เกิดอะไร..ที่ลานหอยเสียบ??

เพียงไม่นาน หลังจากการใช้กองกำลังผสมเข้าจัดการ กลุ่มเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจน ..จังหวัดกระบี่และสุราษฎร์ ..กองกำลังผสมตำรวจ และเจ้าหน้าที่ ปตท.ที่ตั้งแคมป์ ห่างจาก ลานหอยเสียบ เพียง 500 เมตร ..เริ่มปฏิบัติการ ..ใช้กำลัง..กับ..กลุ่มเยาวชนรักลานหอยเสียบ

หนึ่งในสามเยาวชน..ถูกทำร้ายสาหัสถึงกับสลบทั้งที่อยู่ในช่วงถือศีลอด..

ท้องฟ้าเหนือผืนทราย บริเวณ ลานหอยเสียบ วันนั้น สงบล้ำ ราบเรียบอย่างปกติ การปฏิบัติศาสนกิจ ดำเนินไปด้วยความเคร่งขรึม ภายใต้พันธสัญญา ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและศรัทธาเต็มเปี่ยมของพี่น้องมุสลิม ไม่มีเค้าลางใดส่อเหตุการณ์รุนแรง ..ของความขัดแย้ง ระหว่างความเจริญและวิถีศรัทธานั้น ..จนกระทั่ง..

ต่อไปนี้เป็น ลำดับเหตุการณ์กรณีโครงการท่อก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย (9-12 พฤศจิกายน 2546)

9 พฤศจิกายน 2546

10.00 น. ชาวบ้าน ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากการที่รถบรรทุก 6 ล้อของบริษัท ทรานส์ไทย-มาเลเซีย วิ่งบรรทุกดินผ่านหมู่บ้าน เพื่อนำดินมาถมป่าพรุสาธารณะ จนทำให้ถนนพังและทำให้บ้านที่อยู่ติดถนนเดือดร้อนจากแรงสั่นสะเทือนและฝุ่น ได้ร่วมกันขึ้นแผ่นป้ายจำนวน 3 จุด มีข้อความว่า ..ห้ามรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกดินของบริษัททีทีเอ็มผ่าน เพราะทำให้ถนนพังเสียหาย บริเวณ ที่ติดตั้งแผ่นป้ายจุดแรก เป็นที่ดินส่วนบุคคลซึ่งก่อนติดตั้งมีการขออนุญาตเจ้าของพื้นที่เรียบร้อยแล้ว จุดที่ 2 และจุดที่ 3 เป็นที่ดินสาธารณะ

14.00 น. แผ่นป้ายทั้งหมดถูกทำลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่บริเวณนั้นแจ้งว่าคนทำลายเป็นอดีตนักการเมืองและพรรคพวก

10 พฤศจิกายน 2546

10.00 น.
ชาวบ้านนำแผ่นป้ายที่ถูกทำลายมาติดตั้งใหม่อีกครั้งในจุดเดิม

19.00น. แผ่นป้ายในจุดที่หนึ่งถูกทำลายจนเสียหายด้วยใช้อาวุธมีคม หลังจากนั้น..นายไพศาล โปขะรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ตลิ่งชัน ซึ่งเป็นลูกชาย อดีตนักการเมือง ออกมาพูดกลางหมู่บ้านว่า…กูเป็นคนทำลาย ใครจะทำอะไรกูได้.. หลังจากนั้นรถบรรทุกดินของ บริษัททรานส์ไทย-มาเลเซีย ก็วิ่ง บรรทุกดินผ่านหมู่บ้านเพื่อนำดินไปถมป่าพรุสาธารณะจนถึงเวลานี้

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2546

14.30 น. ในขณะที่อยู่ในช่วงการถือศีลอด หรือ รอมฎอนของชาวไทยมุสลิม กลุ่มผู้คัดค้านโครงการก่อสร้างโรงแยกก๊าซและท่อส่งก๊าซไทย – มาเลเซีย โดยเฉพาะที่ลานหอยเสียบ อ. จะนะ จ. สงขลา ก็ร่วมปฏิบัติศาสนากิจดังกล่าวตามหลักศาสนาอิสลามด้วย โดยใช้เวลาส่วนใหญ่พักผ่อนอยู่ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ ๆ มีรถอีซุซุโฟร์วีล ขับเข้าไป ทางด้านหลังของมัสยิดมูซาฟีรีน หรือมัสยิดเพื่อคนเดินทาง ที่ลานหอยเสียบ สร้างความงุนงงให้กับผู้ที่อยู่บริเวณลานหอยเสียบเป็นอย่างยิ่ง ..

