15 มิถุนายน ดีเดย์ …30 (วัตถ์) 30 (เมตร) 15 (กิโลเมตร) ความลักลั่นเชิงนโยบาย

ตำนาน วิทยุชุมชน เป็นหนึ่งในเรื่องที่เล่าขานการต่อสู้ของภาคประชาชนมาตั้งแต่เริ่มต้น นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงเดือนพฤษภาคมและการนำเสนอแก้ไข-บังคับใช้ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ มาตรา 40 ระบุถึง คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และวิทยุโทรคมนาคมทรัพยากรสื่อสารเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่งและกำกับดูแล …การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม…

…ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินการตามวรรคสอง ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น …รวมทั้งการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม …ป้องกันการผูกขาดสื่อสารมวลชนโดยกลุ่มคน…จุดนี้ หลักการของวิทยุชุมชนดั้งเดิมจึงเริ่มต้น…เน้นการจัดตั้งโดยชุมชน จัดการโดยชุมชน เพื่อชุมชน…ให้ชุมชนเป็นผู้สื่อสาร แม้ไม่ใช่มืออาชีพ ไม่เน้นจุดขายหากเน้นการนำเสนอความจริง
ความจริงของชุมชน ความจริงของสังคม ….

การเสวนาโต๊ะไม่กลม กว่า 2,000 สถานี กรณี วิทยุชุมชนวันนี้กับเสรีภาพของสื่อสารมวลชน อาคาร TsT Tower 31 พฤษภาคม ณ. ศูนย์ศึกษาวิภาวดี มหาวิทยาลัยรังสิต เกิดขึ้นจากการดำเนินการ ปิดสถานีวิทยุชุมชน หลาย ๆ สถานี และการเข้าตรวจสอบวิทยุคลื่น 92.25 คุณอัญชลี ไพรีรักษ์ ซึ่ง ในมุมหนึ่งเป็นความลักลั่นและเลือกปฏิบัติ

…ทีมงานไทยเอ็นจีโอ ถอดความเสวนา เรียบเรียง เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกันต่อไป

จักรกฤษ ศิลปชัย …เรียนคณบดีมหาวิทยาลัย รังสิต สวัสดี ท่านผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนทุกท่านเกี่ยวกับเรื่องราวของวิทยุชุมชนและเสรีภาพของสื่อนั้นถือเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและผู้เข้าร่วมครั้งนี้ถึงครึ่งหนึ่งเป็นบุคคลซึ่งให้ความสนใจเรื่องราวของสื่อสารมวลชนและเป็นนักจัดรายการวิทยุชมุชนอยู่แล้ว

มูลนิธิกองทุนไทย ภายใต้การดำเนินการของเว็บไซต์ ThaiNGO.org วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม และคณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกันพูดคุยกันถึงเรื่อง วิทยุชุมชนและเสรีภาพของสื่อ เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราต้องมานั่งคุยกันถึงเรื่องนี้ สื่อ วันนี้มีเสรีภาพอย่างที่รัฐธรรมนูญกำกับเอาไว้จริงหรือเปล่า

เมื่อสักครู่ ท่านอาจารย์วิทยากร เชียงกูล พูดไว้ว่าไหนว่ารัฐบาลจะปล่อยให้เกิดการแข่งขันเสรีแต่สังคม วันนี้ กลายเป็นเรื่องที่ต้องชั่งใจ คลุมเครือและเป็นสีเทา เราคงต้องกลับไปดูว่า รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ว่าอย่างไร กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินหรือกรณีอื่นของรัฐบาลชุดนี้ทำทุกอย่างให้คลุมเครือ คำถามใหญ่ของการพูดคุยวันนี้ คือ เสรีภาพสื่อมวลชนมีจริงหรือเปล่า…และคำถามใหญ่ คือ ทำไมคลื่น 92.25 วิทยุชุมชนที่มี คุณอัญชลี ไพรีรักษ์ เป็นผู้จัดจึงถูกค้น หรือคุณ เก๋ สุภิญญา กลางณรงค์ ต้องถูกฟ้อง ขณะที่เรากำลังอยู่ในประเทศเสรี วิทยุชุมชนไม่ใช่เพียงการจัดรายการ หากหมายถึง สิทธิทางด้านมนุษยชนของคนภายในประเทศนี้ วันนี้เกิดอะไรขึ้น เราจะได้พูดคุยกันเดี๋ยวนี้…

