เจริญ วัดอักษร คนดี คนจริง

เจริญสร้าง เจริญสู้ เจริญอยู่กับชาวบ้าน
บ่อนอกเป็นตำนานที่สร้างคนให้สู้คน ..(บ่อนอกเป็นตำนานที่สร้างคนให้สู้คน)
คือ ใจของชาวบ้าน ..ผู้กล้าหาญและทานทน
บ่อนอกบ่จำนน...กับถ่อยเถื่อนอธรรมใด

คือ ทรายทุกเม็ดทราย...ที่คลื่นซัดสะอาดใส
แกร่งกล้าและเกรียงไกร....จะกู้ถิ่นแผ่นดินทอง
อันเจริญ ด้วยเจริญ... จึงเผชิญกับพาลผอง
ขุนมารเขม่นมอง เขม้นมาฆ่าเจริญ

เจริญสู้เจริญดับ เจริญจับใจเผชิญ
ใจสู้จะกรูเกินกว่าหมู่มารจักพึงหมาย..(ใจสู้จะกรูเกินกว่าหมู่มารจักพึงหมาย)
ถึงตายก็แต่คนความเป็นคนไม่เคยตาย..(ถึงตายก็แต่คนความเป็นคนไม่เคยตาย)
เทิดทัศน์และท้าทาย...เถอะตายสิบจะเกิดแสน
บ่อนอกเป็นตำนาน....แห่งคนหาญอันหวงแหน
รักษ์ถิ่นอันดินแดน...ยอมแตกดับกับแผ่นดิน

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

12 มิถุนายน ถึงวันนี้ การดำเนินการคดี เจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มรักษ์ท้องถิ่น บ่อนอก หรือ ประชาชนหนึ่งคนผู้ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์และชุมชนเข้มแข็ง จากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และเป็นหนึ่งใน 16 แกนนำของเมืองไทยที่เสียชีวิตจากการคุกคามจากกลุ่มอิทธิพลที่รัฐบาลสัญญาว่าจะปราบปรามให้สิ้นซาก หากทำได้เพียงกำจัดกลุ่มอิทธิพลขั้วตรงข้ามและรัฐวันนี้เป็นกลุ่มทุนอิทธิพลอันทรงพลัง… การร่วมกันขององค์กรภาคประชาชน 44 องค์กร อนุสนธิ การเสียชีวิต สดุดี คนดี คนจริง ของสังคม เจริญ วัดอักษร 3 กรกฎาคม 2547 ท้องสนามหลวง รวบรวมกลุ่มองค์กรประชาธิปไตยและกลุ่มสันติภาพ เร่งรัดรัฐให้ดำเนินการคดีถึงตัวบงการ คำถามใหญ่ ที่ไม่เคยได้รับจากผู้ปกครองไม่ว่าจะยุคสมัยใด16 ภาพ 3x3 เมตร บนผืนผ้าใบ ศิลปินเพื่อสันติภาพนำทีมโดย วสันต์ สิทธิเขตต์ ร่วมรำลึก ใจความใหญ่ คือ สะท้อนความดำมืดของสังคมนี้ที่พร้อมจะทำลายคนดี พร้อมคำประกาศก้องขององค์กรประชาชน

ในนามผู้รักความยุติธรรมและสันติทั้งหลาย ..ว่าการสังหาร เจริญ วัดอักษร คือ รูปธรรมที่ชัดเจนที่ฝ่ายทุนและอิทธิพลท้องถิ่นใช้ความรุนแรงนอกกติกา ป่าเถื่อนกระทำต่อขบวนการต่อสู้ของชุมชนซึ่งพยายามรักษาสิทธิ
- รัฐต้องจับกุมคนบงการและผู้ลงมือสังหารผู้นำชุมชนทั้ง 16 กรณี โดยเฉพาะ เจริญ วัดอักษรให้ดำเนินการถึงขบวนการที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษตามกฎหมาย
- พิจารณามาตรการขจัดอิทธิพลท้องถิ่นให้หมดสิ้น
- มีนโยบายอย่งเป็นรูปธรรมในอันจะคุ้มครองประชาชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ปกป้องสิทธิชุมชน

