|
ไพรม์ ไทม์..เพื่อเด็กใกล้ฝั่งฝัน..1มกรา47
??
ใช่ไหมว่า หากคิดถึงรายการทีวีสำหรับเด็ก
ทุกคนดูจะพุ่งเป้าความคิดไปที่การ์ตูน ..และการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จครองความคิดเด็กไทยมาหลายทศวรรษเห็นจะเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น
หรือ มังงะ..
การ..แพร่ระบาดของการ์ตูนญี่ปุ่นทั้งในรูปพ็อกเก็ตบุ๊ก
หรือรายการช่อง 9 การ์ตูนกลายเป็นการนำเข้าวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ถึงค่านิยม
พฤติกรรมเลียนแบบว่าด้วยการแต่งตัว กิริยาท่าทาง เช่น จีทีโอ
ครูซ่าส์ปราบขาโจ๋ เซเลอร์มูน หรือเจ้าเหมียว ..โดราเอมอนที่เปรียบได้กับบ้านทรายทองเมืองไทย..
ความพยายามของ รองนายก จาตุรนต์
ฉายแสง ที่ปิ๊งไอเดีย เรื่องคืนช่วงเวลา ให้แก่เด็กด้วยการนำเสนอ
แนวคิดเรื่องการจัดสรรเวลา ในสื่อของรัฐ เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษาเรียกความร่วมมือจากผู้ประกอบการสื่อโทรทัศน์
..นำเสนอรายการสำหรับเด็กในช่วงเวลา ไพรม์ ไทม์
ขอยึดคืนเวลา
ประมาณ 1-1 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างเวลา 16.00 น.-22.00 น. จัดสรรให้แก่เด็ก
และเยาวชนแทน ละครและรายการเกมส์โชว์..โดยกำหนดให้แต่ละสถานี
โดยเฉพาะ ช่อง 9 อสมท.และ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ คืนเวลาให้แก่รัฐบาล
โดยที่รัฐบาล จะเป็นผู้จ่ายค่า สถานีเปิดทาง แก่เอกชนผู้ผลิตรายการ
เด็กและเยาวชนได้มีโอกาส เข้าไปทำการ ผลิตรายการ
แน่นอนว่า
งานนี้ กลุ่มผู้ประกอบการ สื่อโทรทัศน์ย่อม คัดค้านเพราะเวลา
ไพรม์ ไทม์เป็นช่วงเวลาทำเงิน บางรายการ ทำเงินได้ถึง ชั่วโมงละไม่ต่ำกว่า
1,000,000 บาท จากสปอนเซอร์ ..ส่วนแนวคิดนี้จะเริ่มต้นทดลองลงสนามจริง
1 มกราคม 2547..
สำคัญคือว่า...จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมารอดูกันว่า
รายการทีวีสำหรับเด็กนั้นจะมีการตีความกันให้กว้างกว่า รายการการ์ตูนมังงะ..หรือไม่
..ซึ่งทันทีที่มีการถกเถียงกันในประเด็นนี้ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ
(คปส.) เครือข่ายองค์กรด้านเด็ก และคณะทำงานสื่อเพื่อเด็ก เปิดแถลงข่าว
28ตุลาคม 2546 แสดงท่าทีสนับ สนุนแนวคิดรัฐ
ในการ จัดสรรเวลาสื่อวิทยุ-โทรทัศน์ เปิดการมีส่วนร่วม ของเด็กและเยาวชน
..และเห็นควรว่า เป็นพันธกิจ ของหน่วยงาน ภาครัฐที่สมควร กระทำเป็นอย่างยิ่ง..
คุณ
สุภิญญา กลางณรงค์ กล่าวไว้ในแถลงการณ์ว่า สภาวะปัจจุบันที่สังคมไทยยังไม่สามารถให้กำเนิดคณะกรรมการกิจการกระจายและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ
(กสช.) รัฐชาติในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลสื่อโทรทัศน์ทั้งหมด(ที่เป็นของรัฐเพราะยังไม่ได้ปฏิรูป)
ไม่ว่าจะเป็นกรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชน แห่งประเทศไทย
(อสมท.) สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงกลาโหม จึงมีความจำเป็นที่จะต้อง
กำกับดูแลให้สื่อโทรทัศน์ตอบสนอง และบริการสังคมมากกว่าที่เป็นอยู่
อีกทั้ง จากผลงานวิจัยด้านเด็ก
ได้ยืนยันชัดเจนถึงความด้อยคุณภาพทั้งในแง่เนื้อหาและปริมาณของรายการเด็กที่ออกอากาศผ่านสื่อโทรทัศน์
และสิ่งที่ต้องพูดถึงเป็นอย่างมาก นั่นคือ รายการเด็กทุกวันนี้เต็มไปด้วยสิ่งแฝงเร้นจากการโฆษณาและสินค้าในูปลักษณ์ล่อตา
ล่อใจ มากกว่าสร้าง คุณค่าการเรียนรู้หรือความบันเทิงที่สร้างสรรค์
บทสรุปสุดท้าย..ของคำแถลงการณ์
ผ่านความจริงใจของรัฐบาลเพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรมชัดเจนเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม
และเปิดโอกาสแก่กระบวนทัศน์ใหม่ทางสังคมให้ได้เข้าไปใช้พื้นที่
สร้างสมดุลอำนาจกับกลุ่มธุรกิจบนแนวคิดอำนาจนิยมที่ครอบงำสื่ออยู่เดิม
เพื่อร่วมกัน กำหนดเนื้อหา สร้างรูปแบบแก่สื่อมวลชนสาธารณะ สำหรับเด็ก
เยาวชนและครอบครัว ให้เกิดเป็นประโยชน์ในวงกว้างแก่สังคมไทย..(แถลงการณ์
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ คปส.)
