ป่า ห้วยน้ำขาว วันนี้ไม่มีคำตอบ

1 พฤษภาคม 2547ชาวบ้าน กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติห้วยน้ำขาว นายวิเวก ผิวดี นายกองการบริหารส่วนตำบลห้วยน้ำขาว ,นายอิบรอเหม หวังสป ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ และกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ได้จัดการประชุมเพื่อหาแนวทางรักษาป่าต้นน้ำ ซึ่งกำลังถูกไถทำลาย โดย องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ตามโครงการปลูกสวนป่าห้วยน้ำขาว บ้านห้วยน้ำขาว หมู่1 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สวนป่าพรุดินนา ของงานปลูกสร้างสวนป่า ออป. โดยได้ทำการรื้อปลูกใหม่ เป็นแปลงๆต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 รวมเนื้อที่ทั้งหมด 1,067 ไร่ สภาพป่าก่อนถูกรื้อปลูกใหม่ เป็นสภาพป่าสมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำของตำบลห้วยน้ำขาว ตั้งแต่ ออป.รื้อปลูกใหม่แปลงแรกทำให้น้ำห้วยซึ่งใช้ในการทำนาของชาวบ้านห้วยน้ำขาวแห้งขอดไม่สามารถทำนาได้จนถึงปัจจุบัน

พื้นที่ป่าห้วยน้ำขาว เป็นพื้นที่ติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม เป็นที่อาศัย แหล่งอาหาร แหล่งน้ำ ของสัตว์ป่าและบางส่วนของป่าอุดมไปด้วย สะตอป่า ลูกเหรียงป่า ลูกกอ และผักป่าซึ่งชาวบ้านในตำบลห้วยน้ำขาวเก็บมาบริโภคและจำหน่ายได้ตามฤดูกาล

ประธานกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติห้วยน้ำขาว นายพงศกร บุญรัตนะ และนายอิบร้อเหม หวังสป รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่ ออป.ได้ไถทำลายป่าธรรมชาติ ต้นน้ำบ้านห้วยน้ำขาว ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2547 ตามโครงการรื้อปลูกใหม่สวนป่าห้วยน้ำขาว แปลงที่ 4 ของงานสวนป่าพรุดินนา ชาวบ้านเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าว สภาพป่าสมบูรณ์ จึงได้ทำหนังสือร้องต่อนายอำเภอคลองท่อม กับผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ในวันที่ 8 เมษายน 2547 แต่ทางอำเภอและจังหวัดไม่สามารถระงับการไถทำลายป่าได้ เนื่องจากทางออป. อ้างว่า ได้รับมอบพื้นที่ป่าไม้ มาจากป่าไม้เขตนครศรีธรรมราช(เดิม)อย่างถูกต้องและทำตามหลักวิชาการ ป่าไม้ ที่ประชุมได้หารือว่าป่าแปลง ดังกล่าว เป็นป่าต้นน้ำของตำบลห้วยน้ำขาว ถึงแม้ว่าทางหน่วยงานราชการไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ แต่ชาวบ้านก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ จำเป็นต้องอนุรักษ์ป่าผืนนี้ไว้ให้ลูกหลานจึงเห็นควรให้มีการหารือในการประชุมของทุกมัสยิดของตำบลห้วยน้ำขาวเพื่อหาแนวทางในการรักษาป่าร่วมกัน

วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.47 เฉลิมพระเกียรติฯร่วมฟื้นฟูป่าชุมชนธรรมชาติวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีถือว่าเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นวันที่ถูกกำหนดขึ้นเนื่องจากภาวะวิกฤติของ สิ่งแวดล้อม ด้านต่างๆ ทั้งดิน น้ำ ป่า อากาศ ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของกระแสทุนนิยมบริโภคมีการกอบโกยทรัพยากรของโลกมารับใช้อย่างบ้าคลั่ง โดยไม่มีระบบควบคุม ด้วยเหตุนี้ ประชาคมสิ่งแวดล้อม ของโลกจึงกำหนดให้วันนี้เป็นวันที่ชาวโลกต้องหันมาให้คุณค่า และความสำคัญ และร่วมกันรักษา ฟื้นฟู และสร้างระบบการจัดการที่ดี เพื่อให้สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่นี้สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสันติสุข

ปี 2547 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมป่าไม้ห้วยน้ำขาว ( ออป. ) ได้ทำการไถ ดันพื้นที่ป่าบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นป่าธรรมชาติและมีความหลากหลายของธรรมชาติสูงและเป็นป่าต้นน้ำรวม 23 สาย มีสัตว์ป่าหายากเป็นจำนวนมาก เช่น เสือ รังหมี นกแต้วแร้วท้องดำ (มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ) เนื้อที่ประมาณ 300 ไร่

ชุมชนบ้านห้วยน้ำขาว ซึ่งมีวิถีชีวิตที่ผูกพันธ์กับป่าผืนนี้ไม่ต้องการเห็นการทำลายป่าธรรมชาติอีกต่อไปจึงได้รวมตัวกันจับรถแทร็กเตอร์ที่ไถป่านำส่ง สภอ.คลองท่อม ดำเนินคดีพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายประมาณ 300 ไร่ ควรได้รับการฟื้นฟู เพื่อให้สภาพป่าฟื้นกลับสู่สภาพเดิมที่มีความสมดุลของระบบนิเวศ ทั้งแหล่งน้ำ สัตว์ป่ามีที่อาศัย รวมถึงการฟื้นฟูวิถีชีวิต วัฒนธรรมชุมชนดั้งเดิมที่กำลังเปลี่ยนแปลงเนื่องจากผลกระทบจากการทำลายป่าของหน่วยงานดังกล่าว

ทางด้านสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องให้ ออป.หยุดการทำลายป่าห้วยน้ำขาว เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.47 ได้มีการชุมนุมปราศรัยตลอดทั้งวันโดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คนขณะเดียวกันเมื่อเวลา 17.00 น. นายอนุวัติ วีรพงศ์วัฒนกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอคลองท่อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.คลองท่อม ได้บุกจับไม้ ณ บ้านเลขที่ 15/1 ม.6 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้ไม้แปรรูปจำนวน 79 ท่อน แต่ไม่สามารถหาผู้กระทำความผิดได้

สถานการณ์การชุมนุม ในวันที่ 5 มิ.ย.47 กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ้านห้วยน้ำขาว บริเวณปากทางเข้าสวนป่าห้วยน้ำขาว ร่วมกับเครือข่ายป่าชุมชนรักษ์เทือกเขาบรรทัด สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ ผู้นำศาสนา พ่อค้า ประชาชน นักเรียน ได้มีการจัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยการปลูกป่าชุมชนเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลายในพื้นที่กว่า 300 ไร่

