| สื่อทางเลือก
ก้าวย่างใหม่ภาคประชาชน
แนวคิด
โครงการพื้นที่ทางสังคมและสื่อทางเลือกซึ่งอ้างเอาความคิด
อันโตนิโอ กรัมชี นักคิดอิตาลี พูดถึงวิธีการควบคุมสังคม
โดยเฉพาะกลุ่มชนที่เป็นนักปกครอง ถึงรูปแบบการยึดกุมกลไกสังคม
2 แบบ 1. ควบคุมกลไกด้านการปราบปราม ใช้กฎหมาย ศาล ตำรวจ
ทหาร เป็นกลไกการปราบปรามโดยใช้กำลังรุนเรงหากถูกพิสูจน์มาแล้วในประวัติศาสตร์มนุษยชาติว่า
ใช้ได้ผลอย่างจำกัด ไม่ยืนยาว และไม่อาจควบคุมประชาชนได้อย่างสงบราบคาบ
2. ควบคุมกลไกทางอุดมการณ์ อารมณ์พื้นฐานมนุษย์ที่ต้องการความมั่นคงของความเชื่อ
ครอบครัว ศาสนา โรงเรียน ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งสื่อมวลชน หล่อหลอมกล่อมเกลา
ให้ประชาชนยอมรับความคิดเห็น นักปกครองย่อมทราบดีถึงพลังศรัทธา
การยินยอมพร้อมใจ การยึดพื้นที่ความคิดหรือสร้างอุดมการณ์หนึ่งชุด
ย่อมเป็นสิ่งที่นักปกครองทราบดีว่า หากทำได้สำเร็จไม่เพียงครองใจประชาชนได้เท่านั้น
หากยังสามารถดึงประโยชน์จาก อุดมการณ์ ที่สร้างขึ้นได้อย่างมากมายและการสร้างอุดมการณ์ใดใดในยุคนี้
ธุรกิจสื่อสารมวลชนกลายเป็นแรงเร้าให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างเป็นผล..
โครงสร้างอำนาจของสังคมไทยวันนี้ ก้าวเข้าสู่ยุคทุนสื่อสาร
กุมกลไกและเข้าเป็นส่วนสัมพันธ์หลักสร้างและกำหนดนโยบายตั้งแต่สถาบันการเมืองและกลุ่มองค์กรธุรกิจ
สิ่งสำคัญ คือว่า วันนี้กลุ่มธุรกิจสื่อใหญ่ 3 กลุ่ม กลายเป็นกำลังหลักของรัฐบาลปัจจุบัน
กลุ่มชินคอร์ปและเอ็มลิงค์ ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และนางเยาวภา
วงศ์สวัสดิ์ กลุ่มจัสมิน ของนาย อดิศัย โพธารามิก เจ้ากระทรวงศึกษาที่มีปัญหาและประชาชนเริ่มเกิดวิกฤตศรัทธาอยู่ในวันนี้
กลุ่มบีอีซี เวริลด์ ไทยทีวีสีช่อง 3 ของนายประชา มาลีนนท์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย
ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมในพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งกับรัฐวิสาหกิจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
จนคิดได้ว่า สื่อมวลชนไทยในวันนี้มีความอิสระจริงหรือ
ขบวนคนสื่อทางเลือก ในเวทีสรุปบทเรียนขบวนการสื่อภาคประชาชน
8 พฤษภาคม 2547 โรงละคร หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มช. จากกลุ่มสื่อพื้นบ้าน
,เครือข่ายพระนักพัฒนาภาคเหนือ ,กลุ่มละครชุมชน ,ชุมชนคนรักป่า
,เครือข่ายองค์กรชุมชนเมือง ,สำนักข่าวประชาธรรม ,วิทยุชุมชน
เชียงใหม่และภาคเหนือ 15 จังหวัด ตบขบวนร่วมงาน คนทำสื่อภาคประชาชน
สำนักข่าวประชาธรรม
จากแนวคิดเรื่องการนำเสนอข่าว ราวปลายปี 2542 ที่จุดประกายจากความคิดในกลุ่มนักวิชาการ
องค์กรพัฒนาเอกชนและนักกิจกรรมส่วนหนึ่งซึ่งบทสรุปมุ่งความสำคัญไปที่ภาคประชาชนจะต้องสื่อสารเรื่องราวของตนออกไปให้เป็นระบบที่สุด
การจัดตั้งองค์กรทำงานอย่างจริงจังเพื่อให้เสียงคนเล็กคนน้อยปรากฏในพื้นที่สาธารณะ