รายการโทรทัศน์ในประเทศไทยมีพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงไปมาก
ทั้งรูปแบบความหลากหลายของเนื้อหาหรือช่วงเวลาที่เพิ่มขึ้น จากการ
รวบรวมข้อมูล สภาพรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก ปี 2545 ในโครงการส่งเสริมสื่อมวลชนเพื่อเด็ก
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก สุเทพ วิไลเลิศ ในแง่พื้นที่และสัดส่วนรายการ
คุณภาพรายการและโฆษณาที่แอบแฝงมากับรายการเด็ก โดยสรุปแล้ว..พบว่า
ช่วงเวลาสำหรับเด็กยังมีอยู่น้อยและยัง ไม่เหมาะสมอยู่มาก เนื่องจากว่า
ระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลาที่ออกอากาศ จะอยู่ในช่วง 05.55น.-09.00น.
ช่วงเย็นจะอยู่ระหว่าง 16.15น.-19.15น. และ วันเสาร์-อาทิตย์
จะอยู่ระหว่าง 06.20น.-11.30น. ส่วนช่วงเย็น 18.20น.-18.35น.
ซึ่งระหว่างวันจันทร์-ศุกร์ เด็กจะไปโรงเรียน เวลาช่วงเช้าเด็กจะ
ไม่สามารถรับชมได้โดยปริยายและช่วงเสาร์-อาทิตย์ เวลาในช่วงเย็นจะมีรายการสำหรับเด็กเพียง
1-2 รายการ เท่านั้น..
ในด้าน คุณภาพรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศนั้นจะออกอากาศใน
1 สัปดาห์ มีเวลาประมาณ 10 ชม./สัปดาห์ ซึ่งรายการ ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทการ์ตูน
และออกอากาศในช่วงเช้า คือ เสาร์-อาทิตย์ รายการเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มีเนื้อหาที่เน้นภาพเหตุการณ์ความรุนแรง
โดยมุ่งไปที่กลุ่ม เป้าหมายหลักคือเด็กในวัยประถมศึกษา ผลที่ตามมา
คือ พฤติกรรมเชิงซ้อนระหว่างวัฒนธรรม เช่น กระโดดถีบ ชกต่อย
ที่ก่อการบาดเจ็บเสียหาย
รายงานฉบับนี้ยังสรุปสถานะการณ์ปัจจุบันอีกว่า
เด็กกำลังเป็นเป้าหมายสำคัญของโฆษณา สินค้าที่แฝงอยู่ในรายการ
สำหรับเด็กและ มีสภาพการแข่งขันที่สูงขึ้นมาก เมื่อเด็ก คือ
กลุ่มเป้าหมายใหญ่ วิธีการโฆษณาจึงแนบเนียนและเพิ่มขึ้นสูงมากขึ้น
การโฆษณา สินค้าแฝงภายใน รายการในรูปของคำกล่าวสโลแกนสินค้าของพิธีกร
แท่นแข่งขัน หรือแผ่นป้ายรางวัล ..รายการเด็กกลับเป็นแหล่งรวมของ
ขนมกรุบกรอบหลากชนิด ของเล่นหลากหลายแบบ สีสันสดใสพร้อมชักจูงเด็ก
ที่ประมาณการไว้คร่าว ๆ ว่า ในช่วงเช้าของวันเสาร์-อาทิตย์ มีรายการ
โฆษณาหลอกเด็ก ระหว่างรายการจำนวนกว่า 70 ชิ้น..
