|
หุ้นหวยหงส์.. ร่ำรวยหรือมอมเมา

ยุครัฐบาลทักษิณ
ถูกจับตามองจากสังคมอีกครั้ง เมื่อ นโยบายหวย-หุ้นและสโมสรลิเวอร์พูลกลายเป็นยาพิษ
การมุ่งพัฒนาระบบเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาสังคมได้
งานเสวนา วิสัยทัศน์ผู้นำสังคมไทยกับปัญหาอบายมุขของชาติ 2 มิถุนายน
2547 อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โดย วิทยาลัยนวัตกรรมสังคมมหาวิทยาลัยรังสิต
ร่วมกับ ไทยเอ็นจีโอ(มูลนิธิกองทุนไทย) ได้หยิบยกประเด็นอบายมุขของชาติมาวิเคราะห์-วิจารณ์
โดยวิทยากรทั้ง 5 ท่าน
อ.วิทยากร
เชียงกูล (คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม) ให้ทัศนะในเรื่องนี้ว่า
ผู้นำสังคมไทยไม่มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับนโยบายปัญหาสังคม อบายมุขเป็นคนละเรื่องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ
การซื้อสโมสรลิเวอร์พูล แล้วทำให้สินค้าไทย OTOP ขายได้ถือเป็นการมองด้านเดียว
ไม่ได้มองผลกระทบทางด้านสังคมและวัฒนธรรมว่าจะทำให้คนเล่นการพนันบอลมากขึ้นหรือเปล่า
ที่จริงการพัฒนากีฬา ควรจ้าง โค้ช เข้ามาส่งเสริมให้เด็กไทยเล่นกีฬา
ดีกว่าการซื้อสโมสรและหวยหุ้นปัญหาอบายมุขเกิดขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคม
จะเห็นได้ว่าการพัฒนาที่เกิดขึ้นกลับกลาย เป็นทุนนิยมผูกขาดทำให้คนมีความแตกต่างมากขึ้น
บริโภคมากขึ้น คนจน จะถือว่า ชีวิต คือ การเสี่ยงโชค ไม่ต้องมีความมั่นคง
ชีวิต คือ ความเสี่ยง นโยบายเหล่านี้ ล้วนเกิดจากวัฒนธรรมต่างประเทศและการพัฒนาทุกด้าน
แม้แต่การศึกษาที่ไม่ได้ให้คนวิเคราะห์เป็นการเอาทรัพยากรทุกอย่างในประเทศ
ของรัฐวิสาหกิจ ที่ดิน ทุกอย่างแปรเป็นทุน เป็นสินค้า โดยหวังว่าจะแก้ความยากจน
สร้างประเทศให้รุ่งเรืองได้ภายใต้ระบบทุนนิยมผูกขาดไม่มีทางแก้ปัญหาได้
แต่จะสร้างให้คนส่วนน้อยเท่านั้นที่รวยขึ้น เกิดการเหลื่อมล้ำต่ำสูง
และทำลายทรัพยากรมากขึ้น ความเป็นจริงแล้ว นายกรัฐมนตรี เคยเรียนอาชญาวิทยามา
น่าจะรู้ว่า วิธีการแก้ปัญหาไม่ใช่การปราบปรามเพียงอย่างเดียว
เราไม่สามารถลดอาชญากรรมได้โดยการเพิ่มตำรวจแต่ต้องให้คนมีคุณภาพชีวิต
มีความอบอุ่นในครอบครัว มีฐานะทางเศรษฐกิจอย่างพอเพียง มีการศึกษา
สังคมนั้นจึงจะลดอบายมุข
ไพบูลย์
วัฒนศิริธรรม (ประธานกรรมการมูลนิธิกองทุนไทย)
กล่าวถึงความดีและเศรษฐกิจพอเพียงว่า ความดีเป็นฐานรากที่สำคัญของผู้นำสังคม
ความดีเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแก้ปัญหาสังคม ดั่งธรรมของพระพุทธเจ้าที่ตรัสถึงธรรมของผู้ปกครอง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระปฐมบรมราชโองการว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ก็ชี้ชัดว่าเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญ
อาจารย์ป๋วย อึ้งภากร ได้พูดเมื่อ 30 ปีมาแล้วว่า สังคมที่พึงปรารถนา
ต้องเป็นสังคมที่มีสมรรถภาพ มีเสรีภาพ มีความชอบธรรม ยุติธรรมและมีความเมตตากรุณา
จึงสรุปได้ว่าอบายมุขกับความดีความชอบไม่อาจไปด้วยกันได้ หมอประเวศ
วะศี ให้ข้อคิดเห็นหลังจากเกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจว่า ถ้าจะปฏิรูปสังคม
จุดสำคัญ คือ เรื่องของคุณค่าและเจตนา คุณค่าและจิตสำนึก คือ
ฐานพฤติกรรมบุคคล ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 9 บอกว่า
จะใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญานำทาง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาที่ไม่ได้โบราณหรือล้าสมัยแต่อย่างใดหากผู้นำในสังคมไทยกลับส่งเสริมอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่ระมัดระวัง
ส่งเสริมการบริโภควัตถุและการพนัน ตรงนี้คือ เครื่องพิสูจน์ความกล้าหาญทางจริยธรรมและวิสัยทัศน์ที่ก้าวข้ามกิเลสในมนุษย์
กวิน
ชุติมา (รองผู้อำนวยการมูลนิธิกองทุนไทย) เป็นอีกท่านหนึ่งที่ทำงานองค์กรพัฒนาเอกชนมานาน
ให้ทัศนะไว้ว่า เราจะก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเราจะต้องเห็นภาพร่วมกัน
ความดีที่เรา อยากบรรลุ คืออะไร การมองความสำเร็จหรือการแก้ปัญหาโดยใช้เศรษฐกิจเป็นตัวนำ
ไม่สามารถแก้ปัญหาสังคมได้ ฉะนั้น ภาพของสังคมที่ดีในสายตาท่านผู้นำกลายเป็นการทำให้คนมีเงิน
แท้จริงแล้วมิติความยากจน หมายถึง ความขาดแคลนทรัพยากรในด้านอื่นๆ
การขาดโอกาสทางการเงิน การอ่อนด้อยในเชิงปัญญา เชิงวัฒนธรรม
ไม่มีศาสนาใดที่สอนว่า ความดีของสังคมคือความรวย วิสัยทัศน์ความดีงามของสังคมไทย
กว้างกว่าการมีเงินแล้วร่ำรวย เราไปเลียนแบบประเทศทุนนิยมมาตั้งนาน
โดยคิดว่าเขาเป็นแม่แบบของการพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะที่สังคมไทยจำนวนมาก
ที่ยึดถือแก่นแท้ของศาสนามาปฏิบัติ กำลังเอาเปลือกนอก เอาความสนุกสนาน
เอารูปแบบวัตถุมาเป็นที่ยึดเหนี่ยวมากขึ้น ภาวะของท่านผู้นำจึงต้อง
ฝึกฝน ให้คนสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นกว่าเดิม สงบ
สันติ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นนักกีฬาที่เก่ง
ต้องมาจากการขยันฝึกฝน มีพรสวรรค์และมีสภาพร่างกายที่เอื้ออำนวย
ไม่ใช่การซื้อหวยและพนันบอล

ทิชา
ณ.นคร (ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ) กล่าวถึงอนาคตของลูกหลานกับอบายมุขว่า
นายกรัฐมนตรีเติบโตมาในแวดวงธุรกิจ ทุกสิ่งที่พูดคิด กระทำจึงเป็นเรื่องที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจตลอดมา
ถือเป็นการซ้ำเติมสภาพของสังคมไทยที่มีอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น
สิ่งที่รัฐบาลนี้จะสอบตกจริง ๆ คือ เรื่องวิกฤตทางสังคม ซึ่งเขาต้องคิดว่า
