60 ปี “ออง ซาน ซูจี” พลังเงียบของดอกไม้

งาน "60 ปี ออง ซาน ซูจี การต่อสู้ของผู้หญิงแห่งลุ่มน้ำอิระวดี-สาละวิน" เนื่องในวาระครบรอบวันเกิด 60 ปี ของนางออง ซาน ซูจี 19 มิถุนายน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่ผ่านมา นอกจากจะมีการมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่นางซูจี เชิดชูคุณความดีในฐานะนักต่อสู้หญิงผ่านตัวแทนนางดอร์ ซาน ซาน เลขานุการสหภาพสมาชิกพรรคสันติบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League of Democracy–NLD) โดย ศ.ด.ร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้มอบแล้ว ยังมีงานนิทรรศการภาพ การแสดงภาคเวที และประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ข้อมูลชุดการต่อสู้ของดอกไม้เหล็กแห่งลุ่มน้ำอิระวดี-สาละวิน

บทนำ

ประเทศพม่าเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองที่สำคัญหลายเหตุการณ์ ผู้หญิงในประเทศพม่านับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการต่อสู้เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมซึ่งกระบวนการต่อสู้ของผู้หญิงในพม่าตลอดเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่ก่อนประเทศพม่าได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี ค.ศ. 1948 มาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นกระบวนการต่อสู้ที่มีพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมพม่าให้ก้าวหน้าและได้รับการยอมรับในสายตานานาชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้หญิงกับการต่อสู้ทางการเมือง
ผู้หญิงเริ่มต้นมีบทบาทในการต่อสู้ทางการเมือง ในช่วงที่พม่าเริ่มเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษมีการก่อตั้งองค์กรผู้หญิงองค์กรแรกในปี 1919 กระทั่ง ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 บทบาทของผู้หญิงจะเน้นเรื่องการรณรงค์เรื่องความรักชาติซึ่งในช่วงเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ กลุ่มนักเคลื่อนไหวหญิงตั้งกลุ่มและเรียกตนเองว่า …ตะขิ่นมะ… ส่วนกลุ่มผู้ชายจะเรียกตนเองว่า ตะขิ่น

ต่อมา นายพลเนวิน ซึ่งได้ทำการรัฐประหารในปี ค.ศ. 1962 ตั้งระบอบปกครองประเทศผ่านระบบสังคมนิยมวิถีพม่าเป็นเวลายาวนานถึง 26 ปี ทำให้บทบาทของผู้หญิงในช่วงเวลานั้นหายไปจากเวทีการเมืองไปโดยสิ้นเชิง กระทั่ง หมดอำนาจนายพลเนวิน ในปี ค.ศ. 1988 นาง ออง ซาน ซูจี จึงได้เริ่มเคลื่อนไหวและเข้ามามีบทบาทการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า

ผลการเลือกตั้ง ที่ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นของพรรคสันนิบาตเพื่อประชาธิปไตยหรือเอ็นแอลดี ปี 1990 ทำให้เกิดจำนวน ส.ส. ที่เป็นผู้หญิงจำนวน 15 คน แต่ทั้งหมดถูกจับกุมโดยสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development Council-SPDC)เอสพีดีซี รัฐบาลทหาร ‘สลอร์ค’ เก่า ในจำนวนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว 4 คน และครอบครัวของเธอถูกข่มขู่คุกคาม

ผู้หญิงกับการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน
ประเทศพม่า ประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 135 กลุ่ม กลุ่มชาติพันธุ์ที่มิใช่พม่าหรือชนชาติกลุ่มน้อยจะอาศัยอยู่ในเขตรัฐชายแดนทั้ง 7 รัฐ คือ รัฐฉาน รัฐคะยาห์ รัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ รัฐคะฉิ่น รัฐชินและรัฐยะไข่ (อาระกัน)

หลังจากพม่าได้รับเอกราช กองกำลังชนกลุ่มน้อยได้พยายามเรียกร้องต่อสู้เพื่อเอกราชของชนชาติตนเองมาโดยตลอดพื้นที่รัฐต่าง ๆ เหล่านี้จึงกลายเป็นเขตสงครามการเมืองและผู้หญิงชนกลุ่มน้อยเหล่านั้นตกเป็นเหยื่อของสงครามมาตลอด

ผู้หญิง คือ สมบัติของศัตรู การข่มขืนผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกับศัตรูจึงเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของการทำลายฝ่ายตรงกันข้าม การข่มขืนจึงเป็นเสมือนอาวุธสงครามที่ทหารพม่าใช้ต่อสู้กับทหารชนกลุ่มน้อย นอกจากนี้ ยังตกเป็นเหยื่อทางเศรษฐกิจซึ่งตกต่ำถึงขีดสุดในพม่าทำให้เกิดการล่อลวงไปขายประเวณีและแรงงาน บริเวณตามแนวตะเข็บประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาเหล่านี้ขยายใหญ่และถูกเปิดเผยแก่สาธารณะชนมากขึ้นจนเกิดการจัดตั้งผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ รณรงค์ เก็บข้อมูล ประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชน ปัญหาการละเมิดผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ในรูปแบบต่าง ๆ ทำการเผยแพร่สู่โลกภายนอก ต่อเนื่อง

ปี ค.ศ. 2002 กลุ่มผู้หญิงไทใหญ่ ( Shan Women's Action Network-SWAN) จัดทำรายงาน “License to Rape” เปิดเผยถึงการข่มขืนผู้หญิงไทใหญ่จากกองทัพพม่า

ปี ค.ศ. 2004 กลุ่มผู้หญิงกะเหรี่ยง (Karen Women's Organization-KWO) จัดทำรายงาน “Shattering Silence” เปิดเผยถึงการข่มขืนผู้หญิงกะเหรี่ยงโดยกองทัพพม่า

ปี ค.ศ. 2005 กลุ่มผู้หญิงคะฉิ่น (Kachin Women Association in Thailand KWAT) จัดทำรายงานเรื่อง Driven Away – Trafficking of Kachin of Women on the China-Burma Border เปิดเผยกระบวนการค้าผู้หญิงคะฉิ่นจากประเทศพม่าสู่ประเทศจีน


บทสรุป

การต่อสู้ของผู้หญิงในประเทศพม่า
ได้สะท้อนให้เห็นถึงพลังเงียบที่มีอยู่ในตัวของผู้หญิงทุกคนและพร้อมจะแสดงออกมาให้โลกภายนอกได้รับรู้เมื่อถึงเวลาที่ปัญหาต่าง ๆ เริ่มสุกงอม การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในรูปแบบที่หลากหลายได้นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองในพม่าทีละน้อยเป็นเสมือนคลื่นใต้น้ำที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะมาถึงในวันข้างหน้า

Emerald cool we may be
As water in cupped hands
But ,Oh that we might be
As splinters of glass in cupped hands.

ออง ซาน ซูจี

แม้เยือกเย็นเช่นนทีสีมรกต
นิ่งน้ำใสในกรอบกฎอุ้งหัตถา
ยังมุ่งหวัง-พลังแกร่งแข็งขึ้นมา
จนคมกล้าเป็นแก้วกาจบาดอุ้งมือ.

จิระนันท์ พิตรปรีชา


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

20 มิถุนายน 2548