เข้าสู่การกำหนดนโยบาย ไม่ใช่เฉพาะรัฐหรือกลุ่มทุนเท่านั้น ปี
2543 สำนักข่าวประชาธรรม จึงกำเนิดขึ้นด้วยทุนเริ่มต้นเพียง
300,000 บาท โดยเน้นไปที่การเสนอเบาะแสภาคประชาสังคม เปิดเนื้อที่ภาคประชาชนสู่สื่อกระแสหลัก
จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด มติชน บางกอกโพสต์ ไทยทีวีสีช่อง 7 (ปัจจุบันหยุดเป็นสมาชิก)
บริษัทไทยเดย์ดอทคอม หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และเวปไซด์ผู้จัดการ
ออนไลน์
ชุมชนคนรักป่า
เน้นสร้างพื้นที่และเป็นสื่อกลางระหว่างชุมชนและคนชั้นกลาง
สื่อสารความเข้าใจเรื่อง คนอยู่กับป่า ผลักดัน พ.ร.บ.ป่าชุมชน
แสดงให้เห็นว่า คน ชุมชน มีกระบวนการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า
ที่คนภายนอกหรือรัฐยังเข้าไม่ถึง การทำงานมุ่งสู่ฐานสื่อสารมวลชน
ต่อเนื่องจนเกิดฐานการเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องป่ากับชุมชน
ทั้ง โทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ จดหมายข่าว ทัวร์ป่าชุมชนและจุลสารสานใจ
เป็นการสร้างรูปแบบกิจกรรมในพื้นที่สื่อสารสาธารณะที่หลากหลาย
เครือข่ายพระนักพัฒนาชุมชนภาคเหนือ(คพชน.)
บทสรุปใหม่ที่พระสงฆ์นักพัฒนาจำเป็นต้องวิเคราะห์ให้ออกผ่านเครื่องมือตามหลักอริยสัจ
4 รู้จักตัวปัญหา(ทุกข์) รู้ต้นเหตุแห่งปัญหา(สมุทัย) วางเป้าหมายและกำหนดปัญหา(นิโรธ)
ชี้แนวทางการแก้ปัญหา(มรรค) เป็นการประยุกต์พุทธธรรมนำเข้าสู่การแก้ปัญหาสังคม
จัดรูปแบบเวทีการเรียนรู้ในพื้นที่ ออกจุลสารโพธิยาลัยและร่วมภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษา
4 สถาบัน เครือข่ายบางจุ้มเมืองเย็น เครือข่ายการสื่อสารเพื่อชุมชน
สื่อพื้นบ้านสารสุขภาพและสถาบันแสนผะหญา จัดรายการเสียงวิทยุบ้านล้านนาร่วมกับองค์กรเครือข่ายวิทยุชุมชน
รายการสังฆะเพื่อสังคมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและรายการโพธิยาลัยทางสถานีวิทยุเสียงเสริมสร้างพลังชุมชน
บทความและข่าว จุดประกายกรุงเทพฯธุรกิจและเชียงใหม่ปริทัศน์
การศึกษาดูงานและนำงานวิจัยไทบ้านคืนสู่ชุมชนผ่านเสียงตามสาย
ละครชุมชน
ขยายพื้นที่และรูปแบบงานพัฒนา นับจาก แก๊งกวนเมือง
ถึง จันทร์เปลี่ยนสีและ แท็งค์ เซ็กส์-ขอบคุณความสุข 1,2 ของกลุ่มละครกั๊บไฟ
นำการละครเพื่อการพัฒนาเข้าสู่การนำเสนอเชิงนโยบาย เน้นงานรณรงค์
ละครเร่กับรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนถึงการสร้างอาสาสมัคร อีกหนึ่งรูปแบบของการสื่อสารการก่อนเข้าสู่ชุมชน
เน้นสร้างการสื่อสารรูปแบบใหม่ให้ชุมชน เสริมพลังทางเลือก การตัดสินใจที่เป็นตัวของตัวเอง
ไม่หันเหไปกับสื่อกระแสหลัก นับจากปี 2539-2547 ละครสาธิต วัยใสเก็บพริก
สองต่อสอง และคนใกล้ชิด เป็นชุดละครรุ่นแรก ๆ จัดแสดง 23 รอบ
ทั้งโรงเรียนและสถานพินิจ คุ้มครองเด็กและเยาวชน จำนวนผู้ชม
4,100 คน นางฟ้าเดินทาง เสนอเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีทหารพม่าฆ่าข่มขืนผู้หญิงไทใหญ่