อัญชลี ไพรีรักษ์ …สวัสดี ดิฉันเป็นสื่อมวลชนอาชีพอยู่ในแวดวงสื่อสารมวลชนมาตั้งแต่อายุ 21 ปี สมัยเป็นนักศึกษาและยืนยันได้ว่ามีความจริงใจ และ ดิฉันรักวิชาชีพสื่อสารมวลชนเป็นชีวิต โปร่งใสและไม่เคยใช้หน้าที่ของตัวเองอวดเบ่งเอากับใคร ดิฉันทำงานเพราะต้องการทำงาน งานสื่อสารมวลชนทำให้ดิฉัน พบว่า อาชีพนี้สอนให้ดิฉันรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า อิสระทางความคิดเกิดโลกทัศน์และมีมุมมองที่กว้าง สุขใจ และวิชาชีพเหล่านี้ทำให้ดิฉันพบกับผู้คนที่หลากหลายภาษาและเชื้อชาติ

จนวันนี้ การทำงานของดิฉันกลายเป็นเรื่องที่ถูกจับตามอง เมื่อการลุกขึ้นออกมาคิดต่าง บอกได้อย่างจริงใจที่สุดว่า เป็นเรื่องของความแตกต่างและการความคิดเห็นที่ควรจะเป็นไปตามทฤษฎี ความจริง คือ ความจริง หากผู้ใหญ่ในประเทศนี้จะใจกว้างบ้างก็สมควรอย่างยิ่ง ดิฉันเองทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนมานาน ผ่านรัฐบาลมาหลายยุคสมัย ไม่เคยเจอว่า รัฐบาลไหนจะตีกรอบความคิดเท่ากับรัฐบาลชุดนี้ กำกับความคิด พูดอะไรได้ยาก ทำอะไรได้ยาก หากยังขืนพูดมากระวังจะเป็นผู้ที่ไม่มีที่ยืน

ดิฉันมาเรียนรู้เรื่องวิทยุชุมชน หลังจากไม่มีคลื่นให้จัดรายการ วิทยุชุมชนเป็นเรื่องที่ดีสำหรับชุมชน หากแต่ถูกนำมาใช้ผิดเทศะและนับจากการเริ่มมีโฆษณา 6 นาที หลักการวิทยุชุมชนจึงผิดรูปผิดร่าง กลายเป็นเรื่องเชิงพาณิชย์ที่ไม่ได้เน้นสื่อสารสู่มวลชน แต่เป็นสื่อเหมือนสื่ออื่น ๆ เน้นเรื่องการค้าขายและทำกำไร วิธีเดียวที่จำกัดกรอบให้วิทยุชุมชนได้ คือ หยุด ห้ามให้เกิดการโฆษณา

วิทยุชุมชนวันนี้มีถึง 2,000-3,000 คลื่น และแม้ว่าจะมีการจัดระเบียบกันก็ตาม เรื่องกลับเป็นว่ามีการยิงคลื่นตั้งเสาสูงและยิงกัน 1,000 วัตถ์ ใครมาตรวจหมุนลดกำลังลงเหลือ 30 วัตถ์ มันเป็นอย่างนี้ คน-เอกชนซึ่งคิดจะทำสถานีซื้อเครื่องส่งกันเป็นว่าเล่น ซื้อเครื่องส่งจากกรมประชาสัมพันธ์ เป็นอย่างนี้มานานจนวิทยุชุมชนเกิดการขยายตัวขนานใหญ่ ค่ายเพลงลงมาจัดรายการเอง จัดเองหลายคลื่นของค่ายเพลง ลูกหลานนักการเมือง ยิงกันเป็นพันวัตถ์ ไปถามไปดูได้ อ้างว่าได้สัมปทานมาจากคลื่นทหารบ้าง ดาวเทียมบ้างทั้งที่ความจริงวิทยุชุมชนยังไม่มีการจัดแบบสัมปทานคลื่นเพราะต้องมีการกำกับดูแลผ่าน กสช. คณะกรรมการกิจการคลื่นความถี่วิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติ

จนวันนี้เกิดอะไรกับวิทยุชุมชน เพลงเยอะข่าวน้อย โฆษณาเยอะ คิดจะจัดระเบียบแต่รัฐกลับไม่พูดถึงหลักการของวิทยุชุมชนแล้วมาอ้างเหตุผลว่าคลื่นวิทยุชุมชนจะรบกวนคลื่นวิทยุการบิน อย่าไปเชื่อ คลื่นคนละช่วงคลื่นเหมือนเพลงลูกกรุงกับเพลงลูกทุ่งเพราะหากคลื่นจะรบกวนเครื่องบินคงจะตกไปแล้ว

