|
ฟัง!!! เอฟเอ็ม
102.5 เมกะเฮิรติ์ วิทยชุมชนบางสระเก้า
ถึงแม้ว่า
นี่เป็นยุคหลักของการสื่อสารที่ก่ออิทธิพลใหญ่หลวงแก่วิธีคิด ระบบจิตใจ
จิตวิญญาณของผู้คน หากชนบทกลับเป็นแดนร้าง หนุ่มสาวทยอยกันออกจากหมู่บ้านบนชีพจรของแสงสีวิไลตา
ผ่านการโฆษณา โทรทัศน์ วิทยุ สื่อกระแสหลักที่นำผู้คนทยอยจากหมู่บ้าน
เทคโนโลยีสื่อกลับเป็นเครื่องมือ ชักนำให้คนหลงทิศ ไม่สร้างความเป็นชุมชนอย่างแท้จริง
ผูกขาดความคิดผ่านกลุ่มทุนที่โยงใยอยู่เบื้องหลัง ความไร้จรรยาของคนสื่อ
กลับสร้างความขัดแย้งทุกระดับสังคม จนวันนี้ เมื่อสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่มอบอำนาจให้แก่ประชาชน
ในการเสนอแสดงความคิดผ่านคลื่นความถี่ได้ รายการวิทยุชุมชนจึงเกิดขึ้นเพื่อประสานรอยร้าวบน
และอุดช่องว่างทางสังคม..จากการทดลองเรียนรู้ สถานีวิทยุชุมชนหลายแห่ง
เกิดขึ้นบนเจตนานำเสนอ มุมมองใหม่ภาคประชาชน..
สถานีวิทยุชุมชนบางสระเก้า
หนึ่งในสถานีตัวอย่างที่ได้รับการพูดถึง ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหนึ่งขวบปีผ่านความร่วมกันของชุมชนในอันเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ
พูดผ่านคลื่นวิทยุบอกเล่าเรื่องราวของตน ..บางสระเก้าชุมชนใกล้ฝั่งทะเล
ในจังหวัดจันทบุรีเมืองสามน้ำที่ความอุดมสมบูรณ์ทำให้บางสระเก้ากลายเป็นแหล่งสะสมความรู้
วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่หลากหลาย
บางสระเก้าแบ่งออกเป็น
5 หมู่บ้าน อาชีพหลักใหญ่ คือ การทอเสื่อ เลี้ยงกุ้ง-ปลา ปลูกมะพร้าว
ทำนา ที่โดดเด่นเห็นจะเป็น ลานค้าชุมชน สี่แยกมุมเมรุที่มีคนสนใจนำสินค้ามาขาย
เป็นแหล่งรวมของชาวบ้านที่นั่น..ซึ่งสถานีเพื่อทดลองเรียนรู้วิทยุกระจายเสียงชุมชน
ตำบลบางสระเก้าได้ทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง วัฒนธรรม
วิถีชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างแนบสนิท
หน้าที่ตรงนี้ คุณ
นริศ บ้านเปิน เจ้าหน้าฝ่ายรายการ เล่าให้ฟังว่า ในแต่ละวันจะมีชาวบ้านจากกลุ่มต่าง
ๆ มาจัดรายการ
เราเน้นความเป็นกลุ่ม ..อย่างเช่น กลุ่มเสมาทอง
นี่จัดเกี่ยวกับเรื่องโรงเรียน กลุ่มผู้นำชุมชน ชมรมรักสุขภาพ
กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มคนชราเขาจะพูดเรื่องของการรักษาสุขภาพ
กลุ่มคนพิการซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมากรายการของเขาไม่เคยขาด
มุ่งทำความเข้าใจกับคนกลุ่มต่าง ๆ ว่ากลุ่มของเขาก็ยืนหยัดอยู่ในสังคมนี้ได้เท่ากันกับคนอื่น