3 คนใกล้ชิด พูด ถึง เจริญ

ชั้น วัดอักษร บิดา
ได้ข่าวแล้วคิดไม่ถึง แต่ก็ทำใจได้เพราะคิดว่า เจริญ ทำงานอย่างนี้ย่อมมีความเสี่ยงมาก เป็นเรื่องธรรมดา ตอนที่เขามีชีวิตอยู่ก็บอกให้ระมัดระวังตัวเอาไว้ให้มาก ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ รู้ข่าวในเบื้องต้น จึงทำใจได้ค่อนข้างมาก รีบมาที่วัด ยังไม่ร้องไห้ เห็นคนร้องไห้ เราก็อดที่จะน้ำตาไหลไปด้วยไม่ได้ …วันนี้ วิงวอนให้รัฐบาลช่วยจับตัวผู้บงการให้ได้และขอบใจเพื่อนเจริญทุกคนขอให้ช่วยสานต่อการทำงานของเจริญ ..คงไม่มีอะไรพูดมากกว่านี้ นอกจากขอบใจเพื่อนและมิตรทุกคนที่เอาใจช่วยเจริญ

อนันต์ พงษ์พัฒนกุล (ครูตุ้ย)
…แกนหลักสำคัญของกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่น บ่อนอก อีกคน…อยากขอบคุณเพื่อนพ้องและสื่อมวลชนทุกคน ผมขึ้นมาพูดบนเวทีมีไม่มากครั้งนักที่ผมจะรู้สึกอย่างนี้ ทุกครั้ง ที่ขึ้นมายืนบนเวทีมักมีความรู้สึกฮึกเหิม มุ่งมั่นที่จะบอกกล่าวเรื่องราวความเป็นจริง…แต่การขึ้นมาพูดครั้งนี้แม้ความมุ่งหมายในการทำงานจะยังคงอยู่ แต่ยังคงความรู้สึกสลดหดหู่อยู่มาก ปัญหาใหญ่ ใครคือคนบงการ ..ผมคิดว่า คนบงการ คือ คนของรัฐ คือ ประสิทธิภาพของกลไกรัฐที่ไม่อาจแก้ไขปัญหาปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปัญหาความขัดแย้งทับถมบานปลาย เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนเข้าร่วมกับกลุ่มอิทธิพล กลุ่มพ่อค้า จนชาวบ้านทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นมาตอบโต้การกระทำที่ไม่ชอบธรรม ผลสุดท้ายเกิดอะไรขึ้น …หากรัฐเข้ามาจัดการอย่างไม่เห็นแก่ประโยชน์ของใคร เจริญหรือเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เสียชีวิตหรือที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนี้ ..คงไม่เกิดขึ้น..

เรื่องราวของ เจริญ วัดอักษร ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ถูกตีแผ่ออกสู่สาธารณะ เพราะปกติคนส่วนใหญ่ถูกภาครัฐกล่อมเกลาทำให้กระบวนการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนเป็นภาพลบ..ประชาชนผู้เรียกร้องต้องมีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องหรือรับจ้างต่างชาติมาเอาเงินของเขามาเพื่อทำลายประเทศ..

โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่บ่อนอก เป็นโครงการซึ่งเริ่มต้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 2538 ประชาชนบ่อนอกเรียกร้องให้ทางอำเภอชี้แจงเกี่ยวกับผลกระทบจากโรงไฟฟ้า ในวันเดียวกัน ประชาชน 2,000 คน มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นชอบให้สร้างโรงไฟฟ้าที่บ่อนอก และวันรุ่งขึ้นเข้ายื่นรายชื่อคัดค้านที่อำเภอ 4,000 กว่ารายชื่อแต่เรื่องก็เงียบหายไป ยุคนั้น 2538 ครูหลายท่านได้เป็นแกนนำลุกขึ้นคัดค้านโรงไฟฟ้า หากต่อมา เมษายน 2539 โรงไฟฟ้าติดต่อกับครูแกนนำรวมทั้งตัวผมเองเดินทางไปเที่ยวอเมริกาแถมมี พ็อกเก็ต มันนี่ ปรากฏว่ามีครูและนักการเมืองท้องถิ่นไปกันหลายคน