จำเป็นจะต้องคืนวิทยุชุมชนให้กับวิทยุชุมชน จัดระเบียบใหม่ ชุมชนเท่าไร ชุมชนอย่างไรจึงจะมีคลื่นได้หนึ่งคลื่น จะใช้วิธีใดก็ได้แต่ต้องไม่ใช่การบังคับ 30วัตถ์,30เมตร,15กิโลเมตร มันทำไม่ได้ ใครจะมานั่งดูแลกันได้ทุกวัน ชุมชนจะต้องเป็นผู้ดูแลคลื่นของเค้าเอง รัฐ คือ ผู้ซึ่งส่งเสริมให้เกิดการทำงาน ไม่ใช่การกำกับทางด้านเนื้อหา

จักรกฤษ ศิลปชัย..นั่นเป็นอีกบางด้านของความคิด ในฐานะคนทำงาน นักวิชาชีพสื่อสารมวลชน ที่เลือกจะนำเสนอเรื่องราวของความจริง กระทั่ง ถูกจับตามอง เมื่อเธอกล้าที่จะพูด บางสิ่งที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ไม่อยากได้ยินได้ฟัง

อัญชลี ไพรีรักษ์… อเมริกามีวิทยุชุมชนมานานมีตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจเนื่องจากคนในชุมชนลงขันร่วมกันคนละเหรียญและใช้เงินเหล่านี้บริหารจัดการร่วม เค้าเลือกที่จะมีหรือไม่มีโฆษณาภายใต้ประชามติร่วมของชุมชน ชุมชนเป็นผู้ดูแลร่วมกันภายใต้กองทุนร่วม

จักรกฤษ ศิลปชัย..จำเป็นต้องมานั่งคุยถึงหลักการวิทยุชุมชนกันใหม่ภายใต้ระบบสำนึกของคนวันนี้ ขอเสริมนิดเดียวตรงนี้ว่า…หากจะเกิดการจัดระเบียบกันครั้งใหญ่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดระเบียบกรมประชาสัมพันธ์ก่อนอื่น…

อัญชลี ไพรีรักษ…สำคัญ คือว่า วันนี้ วิทยุชุมชนเกิดขึ้นเยอะมาก ส่วนใหญ่ คนที่ทำมักเป็นหัวคะแนน นักการเมืองเปิด ทำไม หากถามกันจริง ๆ ทำไม นักการเมืองถึงต้องการเปิดวิทยุชุมชนเน้นการทำการค้าและผูกขาดอำนาจทางการสื่อสาร ควบคุมสารและถามต่อไปอีกว่า ใครเป็นคนขายเครื่องส่งสัญญาณวิทยุก็ลูกหลานของคนในรัฐบาล นั่นเอง ขณะที่รัฐบาลบอกว่าต้องการจัดระเบียบวิทยุชุมชน
ผิด สังคมไทยมักเกิดสิ่งผิดปกติเช่นนี้เสมอ ๆ จะจัดระเบียบหรือจะทำอะไร ว่ากันมาตรง ๆ ดีกว่า

สุภิญญา กลางณรงค์…วิทยุชุมชนหลายส่วนเป็นเสมือนเครื่องมือที่ดีของประชาชน หลายสถานีต้องปิดตัวเองลงไป ไม่ต้องสงสัยเป็นเพราะเรานำความอ่อนไหวเรื่องราวของรัฐบาลนำเสนอผ่านสื่อวิทยุชุมชน ขณะคลื่น 92.25 MHz สามารถยังยืนอยู่ได้ด้วยพลังของชนชั้นกลางและความสนใจของสังคม ขณะที่สังคมส่วนอื่นจำต้องต่อสู้กับพลังอิทธิพลท้องถิ่น อำนาจมืดและความอยู่รอดและความไม่มั่นคงของนโยบายรัฐ บางสถานีต้องเปลี่ยนสไตล์ นี่ เป็นการตัดตอนของภาครัฐ

ไม่มีสิ่งใดดีในทันทีทันใด เป็นกลวิธีลักลั่นเชิงนโยบาย จนวันนี้ไม่อาจจะสร้างความหมายที่แท้จริงของวิทยุชุมชนได้เพราะความรักษาตัวเอง สถานะตัวเองและความอยู่รอด หันไปเปิดเพลงสบายใจกว่า และรัฐยังอ้างทั้งที่ความจริงเป็นเรื่องความจริงเพียงครึ่งเดียว อย่างเช่น เรื่องคลื่นแทรกที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจ แก่สังคม แก่ประชาชน