หลังจากนั้น..ไม่นานรถคันดังกล่าวก็วิ่งกลับออกมา กลุ่มเยาวชนรักลานหอยเสียบประมาณ 5 – 6 คน จึงโบกมือให้หยุดรถ พร้อมกับเข้าไป สอบถาม ว่า...รถคันดังกล่าวเข้าไปทำอะไร เกิดอะไรขึ้น เพราะปกติไม่เคยเห็นตำรวจเข้าไปบริเวณนั้น ในขณะที่สอบถามอยู่ก็สังเกตเห็นพนักงานของบริษัทปตท. นั่งอยู่ด้านในรถ 6 คน และมีรถตำรวจตามหลัง 1 คัน มีตำรวจร่วมทางมาด้วย 5 นาย ในมือมีอาวุธเอ็ม 16 คนที่อยู่บนรถ ได้ตอบคำถาม กลับออกมาความว่า ..เข้าไปสำรวจพื้นที่ป่าพรุ..

เยาวชนคนหนึ่งได้บอกกลับไปว่า …ที่นี่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ชาวบ้านได้อนุรักษ์เอาไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน.. ในขณะเดียวกัน ก็จดบันทึก หมายเลขทะเบียนรถและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งเป็นมาตรการปกติที่ทำกันอยู่ประจำเพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือการสร้างสถานการณ์ใดๆ พร้อม กับขอให้รถรออยู่ก่อนเพื่อจะได้คุยกับผู้ใหญ่ที่อยู่ในลานหอยเสียบ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นตำรวจเข้าไป รถทั้ง 2 คันก็จอดรอที่เกิดเหตุ

จากนั้น ..รถตำรวจประมาณ 9 คัน แต่ละคันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 10 คน ก็วิ่งมาจากแคมป์ของกองกำลังเจ้าหน้าที่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากลานหอยเสียบ เมื่อจอดรถ ตำรวจก็ลงมาพร้อมกับพูดว่า ..เราจะมาเอาเจ้าหน้าที่ของเราคืน.. ชาวบ้านหน่วงเหนี่ยวเจ้าหน้าที่เราไว้ พร้อมกับเข้ามายึดกล้อง และเข้าทุบตีเด็กเยาวชนอย่างไม่ยั้ง ในขณะที่อีกกลุ่มยืนถือปืนเอ็ม 16 ยืนคุมเชิงอยู่โดยไม่พูดอะไรเลย หลังจากนั้นก็ลากเยาวชนที่ถูกทุบตีจนบาดเจ็บ 3 คนขึ้นรถ ในขณะที่คนอื่นสามารถหลบหนีออกมาได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดก็ขับรถไป..

15.00 น. นางเจ๊ะมะ หวันสาเมาะ มารดาของนายหมุด หวันสาเมาะ ได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ.จะนะ ว่าลูกตนได้หายตัวไป หลังเกิดเหตุการณ์ แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าไม่สามารถรับแจ้งความได้ ให้ไปแจ้งกับเจ้าของท้องที่ ..

19.00 น. เยาวชนที่โดนจับไปถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สถานีตำรวจ อ.นาหม่อม 2 คน คือ นายหวันหมุด หวันสาเมาะ อายุ 19 ปี และนายดลรอหมาน บูบาสอ อายุ 25 ปี ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำอยู่ทั่ว ส่วนนายภูวิทย์ โต๊ะหลี อายุ 17 ปี อาการสาหัส จึงต้องส่งตัวไปที่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ พบว่าศีรษะแตกต้องเย็บเป็นจำนวน 7 เข็ม และไม่รู้สึกตัว..

เยาวชนทั้ง 3 คน..โดนแจ้งข้อหาทั้งหมด 7 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้น ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง 2.ร่วมกันทำร้ายร่างการเจ้าพนักงาน 3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น 4. ร่วมกันต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงาน 5.ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานแต่ไม่ปฎิบัติตาม 6.พาอาวุธไปในที่สาธารณะ และ 7.ข่มขืนใจผู้อื่นโดยทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย

20.00 น. ..มีการะดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเสริมเข้าไปในค่าย จำนวนกว่า 200 คน และมีการตั้งด่านเตรียมพร้อมตลอดเวลา

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2546

06.30 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนกว่า 50 นาย ได้เดินทางมาบริเวณถนนหน้าลานหอยเสียบ พร้อมกระบองและอาวุธ เพื่อตรวจดูจุดที่เกิดเหตุ หลังจากที่วานนี้ได้มีการนำกำลังเข้าจับกุมเยาวชนไป 3 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสถานที่เกิดเหตุรวมทั้งถ่ายรูปบริเวณลานหอยเสียบทั้งบริเวณมัสยิด และบริเวณป้ายลานหอยเสียบ รวมทั้งถ่ายรูปชาวบ้านที่ยืนสังเกตการณ์อยู่บริเวณนั้นเป็นเวลากว่า 30 นาทีจึงเดินทางกลับ แต่ก่อนเดินทางกลับ มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดเสียงดังขึ้นว่า ..มันน่าจะสลายแบบที่กระบี่ ดีกว่ามั๊ง..

