สำรวจทุ่งสวันนา..บนเกาะพระทอง...(7 วัน ก่อนคลื่นยักษ์ถล่ม)

ง่ามเท้าเปื้อนปลักเลน ด้วยการจ้ำเท้าช้า ๆ และสัมภาระหนักอึ้งกับกล้องถ่ายภาพราคานับหมื่น ทีมงานไทยเอ็นจีโอ ต้องประคับประคองตัวเองเพื่อขึ้นเรือเมล์ที่จอดอยู่ในร่องน้ำป่าชายเลน ไม่นานนักหลังจากเรือแล่นออกจากปากน้ำ ฝูงนกน้ำออกหากินร่อนถลาแซงหน้าเรือไปลิ่ว 'น้ำจาก' สีขุ่นคล้ำเปลี่ยนเป็นครามปนเขียวจนเย็นตา ขณะหมู่บ้านชายทะเลเริ่มปรากฏเป็นภาพใหญ่ขึ้น นั่นคือ เกาะพระทอง ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดให้เป็น “Unseen In Thailand” ,ที่อำนาจทุนกำลังเข้าจับจอง พื้นที่ สร้างรีสอร์ทและหน่วยงานราชการเริ่มอำนวยความสะดวกแก่ Ecotourism ที่จะเข้ามา เกาะแห่งนี้จึงถูกยกเป็นความอัศจรรย์เกินพรรณา และเปิดประเด็นเรื่องการเอารัดเอาเปรียบอย่างชัดเจน

เกาะพระทองตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา มีเนื้อที่ประมาณ 63,750 ไร่ แผ่นดินนี้ถูกเรียกในความเข้าใจของนักท่องเที่ยวว่า “ป่าทุ่งหรือ Savanna “ และอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ประมาณ 1-3 กิโลเมตร มีการสันนิษฐานกันว่า เกาะพระทองเกิดจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ การยุบตัวของชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกในยุคโบราณ ,ประการที่สอง คือ การสะสมของตะกอนทรายที่ถูกคลื่นลมและน้ำทะเลพัดพามาถมกลายเป็นสันทราย ประการสุดท้าย เกิดจากการสะสมของตะกอนอินทรีย์วัตถุที่เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะและถูกกระแสน้ำพัดพาตะกอนจากเทือกเขาสูงฝั่งตะวันออกมารวมกันบริเวณชายฝั่ง พื้นที่เหล่านี้จึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหาร

สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด หมู่เกาะพระทองมีความหลากหลายของถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติมากถึง 12 ประเภท บริเวณหญ้าทะเล แนวปะการัง หาดทราย หาดหิน หาดเลน ป่าพรุ ป่าเสม็ด ทุ่งหญ้า ป่าชายหาด ป่าดิบชื้น ป่าชายเลนและบึง

ชุมชนรอบเกาะพระทองประกอบด้วย 4 หมู่บ้านได้แก่บ้านปากจก บ้านแป๊ะโย้ย บ้านทุ่งดาบและบ้านเกาะระ ประชากรร้อยละ 70 เป็นชาวไทยใหม่(ชาวเลหรือชนกลุ่มมอแกลน) อีกส่วนหนึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ ทั้งหมดนี้ อาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน นานกว่า 3 ชั่วอายุคน ด้วยเหตุที่สภาพของที่ดินบนเกาะไม่เอื้อต่อการเกษตร ประชากรทั้งสี่หมู่บ้านร้อยละ 95 จึงประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก เช่น ลอบหมึก วางลอบปลาเก๋า อวนปลาทราย อวนปู ดำปลิงทะเล เก็บหอยชักตีน รุนเคยทำกะปิ จับแมงกะพรุนขายในบางฤดู

ระบบนิเวศแบบป่าชายเลน จึงเป็นบทบาทสำคัญทั้งต่อทรัพยากรสัตว์น้ำและชุมชนที่เลี้ยงชีพจากทะเลเป็นหลัก บ้านทุ่งดาบ มีการกันพื้นที่เป็นป่าชายเลนชุมชนเฉลิมพระเกียรติขึ้น เนื่องจากเอกชนเข้ามาสัมปทานตัดไม้ป่าชายเลนเมื่อปี 2500 ถึงปี 2546 จนทำให้ป่าชายเลนเสื่อมโทรมลงไปอย่างมาก รวมไปถึงการสางป่าชายเลนที่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนในปัจจุบัน

ระบบนิเวศป่าชายเลนของเกาะพระทอง มีลักษณะการร่วมกันของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ อากาศ แสงสว่าง ความชื้นและสภาพดินจน เกิดการพึ่งพาอาศัย พันธุ์ไม้ป่าชายเลนมีลักษณะการขึ้นเป็นแนวเขตที่ชัดเจนตั้งแต่ชายฝั่งน้ำจนถึงป่าด้านใน บริเวณที่เป็นดินเลนหรือปากแม่น้ำมีกระแสน้ำไหลเวียนอันเกิดการตกตะกอนของดินเลน ทำให้เกิดพันธุ์ไม้ขึ้นหนาแน่นอย่างโกงกางใกล้ฝั่งทะเล ถัดเข้าไปเป็นไม้แสมและลำพู ลึกเข้าไปพบไม้ตะบูนขึ้นอยู่หนาแน่น ส่วนป่าเสม็ดจะเป็นแนวสุดท้ายติดต่อระหว่างป่าชายเลนกับป่าบก หรือเรียกว่า ป่าชายหาดที่มีการพบพืชใกล้สูญพันธุ์ เช่น เอื้องม้าวิ่งกับเฟิร์นชิสเซีย ขณะที่การสางป่าตามวิธีของหน่วยงานราชการกลับเน้นความสวยงาม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางระบบนิเวศและอาชีพของชุมชน

เมื่อพบว่าการสางป่าได้ทำลายแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ความร้อนจากแสงแดดที่ส่องถึงพื้นเลน ทำให้สัตว์น้ำหนีความร้อนลงทะเลไม่กล้าขึ้นมาทำรังและวางไข่ ที่แปลกกว่า นั้นคือ มีการค้นพบกล้วยไม้ในป่าชายเลน กระจายอยู่ทั่วไปตามต้นโกงกา งและพ่อค้าหัวใสเข้าไปเก็บออกมาขายอย่าง (เชื่อว่ามีการทำอย่างเป็นกระบวนการ) จนกลายเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการตัดทำลาย

จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่าพื้นที่ป่าชายเลนของตำบลเกาะพระทองได้ถูกสัมปทานเป็นพื้นที่รวมกว่า 40,000 ไร่ ป่าชายเลนรอบๆชุมชนจึงลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วทั้งขนาดและปริมาณของไม้ การกันเขตบ้านทุ่งดาบพื้นที่ป่าชายเลนมากที่สุดของเกาะ เป็นการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ป่าชายเลนเข้ามาถาง สางป่าโดยการฟันราก กิ่งของไม้โกงกางในป่าชายเลน มีการให้เหตุผลว่าเป็นการบำรุงรักษาป่า แต่ปัญหากลับเพิ่มขึ้นมาอีกเมื่อปี 2543 กรมป่าไม้ได้กำหนดให้พื้นที่บริเวณเกาะพระทองและรอบเกาะกว่า 400,000 ไร่ เตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ตามกฏหมายของราชการ ดังเช่นป่าสงวนและป่าถาวรโดยผูกติดกับเงื่อนไขตามกฏหมาย ที่ผ่านมาชุมชนต่างๆไม่ทำตามที่กรมป่าไม้นำเสนอเพราะพื้นที่เหล่านั้นถูกแปรเป็นการสัมปทาน ตัดไม้ ระเบิดหินหรือทำอ่างเก็บน้ำ

12 สิงหาคม 2547 ชาวบ้านและมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯได้จัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ บนเนื้อที่ป่าเดิม 200 ไร่ที่ถูกทำลายไป โดยนำต้นโกงกาง 3 พันต้นและฝักโกงกาง 3 หมื่นฝัก ชาวบ้านต้องการแบ่งโซนกันเป็นพื้นที่ป่าใช้สอยของชุมชนและพื้นที่อุ้มน้ำจืดหรือชั้นดานด้วยแนวคิดว่า “ถ้าป่าหมด น้ำในชุมชนก็หมดไป” เวลาล่วงมาสี่เดือนหากใครเดินทางไปเที่ยวคงได้เห็นลำต้นโกงกางชูยอดเหนือน้ำ ความสูง 50 เซ็นติเมตรถึง 1 เมตร ขณะที่ฝูงปลาตีนหนีเอาชีวิตรอดจากฝ่าเท้านักสำรวจอย่างตื่นกลัว บ้างมีนกน้ำสีสันแปลกตาที่กิ่งโกงกางทักทายเรือที่วิ่งผ่านมา ยิ่งเมื่อ 10 ปีก่อน จระเข้น้ำเค็มตัวสุดท้ายถูกจับออกจากคลองป่าชายเลนแล้วย่อมเป็นตัวชี้วัดถึงสภาพของเกาะแห่งนี้ที่ไม่ต่างจาก ป่าอเมซอน