และภัยร้ายจากอินเตอร์เน็ต เรื่องห้องน้อยในโลกกว้าง ชุมชนฮักละอ่อน
นกน้อยหัดบินและบาร์โค้ด บอกเล่าเรื่องสิทธิเด็กและเยาวชน และถึงวันนี้ได้พัฒนาแนวคิดเข้าสู่การฝึกอบรมทักษะชีวิต
มิติชายหญิง สิทธิเด็ก การย้ายถิ่น โลกาภิวัตน์ แรงงาน การค้าบริการทางเพศ
และการค้ามนุษย์ ที่ขยายพื้นที่การรับรู้และเข้าใจเรื่องราวอีกด้าน
เครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองเชียงใหม่กับกระบวนการสร้างตัวตน
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สลัม แหล่งเสื่อมโทรม ชุมชนแออัด
หรือคนจนเมือง เป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากนโยบายรัฐ การมุ่งสร้างการลงทุนและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในภาคอุตสาหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว
ส่งผลให้เมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว สลัม ชุมชนแออัด กลายเป็นภาพสะท้อนของเมืองที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งรวมของปัญหา
อดอยาก ขัดสน เสื่อมโทรม รุนแรง คน อพยพเข้าสู่เมือง หางานทำ
เข้ามาพักอาศัยก่อสร้างที่พักทำให้คนเมืองที่อยู่ก่อนมองคนกลุ่มนี้ว่าเป็นผู้บุกรุก
บุกรุกที่สาธารณะ บุกรุกที่ของรัฐ การลุกขึ้นมาของเครือข่ายชุมชนเมืองเชียงใหม่ทำความสะอาดคลองแม่ข่า
ชาวบ้านร่วม 1,000 คน ลงแรงทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลและแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
ถึงระยะทาง 3.5 กิโลเมตร เป็นผลให้คลองแม่ข่าคืนสภาพ มีน้ำสะอาดไหล
ลดกลิ่นเหม็น ลดยุง และรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง นำคลองแม่ข่าคืนมา
พร้อมผลักดันการแก้ปัญหาระดับนโยบาย ร่วมกับเครือข่ายสลัม 4
ภาค ออกพระราชบัญญัติชุมชนแออัด การปฏิรูปที่ดินของรัฐอย่างเห็นค่าความเป็นคน
สื่อพื้นบ้านเพื่อการพัฒนา
ผ่าสังคมกระแสตะวันตก ฟื้นฟูเพลง ดนตรีและนิทานพื้นบ้าน ตำนานท้องถิ่น
ขับขานการเทศน์และบทสวดพื้นบ้านผ่านสื่อสาธารณะ จนมีรูปแบบและท่วงทำนองแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น
เป็นการรวมกลุ่มของศิลปิน กวี ตั้งชมรมกวีล้านนา กลุ่มสืบสานตำนานปี่ซอ
และชมรมศิลปินพื้นบ้านหรือชมรมซอล่องด้วยการเป็นสื่อกลางระหว่างจิตสำนึกพื้นถิ่นกับสาระความรู้ในฐานะเครื่องมือที่ให้ความบันเทิง
กล่อมเกลาจิตใจให้ลดการยึดถือตัวเองแก่ชุมชนท้องถิ่นและชุมชนวงกว้างไม่ให้กลายเป็นเพียงวัฒนธรรมที่ใช้เฉพาะในงานพิธีต่าง
ๆ หรือเป็นนิยามของการท่องเที่ยวเพียงเท่านั้น หรือ กลุ่มดนตรี
สะล้อ ซอ ปิน ถ่ายทอดชุดความคิดผ่านระบบการเรียนการสอนโดยการเชิญพ่อครูแม่ครูสู่ระบบโรงเรียนในหลักสูตรภูมิปัญญาพื้นถิ่น
เครือข่ายวิทยุชุมชนเชียงใหม่และภาคเหนือ
15 จังหวัด คลื่นวิทยุถูกจำกัดการใช้ไว้ในเงื้อมงำของรัฐมานานแสนนาน