ส่วนอาการ..นายภูวิทย์ โต๊ะหลี ในขณะนี้ยังน่าเป็นห่วง เพราะมีอาการปวดหัวอยู่ตลอดทั้งคืน ตอนนี้ต้องโกนศีรษะจนหมด เพราะโดนตีบริเวณศีรษะ จนต้องเย็บจำนวนถึง 8 เข็ม และมีรอยบวมบริเวณที่ถูกตี

09.00 น. เจ้าหน้าตำรวจกว่า 10 นาย ได้นำตัวนายภูวิทย์ไปสถานพินิจเด็ก จ.สงขลา โดยไม่ให้ญาติและหมอติดตามไปด้วย ทั้งที่นายภูวิทย์ยัง มีอาการ ปวดหัว ..อยู่ตลอดเวลาและไม่สามารถทรงตัวได้เพราะปวดบริเวณบาดแผล และยังไม่ได้รับการอนุญาตให้ประกันตัว

11.00 น. ชาวบ้านจำนวนกว่า 600 คน รวมตัวกันที่ลานหอยเสียบ เพื่อร่วมกันทำพิธีละหมาดฮายัด ซึ่งเป็นการขอพรจากพระเจ้าในการต่อสู้ต่อไป หลังจากนั้นได้มีการแถลงข่าว   ที่ลานหอยเสียบ โดยมีการเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตำรวจเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน และปฏิเสธ ว่าชาวบ้านไม่ได้พกพา อาวุธอย่างที่พล.ต.ต.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา และพล.ต.ท.ปรุง บุญผดุง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวหาแต่อย่างใด

14.00 น. ..นายภูวิทย์ได้รับการประกันตัวจากสถานพินิจเด็ก จ.สงขลา ด้วยวงเงินจำนวน 10,000 บาท โดยยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน หลังจากนั้นจะนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากยังมีอาการปวดศีรษะตลอดเวลา ทางด้านเยาวชนอีก 2 คน ยังไม่ให้มีการประกันตัว

17.00 น. นายหมุด หวันสาเมาะ และนายดลรอหมาน บูบาสอ ได้รับการประกันตัว หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับลานหอยเสียบ ส่วนนายภูวิทย์ โต๊ะหลี ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลจะนะเพื่อทำการรักษาต่อไป

นายหมุด เล่าว่า ในวันที่ 11 นั้นตนเพิ่งออกมาจากบ้านเพื่อเดินทาง มายังลานหอยเสียบ แต่เมื่อมาถึงก็พบว่าชาวบ้าน กำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่อยู่ที่บริเวณ ถนนหน้ามัสยิดอยู่แล้ว ตนจึงเข้าไปดูเหตุการณ์แล้วจึงเดินออกมาบริเวณถนนหน้าลานหอยเสียบ จึงได้เห็นว่ามีรถตำรวจวิ่งเข้ามาสบทบอีกหลายคัน

หลังจากนั้น..ก็มีตำรวจตะโกนบอกให้ตนนั่งลงพร้อมทั้งชี้กระบองตรงมา เมื่อเห็นอย่างนั้นตนจึงได้นั่งลง แต่เมื่อตำรวจเข้ามาที่ตนกลับเข้าทำร้าย ทั้งเตะและตี และเมื่อตนเองได้ล้มลงกับพื้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายเข้ามาลากขึ้นไปบนรถกะบะ ตอนนั้นจึงได้เห็นว่า นายภูวิทย์อยู่บนรถ พร้อม ทั้งมีเลือดอาบหัวอยู่ก่อนแล้ว..