นายพงศ์กร บุญรัตนะ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรฯ กล่าวว่า “ป่าช่องศิลา - ช่องขี้แรด” เป็นป่าธรรมชาติที่ถูกทำลายจาก ออป. เข้าไปไถทำลายมีพื้นที่รวมมากกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำ โดยถมห้วย ถมคลอง แหล่งซับน้ำจนหมดสิ้น ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพของสภาพป่าเสื่อโทรมมาก
นายหม้อหราด หวังสป สมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ฯ กล่าวว่า “ในพื้นที่ป่าช่องศิลา - ป่าขี้แรด ในเขตชุมชนบ้านห้วยน้ำขาว เป็นป่าต้นน้ำที่ชาวบ้านอาศัยน้ำจากป่านี้เพื่อการทำนา ในพื้นที่เกือบ 600 ไร่ แต่หลังจากที่ ออป.ได้เข้าไปไถทำลายและยึดฝายที่ชาวบ้านลงแรงสร้างกับมือ ชาวบ้านไม่มีน้ำที่จะทำนามาเป็นเวลาเกือบ 6 ปี”
“ในป่าผืนนี้มีสัตว์ป่าที่หายากหลายชนิด ที่ได้เห็นร่องรอย เช่น รอยตีนเสือปลา รังหมี นกแต้วแร้วท้องดำ ซึ่งเป็นสัตว์หายากมาก เราควรสงวนพื้นที่ป่าผืนนี้ไว้ ให้สัตว์เหล่านี้อาศัยด้วย”
นายดลหมาด หวังสป รองประธานกลุ่มอนุรักษ์และราษฏรอาสาป้องกันป่า กล่าวว่า “ในพื้นที่ที่ถูกทำลายเนื้อที่กว่า 300 ไร่นั้น มีไม้ยืนต้นมีค่าจำนวนมากได้สูญหายไป เช่น ไม้ยาง เคี่ยม พะยอม ตะเคียนทราย ฯลฯ ยังมีร่องรอยซุงที่ยังหลงเหลือในพื้นที่อีกจำนวนมากแต่ที่สูญหายไปก็ไม่ไช่น้อย แล้วไม้ที่สูญหายไปหายไปไหน จากการเข้าไปตรวจจับไม้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.47 อาจจะเชื่อมโยงกันได้เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ ออป.ห้วยน้ำขาว”

25 พฤษภาคม 2547 เจ้าหน้าที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ( ออป.) และผู้สื่อข่าวช่อง 5 ได้ชี้แจงและนำเสนอข่าวว่า มีชาวบ้านร่วมมือกับนายทุนบุกรุกป่าและเตรียมให้มีการจับกุมและสลายการชุมนุมของชาวบ้านนั้นทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ ขอชี้แจงว่าที่มาของการนำเสนอข่าวทางสื่อ ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากสาเหตุชาวบ้านได้รวมตัวกันคัดค้านการไถและทำลายป่าของ ออป. จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2547 ทางผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ห้วยน้ำขาวได้จับกุมรถตีนตะขาบ 1 คัน และผู้ต้องหา 2 คน ที่กระทำความผิดตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 ห้ามมิให้ผู้ใดก่น สร้าง แผ้วถาง เผาป่าหรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น

..มาตรา 55
ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อนให้สัญนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บของป่าหรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ และ การกระทำดังกล่าว เป็นการช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามผู้ทำลายทรัพยากรจึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ในการให้ข่าวของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและการนำเสนอข่าวของผู้สื่อข่าวทางช่อง 5 ในเรื่องดังกล่าวด้วย

ทางด้าน กรรมการสิทธิมนุษยชน ตกตะลึงกับโครงการปลูกป่าห้วยน้ำขาวของออป. ไถป่าเผาราบ อนุกรรมการชุดป่าไม้-ที่ดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดย นางสุนี ไชยรส ,ดร.อาภา หวังเกียรติ ,นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ได้ลงพื้นที่ดูสภาพป่าห้วยน้ำขาว หมู่1 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ตามคำร้องเรียนของ “กลุ่มอนุรักษ์บ้านห้วยน้ำขาว”
นายพงศกร บุญรัตนะ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้นำชุมชน และตัวแทนชาวบ้านราว 50 คน ได้เดินไปยังบริเวณพื้นที่ดังกล่าว สภาพป่าประมาณ 300 ไร่ถูกไถล้มระเนระนาด บางส่วนถูกเผาและถูกไถกลบลงในลำห้วย และขณะที่ทางคณะฯดังกล่าวลงดูพื้นที่ ได้พบไม้เนื้อแข็งจำนวนหนึ่งถูกชักลากเข้าซุกในป่าเตรียมแปรรูป
นายพงศกร บุญรัตนะ กล่าวว่า การทำงานขององค์การอุตสาหกรรมป่า(ออป.) ลักษณะเช่นนี้ ได้ทำมาแล้วนับพันไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542เป็นต้นมา แต่แทนที่จะปลูกป่าธรรมชาติให้สมบูรณ์ เพราะบริเวณนี้เป็นป่าต้นน้ำเลี้ยงชุมชน กลุ่มปลูกยางพารา ไม้สัก สัปปะรด ซึ่งผิดหลักการในการฟื้นฟูป่าตามนโยบายรัฐบาล