การนำเสนอข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวโดยคนรัฐและกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่เข้าไปครองการนำเสนอทำให้ภาคประชาชนแทบจะไม่ได้พูดเรื่องราวของตัวเองผ่านคลื่นวิทยุซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติได้เพราะราคาค่าโฆษณาที่แพงแสนแพง
หากกำหนดในรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 40 เปิดช่องของการ สื่อสาร
ด้วยการกำหนดว่า คลื่นวิทยุอย่างน้อย 20% ต้องเป็นของประชาชนและรับผิดชอบโดยองค์กรประชาชนทุกคนในชุมชนสามารถมีส่วนในการพูดคุยเรื่องราวของตัวเอง
โครงการนำร่อง
วิทยุชุมชนเชียงใหม่ 8 มีนาคม 2545 กำเนิดขึ้นจากความต้องการที่ชัดเจนเน้นให้ชุมชนเข้ามามีส่วนในการสื่อสารความเข้าใจและขยายไกลจนเกิดเป็นเครือข่ายองค์กรวิทยุชุมชนเชียงใหม่
เน้นฝึกอบรมทำความเข้าใจเรื่องมาตรา 40 และผลิตรายการผ่านคลื่นวิทยุทั้งรูปแบบและจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชนคลื่นต่ำ
การศึกษาวิจัยสถานีวิทยุชุมชนโดยสนับสนุนกลุ่มนักศึกษา เป็นแบบแผนการทำงานทุกระดับ
ทำให้ภาคประชาชนเกิดความตื่นตัวในสิทธิตามรัฐธรรมนูญและเป็นย่างก้าวแรกของนักจัดรายการมืออาชีพที่สังกัดองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการผลิตรายการสาระ
ไม่ใช่การแสวงหากำไรหรือผูกขาดเพลงโปรโมทเทปในสังกัดค่ายยักษ์ใหญ่
ทั้งประเด็นการเมือง สังคม สื่อ สุขภาพ ภาคประชาสังคม ศิลปวัฒนธรม
ศาสนา เกษตรอินทรีย์และวิถีชาวบ้าน ตามบัญญัติของสื่อทางเลือกที่ไม่มุ่งแสวงกำไรเป็นหลักใหญ่
เครือข่ายวิทยุชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัด
คือ การรวมตัวขององค์กรชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัดที่เห็นประโยชน์อันเกิดขึ้นจากการสื่อสารเพิ่มพื้นที่ชุมชนให้หันมาร่วมคิดถึงการสื่อสารที่มีความเหมาะสม
และต้องการสร้างความเข้มแข็งชุมชนและมาตรา 40 กลายเป็นชนวนให้เกิดการจัดตั้งเครือข่ายวิทยุชุมชนชาวบ้าน
ในนามเครือข่ายวิทยุชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัด จุดปฏิบัติการการเรียนรู้มาตรา
40 เพราะนอกจากส่งเสริมนักจัดรายการชาวบ้านแล้วยังเน้นการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ(กสช.)
อย่างมีกระบวนการเป็นการฝึกทักษะและเตรียมความพร้อมเรื่องสิทธ์เสียงของประชาชนที่เกิดจากประชาชน
เกิดเป็นความสมดุลของข้อมูลสาธารณะและไม่ให้เกิดการผูกขาดการพูด

ถึงแม้ว่า ขบวนสื่อทางเลือก จะอยู่ในช่วงแรกของการก้าวย่าง
หากบทสรุปหนึ่งของภาคประชาสังคม นั่นคือ การแสวงหาช่องทาง สร้างพื้นที่
และบทเรียนหนึ่งของภาคประชาชนว่าด้วย สื่อสารมวลชนไทย โดยเฉพาะทีวี
โทรทัศน์ วิทยุ เพราะ เป็นจริงหรือไม่ว่า ยังไม่อาจสร้างประชาธิปไตยให้ก้าวรุดไปข้างหน้า
เป็นได้เพียงเครื่องมือของรัฐและทุนแห่งยุค และวันนี้ ฐานันดร
ที่สี่ กำลังถูกจัดระเบียบภายใต้รัฐบาลนี้ ที่ช่ำชองกับการเล่นกับ
สื่อ เพื่อครอบคลุมสังคมไทยทั้งสังคม!!

ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
13 พฤษภาคม 2547
|