ทันที..ที่เจ้าหน้าที่ออกรถไปก็มีตำรวจนายหนึ่งใช้เท้าเหยียบหัวตนไว้ ทำให้ตนไม่ทราบว่ากำลังจะถูกพาไปที่ใด ในระหว่างนั้นมีตำรวจคนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า ..ลานหอยเสียบจะบุกเมื่อไหร่ก็ได้.. หลังจากนั้นตนจึงถูกพาตัวมาที่สถานีตำรวจนาหม่อม ส่วนอาการเจ็บในขณะนี้นั้นมีอาการปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกใต้ราวนมข้างซ้ายตลอดเวลา

ด้านนายดล รอหมาน เล่าว่า ในขณะนั้นตนเพิ่งตื่นนอนจึงเห็นว่าเพื่อนกำลังเจรจาอยู่กับตำรวจบริเวณหน้าลานหอยเสียบอยู่ก่อนแล้ว จึงเดินเข้าไปสมทบ ในระหว่างนั้นก็มีรถตำรวจแล่นเข้ามาหลายคันพอรถจอดตำรวจก็กรูกันเข้ามาที่ตน เมื่อเห็นดังนั้นจึงได้วิ่งหนีแต่ก็ไม่ทันเนื่องจากมีตำรวจหลายคนเข้ามาล้อมไว้ พร้อมทั้งเตะและตี ในระหว่างนั้นมี ตำรวจนายหนึ่งเอามีดขึ้นมาทำท่าจะฟันตน แต่ตำรวจคนอื่นห้ามไว้

จากนั้น..ก็มีตำรวจกว่า 20 นายลากตนขึ้นรถกะบะไปโดยมีตำรวจรายหนึ่งเอามือมากดหน้าตนไว้ไม่ให้เงย เมื่อตนพยายามจะเงยหน้าว่าจะไปที่ใด ก็จะถูกตี หลังจากนั้นก็ถูกพามายังค่ายตำรวจที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ กับลานหอยเสียบ พอรถจอดก็มีตำรวจอีกชุดเข้ามาถ่ายรูปพวกตนไว้ พอเสร็จขบวนรถ ตำรวจก็พาตน ไปยังสถานีตำรวจที่ควนมีด แต่ตำรวจที่นั่นเมื่อเห็นอาการของนายภูวิทย์ก็ไม่รับ บอกให้พาไปที่อื่น..

ในระหว่างนั้น  .. ตนเห็นนายภูวิทย์มีเลือดออกมาก จึงได้ขอร้อง ให้เจ้าหน้าที่นำตัวนายภูวิทย์ส่งโรงพยาบา ลแต่กลับไม่ได้รับความสนใจ แต่กลับ พามายังที่สถานีตำรวจนาหม่อม เมื่อมาถึงพวกตนจึงช่วยกัน ประคอง นายภูวิทย์ขึ้นไปที่ห้องขังโดยไม่ได้รับช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเลย ในขณะนั้น นายภูวิทย์มีเลือดออกมากและไม่ได้สติ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งนายภูวิทย์ก็ฟื้นขึ้นมาแล้วถามถึงแม่ของตนเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง พวกตนจึงได้ตอบ กลับไปว่าไม่เป็นไรแล้ว…หลังจากนั้นภูวิทย์ก็สลบไปอีก ตนเห็นดังนั้นจึงขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยพานายภูวิทย์ส่งโรงพยาบาล

ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้หญิงเมื่อเห็นอาการของนายภูวิทย์ ก็เข้ามาสอบถามแล้วจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลต่อไป ส่วนอาการบาดเจ็บ ของตนนั้นก็มีอาการปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณมือ และเมื่อตนได้ประกันตัวแล้วกลับมาที่ลานหอยเสียบ มีเพื่อนเข้ามาบอกว่าอาวุธที่เจ้าหน้าที่กล่าวหาพวกตนนั้นคือมีดสปาต้า ซึ่งตนยืนยันได้ว่าไม่มีอาวุธดังกล่าวเลย…

เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น..และสงบลงเพียงชั่วเวลา หากสิ่งที่ยังค้างคา นั่นคือ การกระทำอันไร้ความปรานี ลานหอยเสียบกลายเป็นดินแดนมิคสัญญีที่ไม่อาจให้ใครก็ตามรุกล้ำ แม้แต่ สื่อ..องค์กรแห่งความเป็นกลาง(วันนี้ดูเหมือนจะเป็นของรัฐอย่างสมบูรณ์)...

ภาพ..การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ สวมท็อปบู๊ตเหยียบหน้าอกชาวบ้านเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจน ..ยังไม่จางหายไปจากแวบหนึ่งของความคิด เหตุการณ์ที่ลานหอยเสียบกลับย้ำชัดถึง ความเหี้ยมหาญของคนรัฐที่วางอำนาจเอากับเจ้าของประเทศ..อะไรคือ..สิ่งสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น หาก ณ. วันนี้ คนไทยยังไม่อาจร่วมกันและปล่อยให้อำนาจรัฐกระทำย่ำยี..ใครจะบอกได้เล่า หากเราทุกคนยังคงเฉยเมย.. ใครจะบอกได้เล่า….


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org