผิดแบบแปลนอย่างแน่นอน
คุณ จักรพันธ์ จึงยื่นเสนอขอตรวจแบบแปลนกับกองช่างอาคาร เทศบาลปากเกร็ด
พบว่าผิดแบบจริง และต่อมาเทศบาลปากเกร็ดได้ยื่นดำเนินคดีแก่
บริษัทบางกอกแลนด์ กระทั่งมีคำสั่งรื้อถอน ผู้ประกอบการ บางกอกแลนด์
ยื่นอุทธรณ์ และสร้างชุดหลักฐานหักล้างโดยทำการทดสอบความแข็งแกร่งของตัวอาคาร
หากการทดสอบไม่น่าเชื่อถือ เพราะเป็นการทดสอบเพียงฝ่ายเดียว
เป็นเพียงการสร้างหลักฐานเพื่อเอาตัวรอดจากคดีเท่านั้น
ปัจจุบัน คุณจักรพันธ์ เทิดเหตุผล ไม่ได้เข้าอาศัยในบ้านหลังนี้และต่อสู้เพื่อทำให้เกิดความยุติธรรมขึ้นมาให้ได้ในสังคมนี้..
กรณีอสังหาริมทรัพย์ เป็นเรื่องเป็นราวนับจากปี
2543 จนปัจจุบัน ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค ได้รับกรณีร้องเรียนเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ
นับจาก ปี 2543 มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา 64 กรณี ปี 2544 22
กรณี และปี 2545 จำนวน 113 กรณี สิ่งที่ได้รับทราบจากผู้ที่โทรเข้ามาร้องเรียน
ทำให้ได้ทราบข้อมูลถึงปัญหา เป็นเรื่องบ้าน อาคารพาณิชย์ อาคารชุด
และรวมไปถึงคอนโดมิเนียม ในระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป คือ
ไม่มีการสร้างบ้านตามสัญญา ไม่โอน ไม่ได้สร้างแบบให้ตามที่ขอไปจนถึงวัสดุที่นำมาสร้างไม่มีคุณภาพ
ไม่มีสาธารณูปโภคตามที่ให้ไว้ในสัญญา ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางจามแบบที่ขออนุญาตให้จัดสรร
หรือเกิดการนำพื้นที่ส่วนกลางไปขายมให้บุคคลอื่น ๆ รวมทั้งมีการบริหารการจัดการทางการเงินไม่โปร่งใส..

3 โครงการ..ทัวร์หมู่บ้านไม่สมหวังเป็นเพียงกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้น
สะท้อนถึงวิถีทุน รุกล้ำประชาชน แทรกเข้าสู่ระบบรัฐ ทำลายแบ่งแยก
ใช้วิธีการเดียวกัน คือ การแบ่งแยก ปันและเสนอผลประโยชน์ให้แก่คนบางส่วน
ทำให้คนอีกบางส่วนให้กลายเป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นวิธีการเดียวกัน
นับจาก ปากมูล ท่อก๊าซ บ่อนอก-บ้านกรูด
หรือโครงการอื่น ๆ จนวันนี้ ม็อบ กฟผ. ก็เจอคำว่า มือที่ 3..เครือข่ายผู้เดือดร้อนจากการซื้อบ้านดำเนินการต่อสู้
เคลื่อนไหว ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จาก 5 ปี ถึงวันนี้
คำตอบของความเป็นธรรมยังไม่มีสิ่งใดชัดเจน..
คุณ
อลิสา หะสาเมาะ กรณีพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้านประชานิเวศน์
3 คุณ วิจักร เอียดแก้ว หมู่บ้านเสนาวิลล่า รามอินทรา
ที่สนามเด็กเล่นวันนี้ กลายเป็นบ้านจัดสรร คุณ จักพันธ์ เทิดเหตุผล
โครงสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐาน บางกอกแลนด์ เมืองทองธานี คุณ
ไพฑูรย์ น้อยวิเศษ โครงการนันทิชา ซื้อบ้านแล้วไม่ได้บ้าน
หรือคุณ รัตนา สัจจเทพ กลุ่มเครือข่ายผู้เดือดร้อนจากการซื้อบ้าน
เป็นเสียงส่วนหนึ่งของความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ที่วันนี้
ความเดือดร้อนจากโครงการของทุนบวกรัฐไม่ได้รุกล้ำ แย่งชิงเอาจากประชาชน
คนชายขอบในพื้นที่ห่างไกลเพียงเท่านั้น หากคนที่ได้ชื่อว่า คนเมือง
กำลังถูกกระทำ ก้ำเกิน ความน่าเชื่อถือของผู้ใช้กฎหมาย ผู้ที่กุมนโยบาย
สร้างชาติใหม่ สร้างเศรษฐกิจใหม่ แก้ปัญหาจากรากหญ้า กลับไปเอาใจ..ทุน..หรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่มากกว่าจะสร้างความเป็นธรรมให้เกิดแก่ประชาชนผู้บริโภค
หรือ??
เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วว่า
ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงในโลกนี้
มีเพียงความชอบธรรมของใครเท่านั้น
หากเป็นเช่นนั้น ขอความชอบธรรมให้เกิดแก่ประชาชนธรรมดา
บ้างได้ไหม..
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
2 มีนาคม 2547
|