คุณ ฉัตรชัย เชื้อรามัญ สำนักข่าวเด็กและเยาวชน
กล่าวถึง สื่อโทรทัศน์ยุคใหม่ที่ไม่เพียงแต่ไม่สร้างปัญญาเท่านั้น
หากยังก่อความฟุ้งเฟ้อ เน้นเนื้องานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจมากกว่าจะเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้หรือเวทีที่สร้างปัญญาให้แก่เด็กและเยาวชน..สื่อโทรทัศน์ยุคนี้เป็นตัวเร่ง
เป็นสถาบันหลักในการกำหนดความนิยม สร้างพฤติกรรมให้เกิดใหม่
โดยเฉพาะความฟุ้งเฟ้อ การบริโภค ใช้จ่ายทุก ๆ อย่างที่จ่ายได้
อย่างที่ไม่มีสิ่งใดทัดทานไหว สวนกับกระแสการศึกษา
สื่อ กลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างทัศนะไม่เพียงเด็กเท่านั้นหากยังแทรกเข้าสู่ความคิดของผู้ปกครอง
ผู้ใหญ่ในสังคมแห่งนี้ด้วย
สื่อ.. ของรัฐไม่ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนของการป้องกันพฤติกรรมอื่นใดที่ก่อพิษภัย
กลับเร่งเร้า ล่อใจโดยเฉพาะโฆษณาซึ่งทำการส่งเสริม สร้างวิถีแห่งการบริโภค
ทำการตลาด มากกว่าให้ประชาชนได้รับคุณภาพจากตัวสินค้าสมกับมูลค่าที่ต้องจ่าย..
ประเด็น..สำคัญของปัญหาในสื่อยุคใหม่
ใช่หรือไม่ว่า หากใช้ช่วงเวลา ไพรม์ ไทม์ จัดรายการสำหรับเด็กแล้ว
จะเกิดกลุ่มเสียประโยชน์หลาย กลุ่มจึงไม่ยอมคืนเวลาให้แก่รัฐ
และสังคม หมายถึง ผู้ใหญ่ เป็นผู้จัดการทุกอย่าง ทั้งคิดและผลิตรายการ
เด็ก อย่างไม่เข้าใจเมื่อรายการเป็น ..แมส..จึงจำเป็นต้องสร้างและทำกำไรต่อเนื่อง
คุณฉัตรชัยกล่าวสรุป
รายการสำหรับเด็ก
คือ การ์ตูนเท่านั้นหรือไม่ เพราะเมื่อเกิดอะไรขึ้นมา ผู้ใหญ่มักบอกว่า
เด็กคิดได้แค่นั้น หากไม่มองว่า ทำไมเด็กถึงคิดอย่างนั้น ..เท่านั้น
จำเป็นอย่างยิ่งที่สร้างมิติของความหลากหลายของสถานีโทรทัศน์
อย่างจริงจัง เน้นภาคประชาสังคม ธุรกิจประชาชน สร้างกลุ่มการผลิตรายการที่หลากหลาย
ที่ได้รับบริการจากรัฐ ในการกำกับดูแล เป็นสวัสดิการ เน้นรายการ
สุขภาพ การศึกษา ให้ความสำคัญแก่คนหลายกลุ่ม เช่น คนชรา เด็ก
และสตรี หรือกลุ่มคนพิการ ถือได้ว่า เป็นสิทธิประการหนึ่งในฐานของการมีชีวิต
ต้องไม่กีดกั้น หน่วงรั้ง ขณะที่ สื่อ กำลังถูกใช้ในเชิงพาณิขย์ทำให้ต้องกีดกั้นคนบางส่วนออกไป..
ถึงที่สุด สังคมไทยคุ้นเคยกับสื่อเชิงพาณิชย์มากกว่า
ให้สื่อเป็นส่วนสำหรับสร้างสรรค์ปัญญา ใคร..ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายจะถูกกีดกั้นออกจากสื่อกรระแสหลัก
ถึงวันนี้ วันที่โลกกำลังหมุนไปด้วยความเร็วจี๋ของเทคโนโลยี
สารสนเทศ สื่อเชิงธุรกิจ อาจหาญ กล้าที่จะออกมารับผิดชอบสังคมมากน้อยแค่ไหน
คิดเพียงว่ารายการที่ดีคือรายการที่สร้างเรตติ้งและค้ากำไรได้เท่านั้นเท่านี้
..เรื่องอย่างนี้คิดไม่ยากเท่ากับ การบรรสานระหว่างสื่อเชิงธุรกิจและการเผื่อแผ่แก่สังคม..
ช่วงเวลาไพรม์ ไทม์ ที่รัฐบาลจะมอบให้แก่เด็กเป็นของขวัญปีใหม่แก่เด็กและจะจัดให้เป็นนโยบายให้แต่ละสถานีเพิ่มเวลาสำหรับเด็ก
เป็นแสงสว่างที่ไม่ควร จะเป็นความรำไรของแนวคิดเท่านั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องติดตามดูและมาช่วยกันคิดว่า
อะไรบ้างคือรายการดีดีสำหรับเด็ก ๆ อาจจะเป็น สิ่งที่น่าคิดอยู่ไม่น้อย
เหมือนกันใช่ไหม..
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
11 พฤศจิกายน 2546
|