หากทุกวันนี้ เหตุการณ์ตรงกับคำว่า ความรู้ คือ อำนาจ เพราะหากคลื่นวิทยุชุมชนแทรกคลื่นวิทยุการบินย่อมเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ใช่มาทำเรื่องราวให้ผลุบ ๆ โผล่ ๆ แบบนี้ จำเป็นต้องแถลงการณ์ออกรายการทีวีแห่งชาติคลื่นวิทยุเป็นเรื่องที่สามารถแก้ได้ในเชิงเทคนิค การจัดสรร แก้ปัญหาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ใช่การปิดสถานี หากจำเป็นต้องจัดระเบียบคลื่นและสร้างหลักจิตสำนึกใหม่เกี่ยวกับวิทยุชุมชน ทางออกของเรื่องนี้ คือ ความจริงใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาล หยุดวาระซ่อนเร้น ใช้ความรู้นำการเมือง 20% ของการจัดสรรคลื่นความถี่เป็นเรื่องที่สมควรจะปกป้องเอาไว้ เป็นส่วนที่ส่งมอบให้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะที่ 524 สถานีทั่วประเทศและกว่า 200 สถานีเป็นของกองทัพบก กว่า 140 สถานี อยู่ที่กรมประชาสัมพันธ์และ 62 สถานี อยู่ที่ อสมท. ต้องกลับไปแย่งตรงนั้น อย่ามาแย่งกันเอง อะไรคือ มาตรา 40 ต้องกลับมาที่หลักการเดิม

วิทยุชุมชนเป็นเรื่องใหม่ย่อมมีผิดมีถูกเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครรู้จริง ๆ ว่า อะไรดีที่เหมาะสมที่สุด

จักรกฤษ ศิลปชัย…วันนี้ เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีทางแก้ไขปัญหาเรื่องคลื่นวิทยุชุมชนที่แทรกคลื่นกระแสหลักอย่างไรบ้าง และการสร้างเจตนารมย์วิทยุชุมชนที่แท้จริงจะออกมาในรูปลักษณ์ใด

อ. อนุสรณ์ ศรีแก้ว..การเกิดของวิทยุชุมชน ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียงลอย ๆ เป็นเลือดและเนื้อคนเดือนพฤษภาคม 2535 วิทยุ-โทรทัศน์ ยุคสมัยนั้นผูกขาดโดยรัฐเพียงฝ่ายเดียว

ความเป็นจริงวิทยุชุมชน คือ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ของความมีอิสระทางอำนาจการเมือง จนถึงวันนี้ รัฐกำลังจับมือกับกลุ่มทุนเพื่อยึดเอาคลื่นคืน วิทยุชุมชนถูกนำไปใช้ในความหมายที่ไม่ดี แม้สื่อกระแสหลักเองกลับจงใจสร้างความหมายให้กับวิทยุชุมชนว่าสร้างความปั่นป่วน ทั้งที่ ความจริงเป็นเรื่องที่สวยงามน่าติดตาม เช่น ผู้เฒ่าเล่านิทานให้ลูกหลานในชุมชนได้รับฟัง วิทยุชุมชนวันนี้ถูกแปรเจตนารมณ์เข้าสู่รูปการพาณิชย์และไม่มีการจัดการอย่างเป็นระเบียบ สาเหตุใหญ่ ณ วันนี้ และการสั่งปิดสถานีที่ดำเนินการโดยภาครัฐมีด้วยกันไม่กี่สาเหตุ ไม่รบกวนคลื่นวิทยุกระแสหลัก รบกวนวิทยุการบินและสัญญาณทีวี ซึ่งเป็นที่มาของ สูตร 30 วัตถ์ : 30เมตร : 15 กิโลเมตร ความจริงสูตรนี้เป็นสูตรของกลุ่มวิทยุชุมชนตั้งแต่เริ่มแรก

จากสาเหตุหลัก ๆ ไม่กี่ประการ คือ การจัดการเรื่องเงินทุนแต่รัฐเข้ามาจัดการให้เป็นเรื่องที่ตายตัว ถามว่า จริง ๆ แล้วจัดการได้มากกว่านี้หรือไม่โดยความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่าได้ ให้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การสั่งปิดสถานีวิทยุชุมชนเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะหากจะตรวจสอบกันจริง ๆ จัง ๆ คลื่นกระแสหลักวันนี้ทำผิดกฎหมาย สถานีวิทยุหลายแห่งใช้กำลังส่งเกินข้อกฎหมายกำหนดหรือมีคลื่นรองในคลื่นหลัก การตรวจสอบจึงต้องตรวจสอบทั้งหมด


15 มิถุนายน 2548 จับตาตรวจสอบวิทยุชุมชนภายใต้กฎเหล็ก 30 วัตถ์ 30 เมตร และ 15 กิโลเมตร


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

7 มิถุนายน 2548