ตลอดเวลาที่ผ่านมาชาวบ้านชุมชนตำบลเกาะพระทอง ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าบกและป่าชายเลนมาเป็นเวลานาน โดยมีวิถีปฏิบัติที่ทุกคนเข้าใจหรือกติกาในการอยู่ร่วมกันในระดับหนึ่ง เช่นเรื่อง ของการตัดไม้ใช้สอยให้ได้ขนาดที่ต้องการใช้จริง มีวิธีการตัดให้เหลือตอไว้เพื่อให้เกิดยอดใหม่ขึ้นมาใช้ได้อีกในปีต่อไป การหาอาหารจากป่าใช้ เฉพาะขนาดที่ต้องการใช้จริงและไม่ทำลายต้นทิ้ง

ในอนาคตหากป่าผืนนี้ไม่ถูกทำลายก็จะกลายเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ รวมถึงแหล่งหลบภัยที่สำคัญ ในช่วงฤดูมรสุมของสัตว์น้ำนานาชนิดของชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก ปัจจุบัน ชุมชนรอบพื้นที่เกาะพระทอง ดำเนินการอนุรักษ์รวมทั้งจัดการทรัพยากรในพื้นที่ เช่น การอนุรักษ์กวางป่า การอนุรักษ์กล้วยไม้ป่าพื้นเมือง การอนุรักษ์เต่าทะเล การอนุรักษ์นกเงือก การจัดการป่าชุมชน ทั้งยังประสานความร่วมมือในการเฝ้าระวังพื้นที่ระหว่างหมู่บ้าน
..........ประชาคมเกาะพระทอง สนับสนุนกิจกรรมการอนุรักษ ์ ดังกล่าวมาตลอด
...... ด้วยเห็นว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่นำไปสู่การรักษาระบบนิเวศเดิมอย่างยั่งยืน

ดวงอาทิตย์ตื่นจากหุบเขาสาดส่องบ้านแป๊ะโย้ยเป็นสีทอง เงาของเรือกับชาวเลวิ่งตัดผ่าน คล้อยบ่ายหลังเรือฝ่าคลื่นออกจากเกาะพระทอง ทีมงานไทยเอ็นจีโอเห็นภาพนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนและจากไป หากสองภาพที่ปรากฏ ในแต่ละวัน คือ ความต่างกันโดยสิ้นเชิง

*หมายเหตุ รายงานชิ้นนี้ทางทีมงานไทยเอ็นจีโอ ลงพื้นที่ ก่อนหน้าเกิดคลื่นยักษ์ถล่ม ราว หนึ่งอาทิตย์ ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดจากการสำรวจ ของเครือข่ายฟื้นฟูชาวประมง พื้นบ้านอันดามันภายใต้ความร่วมมือ ของ 6 องค์กรชาวบ้านและองค์กรพัฒนาเอกชน สรุปว่า

...........................................................

.........................................................

หมู่บ้านบริเวณเกาะพระทอง ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ได้รับความเสียหายอย่างหนัก… โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านทุ่งดาบ บ้านเรือนพัง 40 หลัง เรือประมงขนาดใหญ่ 30 ลำ กระชัง 30 กระชัง เสียชีวิต 11 คนและสูญหายอีก 18 คน
ส่วนบ้านปากจก บ้านเรือนเสียหาย 84 หลังโรงเรียน และสถานีอนามัยพังเสียหายทั้งหมดเรือประมงขนาดใหญ่ 74 ลำ
สวนมะพร้าวและสวนมะม่วงหิมพานต์เสียหาย 5,000 ไร่
มีผู้เสียชีวิต 18 คน
และสูญหายอีก 34 คน
บ้านเกาะระ บ้านเรือนเสียหาย 11 หลัง เสียชีวิต 2 คน
..... และสูญหายอีก 40 คน
บ้านนอกนา บ้านเรือนเสียหาย 20 หลัง คนสูญหาย 11 คน
บ้านเกาะคอเขา คนสูญหาย 11 คน
................................


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

3 มกราคม 2548