ถึงวันนี้ ชาวห้วยน้ำขาวยอมไม่ได้อีกต่อไป เพราะป่าผืนนี้เป็นป่าสมบูรณ์ไม่ใช่ป่าเสื่อมโทรมดังที่อ้างกัน ปรกติชาวบ้านเข้ามาเก็บลูกกอ ลูกเนียง ยอดผักเหมียง ผักหวานป่า อยู่ตลอดทั้งปี ในพื้นที่ก็ยังพบสัตว์ป่าชุกชุมทั้งหมูป่า หมีขอ เสือดาว เพราะป่าผืนนี้เป็นป่าผืนเดียวติดต่อกันกับป่าเขาประ-บางคราม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีนกแต้วแร้วท้องดำ ที่พบแห่งเดียวในโลก”
ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯได้นำคณะฯเข้าไปยังพื้นที่ป่าที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ตามเส้นทางที่เพิ่งตัดใหม่ของ ออป. ซึ่งทางกลุ่มกล่าวว่าบริเวณนี้ก็จะเป็นแปลงถัดไป ถ้าแปลง 300 ไร่ นี้ สำเร็จไปได้ด้วยดี ซึ่งบริเวณนั้นมีไม้ขนาด 2-3 คนโอบ อยู่จำนวนมาก ในช่วงที่คณะฯกำลังสำรวจลำห้วยที่บางส่วนถูกไถดินมากลบได้พบกับไม้ซุงที่ตัดหัวท้ายพร้อมแปรรูปซุกอยู่ในลำห้วย
จากนั้นทางคณะของกรรมการสิทธิฯพร้อมตัวแทนชาวบ้านได้กลับมายังเต็นท์ ซึ่งได้ใช้เป็นที่ชุมนุมประท้วงติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 47 เพื่อรับฟังความเห็นและข้อเรียกร้องของกลุ่มอนุรักษ์ฯ โดยมีชาวบ้านร่วมรับฟังประมาณ 200 คน

นายอิบรอเหม หวังสบ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.ห้วยน้ำขาว กล่าวว่า ตนและทางกลุ่มอนุรักษ์ทำตามขั้นตอน ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ มาตลอด แต่ทางออป.ไม่ได้สนใจ พวกตนได้เข้าไปเรียกร้องให้มีการยุติการทำงายป่าตั้งแต่ระยะแรก แต่เมื่อหนักเข้าตนและทางกลุ่มฯจึงได้ร่วมทำการจับกุม เมื่อวันที่ 23 พ.ค.47 โดยได้ของกลางเป็นรถแทรกเตอร์ 1 คัน และผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนขับรถ 2 คัน ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน

ทางด้าน มูลนิธิสืบ นาคะเสถัยร รังวัดเขตป่ากระบี่ อ.อ.ป.ไถติดเขตอาศัยนกแต้วแร้วท้องดำ กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เรื่องกรณีสวนป่าห้วยน้ำขาว ได้ไถทำลายป่าต้นน้ำลำธารเนื้อที่ ประมาณ 366 ไร่ แต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ กลุ่มอนุรักษ์ฯ จึงผลักดันให้ผู้ใหญ่บ้านและกรรมการหมู่บ้านดำเนินการจับรถแทร็กเตอร์ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้( อ.อ.ป. ) เมื่อวันที่ 23 พ.ค.47 และมีการตั้งเต็นเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบการดำเนินการของ อ.อ.ป.ทำถูกต้องตามหลักกฏหมายหรือไม่

…ล่าสุดวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 เวลา กลุ่มอนุรักษ์ ฯ ต.ห้วยน้ำขาว ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ลงพื้นที่เพื่อรังวัดแนวเขตป่าที่ถูกไถเพื่อเปรียบเทียบกับเขตอนุรักษ์นกแต้วแร้วท้องดำ ( เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม ) ผลปรากฏว่าแนวเขตที่ อ.อ.ป.ไถดันอยู่ใกล้เคียงกันมาก