หลังจากนั้นมิถุนายน 2540 อบต.บ่อนอกยุคก่อนลุกขึ้นมาคัดค้านโรงไฟฟ้าเนื่องจากทางโรงไฟฟ้าได้ซื้อที่ดินสาธารณะเพิ่มอีกหนึ่งแปลงโดยการใช้นายหน้าจากต่างถิ่นเข้าไปเป็นผู้ซื้อที่ดิน ค่านายหน้าจึงตกไปอยู่ในมือคนอื่นจึงลุกขึ้นมารียกร้อง..ซึ่งเป็นเรื่องผลประโยชน์..และที่สุด แกนนำคัดค้านยุคที่สองจึงเป็นผู้สนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าอีกคำรบและยุคที่สองนี่เองที่ เจริญ เข้ามีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นแกนหลักในการคัดค้านโรงไฟฟ้าด้วยสามัญสำนึกของการไม่เอารัดเอาเปรียบและหรือความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น เนื่องจากประชาชนมักจะถูกหลอก ลวงอย่างสม่ำเสมอ เจริญ เอาตัวเองเข้าร่วมการคัดค้านและมีบทบาทหลักทำหน้าที่สืบเสาะข้อมูลและประสานงานไปยังกลุ่มองค์กรพันธมิตรหลายส่วน กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอกจึงถือกำเนิดมาตั้งแต่ปลายปี 2540 และดำเนินการคัดค้านมาตลอดโดยมี เจริญ วัดอักษร ทำหน้าที่แกนหลักในการประสานงานอย่างขันแข็ง
…ประสานงานการประชุมชาวบ้าน
จัดทำป้ายผ้าคัดค้าน…เล่ากันว่า ยุคนั้น คนบ่อนอกยังไม่มีโทรศัพท์กันมาก มีเจริญนี่แหละที่มี…ทำการประสานงานอย่างไม่เคยเรียกร้องค่าโทรศัพท์
เจริญ นำชาวบ้านไปดูผลกระทบจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ…สร้างความรู้สึกคัดค้านออกสู่วงกว้าง.. เจริญ เป็นคนบันทึกภาพวาฬบุลด้าเปิดเผยแก่สาธารณะ เจริญ เปิดประเด็นใหม่เกี่ยวกับการจัดทำ EIA ของประเทศนี้ เรียกร้องกระบวนการการมีส่วนร่วมภาคประชาชน… ด้วยจิตใจสาธารณะที่พร้อมจะเห็นอกเห็นใจประชาชนผู้เดือดร้อนทั่วประเทศ เจริญ เดินทางทั่วประเทศให้คำแนะนำและปรึกษาแก่กลุ่มองค์กรพันธมิตร เป็นทั้งเพื่อนมิตรและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้งเป็นที่ปรึกษา วันนี้ เจริญ วัดอักษร จากไป รัฐบาลต้องเข้ามาตรวจสอบปัญหาที่ดินสาธารณะของประเทศให้ลุล่วงและจัดการกลุ่มอิทธิพลให้พ้นไปจากสังคมประชาธิปไตย…