ประเทศไทยไม่ใช่บริษัทชินวัตร แต่ประเทศไทย คือ ประเทศที่มีผู้คนหลากหลาย
ทั้งระดับที่ไม่มีที่ทำกินไปถึงทรัพยากร ดินน้ำป่า ดังนั้น คนเหล่านี้ได้รับผลกระทบแน่นอนจากระบบผูกขาด
ที่ทำให้ผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจนมากขึ้น เราพบว่าเด็กที่ถูกศาลตัดสินมาอยู่ที่บ้าน
เมตตา-กรุณา หลายร้อยคน ก่ออาชญากรรมโดยไม่สมเหตุสมผล
เราจะต้องกู้ความเ ป็นมนุษย์ของเขากลับคืนมา
ชัดเจนที่สุด เราพบว่า เด็กเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อของการพัฒนาและสังคม
ภายใต้การพัฒนาที่เราบอกว่า จะทำให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
6-7% ภาพที่แท้จริงอยู่ที่เด็ก ๆ ผู้ถูกกระทำ เรื่องราวของพวกเขาได้สะท้อนให้เห็นการบริหารการเมือง
การปกครองของประเทศนี้ ถ้าเราทำให้เหยื่อเหล่านี้เป็นผู้รอด
อาจกู้บางสิ่งบางอย่างกลับคืนมาได้
รสนา โตสิตระกูล (ประธานมูลนิธิสุขภาพไทย)
กล่าวถึง อบายมุข ว่า กินความลึกซึ้งหากคุณไปอยู่
ในจุดนี้คุณก็จะตกเหว การพนัน ก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย แทนที่รัฐบาลจะส่งเสริมให้คนดูกีฬาเพื่อการผ่อนคลายกลับมอมเมาประชาชน
เกิดปัญหาครอบครัว ทุกวันนี้สภาพสังคมเป็นมิคสัญญีที่มีการพูดความจริงน้อยมาก
มีแต่การโกหกหลอกลวง การส่งเสริมให้เล่นหุ้นหวยบอล บ่อนคาสิโน
เป็นการทำลาย มรรคแห่งชีวิต ผู้คน เกิดความรู้สึกว่า การรวยทางลัดเป็นเรื่องดี
ต้องเรียกรัฐบาลชุดนี้ว่า Casino Cabinet ที่ทำให้ประชาชนหิวกระหายไม่อยากทำมาหากิน
เราจะต้องร่วมกัน บังอบาย เบิกฟ้า ฝึกฟื้น ใจเมือง
ขอปิดท้ายด้วยหลักธรรมของ
พระอาจารย์กิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ
(สถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม) ว่า อาตมามองว่าปรากฏการณ์ของ
นายก ทักษิณ ชินวัตร ดูเป็นอกุศล ภาพสะท้อนเหล่านี้ ฝ่ายที่ต้องการเห็นสังคมสงบสุข
ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ ถึงบาป 7 ประการของ มหาตมะคานธี
ที่ว่า
1.เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักการ
2.หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้ง
3.ร่ำรวยโดยไม่คิดทำงาน
4.ความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี
5.ค้าขายโดยไม่มีศีลธรรม
6.วิทยาศาสตร์เลิศล้ำ แต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์
7.บูชาศีล-สุขโดยไม่มีความเสียสละ
ต่อไป พระเองก็คงจะไปเทศนาเรื่องอบายมุขได้ลำบาก
เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล การผลักดันอบายมุขโดยหวังเงินเป็นหลักใหญ่
คือ จุดเริ่มต้นของอวิชชา เพราะฉะนั้น หวังว่า
ผู้ที่มีสติปัญญาในทางโลก จะร่วมไม้ร่วมมือกันกับผู้ที่มีสติปัญญา
สร้างสังคมตามหนทางธรรม
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
7 มิถุนายน 2547
|