นายประทีป มัตติธรรม เจ้าหน้าที่มูลนิธิ สืบนาคะเสถียร กล่าวว่า “จากการตรวจสอบแนวเขตโดยใช้เครื่องวัด GPS. รังวัดแนวเขตที่ทำการไถดันติดกับแนวเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามซึ่งเป็นแหล่งที่อาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด เช่น นกแต้วแร้วท้องดำ หมีขอ เสือ กระจง เลียงผา แต่ถ้าจะให้ชัดเจนต้องให้หน่วยงานของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าจากส่วนกลางลงมาตรวจสอบแนวเขตว่ามีการไถดันรุกล้ำเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า หรือไม่เพราะมีการไถดันเป็นแนวขึ้นไปบนภูเขาครอบกระทะซึ่งมีความลาดชันสูง”

“จากการเดินรังวัดเรายังค้นพบรอยตีนเสือจำนวนมากรวมถึงเสือลูกอ่อน บริเวณเขตรอยต่อป่ากับพื้นที่ที่ถูกทำลาย แสดงว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสัตว์ป่าที่หายากมีอยู่จริง”
“ข้อเสนอแนะเบื้องต้นของมูลนิธิสืบคิดว่าพื้นที่ อ.อ.ป.ไถดันเปรียบเสมือนไข่ขาว ควรจะกันไว้เป็นเขตป่ากันชนเพื่อรักษาไข่แดงของป่าเพื่อให้นกแต้วแร้วท้องดำอาศัย การไถดันพื้นที่ติดกับเขตรักษาพันธ์เหมือนกับเราทำลายกำแพงที่อยู่ของนกแต้วแร้วท้องดำ ในส่วนของมูลนิธิสืบจะกลับไปหารือกันอีกครั้งว่าจะหาวิธีการอย่างไรที่จะป้องกันแหล่งที่อยู่ของนกแต้วแร้วท้องดำและสัตว์ป่าที่หายากในพื้นที่ป่าไม้แปลงนี้ต่อไป’’
นายพงศกร บุญรัตนะ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ฯ กล่าวว่า “ชาวบ้านปักหลักเรียกให้หน่วยงานที่เร้องกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบการดำเนินงานของ อ.อ.ป. มาประมาณเดือนกว่า ชาวบ้านถูกอ.อ.ป.กล่าวหามาตลอดว่าเป็นผู้บุกรุกแต่ข้อเท็จจริงชาวบ้านต้องการรักษาป่าผืนนี้เป็นแหล่งต้นน้ำและพืชพันธุ์สัตว์ป่าเพื่อส่วนรวม ล่าสุด อ.อ.ป.ใด้ไปติดป้ายข้อความว่า เขตเฝ้ารักษาห้ามบุกรุก กระทรวงทรัพย์ฯ ข้อเท็จจริงคือชาวบ้านไม่เคยบุกรุกเพียงต้องการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าไว้ ถ้าเป็นอย่างที่ อ.อ.ป.กล่าวหาจริง ชาวบ้านคงไม่รวมตัวกันไปจับ รถแทร็กเตอร์ ของอ.อ.ป.แน่นอน”

กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติห้วยน้ำขาว ได้ยื่นหนังสือต่อ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ผ่าน ฯพณฯ จาตุรนต์ ฉายแสง รองนายกรัฐมนตรี , สำนักงานตำรวจป่าไม้ พล.ต.ต.เสวก ปิ่นสินชัย เมื่อ 24 มิ.ย. 47 แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดลงมาพูดคุยกับชาวบ้านเลย

หมายเลขโทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
นายอิบร้อเหม หวังสป ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.ห้วยน้ำขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ tel : 0-6285-7596
นายพงศกร บุญรัตนะ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ห้วยน้ำขาว tel : 0-7278-7194


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

23 กรกฎาคม 2547