กรณ์ อุมาพษ์น้อย (กระรอก)
จำเป็นต้องขอบคุณพันธมิตรทุกองค์กรที่ได้ร่วมจัดงานให้กับเจริญ หลังจเหตุการณ์ ดิฉันและชาวบ่อนอกทุกคนรู้ดีว่า การจากไปของเจริญจะไม่สูญเปล่า ดิฉันคิดว่า ..การสูญเสียเจริญเป็นการสูญเสียที่ไม่น่าเสียใจ ..ถึง แม้วันนี้จะจับมือปืนได้สองคนแต่เรื่องคนบงการกลับยังไม่คืบหน้าโดยส่วนตัวทั้งดิฉันและชาวบ่อนอก ขอบอกว่า การจับมือปืนสองคนเป็นเพียงหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการขยายผลในเรื่องกระบวนการการต่อสู้เท่านั้น วันนี้บทสรุปที่ได้ คือ เหตุการณ์กำลังถูกตัดตอนคดี จับได้เพียงการจับมือปืนสองคน…เหตุการณ์ปัจจุบันทำให้ดิฉันมั่นใจอย่างนั้น จากการสอบถามการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่รัฐ (สักครู่ก่อนขึ้นเวที) ว่า ..เมื่อจับมือปืนได้จะมีการดำเนินการทางคดีต่อไปอย่างไร จะสามารถสาวเอาคนที่บงการอยู่เบื้องหลังมาได้หรือไม่.. หรือขยายผลได้มากน้อยเพียงใด…คำตอบก็คือ หากสาวได้และมีหลักฐานชัด ก็ได้ แต่หากหลักฐานไม่ชัดเจน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร…เป็นคำตอบของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีส่วนสำคัญในการทำคดี …พูดอย่างนี้กำลังแสดงถึงอะไร..
เรื่องราวเหล่านี้ เหมือนกับที่ดิฉันย้ำนักหนาว่า ชาวบ่อนอกไม่เคยเชื่อและไม่ไว้วางใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ในทุกระดับ…ประชาชนและชาวบ่อนอกจะติดตามและไม่ยอมปล่อยเรื่องราวให้ผ่านไป…เหมือนกับชีวิตนักต่อสู้ประชาชน อีกหลายคน..

ซึ่งสวนทางกับ
คำชี้แจงของนายกผ่านรายการนายกทักษิณคุยกับประชาชน คดีลอบสังหาร คุณเจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอกนะครับ ตอนนี้ก็ชัดเจน ตำรวจจับตัวมือปืนได้แล้วเราก็ต้องจับกุมผู้จ้างวานต่อไป นอกจากนั้น ไม่ใช่แค่จับกุมมือปืนแล้วจบ ไม่ใช่ ผมสั่งการให้ไปดูเรื่องที่ดิน พวกนายทุนพวกมีอิทธิพล ทั้งหลาย ที่ฮุบที่ดิน เฉพาะคดีนี้ต้องรื้อฟื้น มันไม่ไหว คือ ป่าไม้ถูกทำลายที่สาธารณะถูกบุกรุก นี่มันไม่ใช่เป็นเรื่องของธรรมดาที่คนจนอยากจะมีที่ทำกิน แต่มันเป็นเรื่องของผู้มีอิทธิพล บางทีก็ใช้คนจนบังหน้าแล้วในที่สุด ก็ฮุบที่ดินขยายที่ดินมีไร่มีนามีป่าเป็นหมื่น ๆ ไร่ แบบนี้ผมบอกให้จัดการดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่วมมือก็ให้ดำเนินคดี หรือว่าไม่มีหลักฐานก็ดำเนินทางการปกครอง....ไม่ไหวขืนปล่อยไว้บ้านเมืองแย่ ที่สุดนี่ ใครไปขวางก็ยิงทิ้งอย่างนี้ใช่ไม่ได้ เรา ต้องดำเนินการให้กฎหมายเป็นกฎหมายเด็ดขาด มีอะไรก็ร้องเรียนมา ว่าผู้มีอิทธิพลบุกรุกที่ดินไหน ยึดที่ดินฮุบตรงไหน ฮุบป่าสงวนอะไรนี่ แจ้งมาเลยครับ ในตู้ไปรษณีย์ผม ผมจัดการแน่ ขอร้องเถอะนะ ไปทำมาหากินบริสุทธิ์ดีกว่า มีสมองสองมือช่วยทำมาหากินให้ถูกต้องตามกฎหมายดีกว่า ผมสั่งการให้ไปดูคลองชายธงอะไร ดูละเอียด ใครผิดว่าตามผิด ไม่ต้องไว้หน้าว่าเป็นใครมีพรรคพวกอยู่พรรคไหนก็ช่างไม่สนใจ กฎหมายต้องสูงสุด ความสงบเรียบร้อยขอเป็นเรื่องสำคัญ


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

6 กรกฏาคม 2547