ๆ ช่วยเหลือชุมชนได้เสมอกับคนอื่น..ให้กำลังใจไม่ให้ท้อแท้กับชีวิต..จนผ่านไปหนึ่งปี
ก็จะเหลือกลุ่มที่จัดสม่ำเสมอจำนวนหนึ่ง
..ชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลักคือทำไร่ไถนา หมายถึงต้องเจียดเวลามาจัดรายการวิทยุ
..แต่ทุกคนก็พยายามจัดให้ตรงตามกำหนดเวลา..เขารู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของสถานีเมื่อมาลองทำแล้วเรารับรู้ได้ว่าเขามีความตั้งใจ
ให้มาคิดร่วมกัน มาทำร่วมกัน
ทางด้าน คุณ สมชาย
ตองอ่อน ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลใช้สถานีวิทยุบอกเล่าความเคลื่อนไหว..โดยเฉพากิจกรรมที่ชาวบ้านต้องทำร่วมกันในชุมนุม
หรืองาน อบต. ได้ดำเนินงานเรื่องชุมชนไปถึงไหน อย่างไรแล้ว..สมัยก่อน
ระหว่างเครือข่ายชุมชนกับอบต. ค่อนข้างเหินห่าง เมื่อเกิดสถานีขึ้นมาช่วยให้ช่องว่างเหล่านี้ลดลงมาก..
ให้ความรู้เรื่องกฏเกณฑ์ กฎหมายชาวบ้าน หรือส่วนร่วมของประชาชนต่อวาระการประชุมอบต.
จุดนี้ได้ผลเป็นอย่างมาก หากจะพูดว่าสถานีวิทยุชุมชนเป็นส่วนเรียนรู้
เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและส่วนราชการท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีก้เห็นจะไม่ผิดนัก
คุณ สมชาย กล่าวย้ำว่า
สถานีวิยุเป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยกระตุ้นให้ชาวบ้านตื่นตัวอยู่เสมอ
รับรู้ข่าวสาร ติดตามและนำเสนออย่างเป็นรูปธรรม เดี๋ยวนี้ชาวบ้านจำเป็นต้องตื่นตัวเรื่องข้อมูลวิ่งหาข้อมูลตรงนั้น
ตรงนี้เพื่อเอามาจัดการนำเสนอให้ได้ อย่างเช่น อะไรที่น่าจะเผยแพร่ในหมู่บ้าน
ในชุมชนของเราเอง วิทยุชุมชนจะเป็นเครื่องมือชั้นดีที่สามารถเร้าให้บุคคลภายนอกเกิดความสนใจได้มากที่สุด
คุณนริศ
ยกตัวอย่างเช่นที่นี่มีลานค้าของชุมชน เขาก็จะหยิบประเด็นตรงนี้เข้ามาคุยในรายการว่า
คนนั้นคนนี้หาปลาหาปูมาขายบนความเอื้ออาทรกัน เขาจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งเพราะมีคนคุยถึงเขาบางทีก็พูดถึงคนนั้นคนนี้
เกิดความสนิทสนมกันในที่สุด ตรงนี้เป็นจุดเด่น จนเดี๋ยวนี้ ทำกิจกรรมอะไรเขาก็ยินดีให้ความร่วมมือ
..
ที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมที่สุด ในขณะนี้เป็นเรื่องธนาคารปู
ธนาคารปลาเมื่อก่อนนี้ ชาวบ้านแต่ละคนต่างคนต่างจับทำมาหากินกันไป
จนปลาปูลดลง ป่าโกงกางหายไป วิทยุชุมชนทำหน้าที่ประกาศบอกผ่านความรู้สึกให้ชาวบ้านเขาได้เข้าใจว่าจำเป็นแล้วที่จะต้องทำการอนุรักษ์เอาไว้ไม่เฉพาะเราหากแต่เจือจาน
ไปถึงลูกหลานด้วย..เขาเริ่มคิด เริ่มทำของเขาไปเอง จนเป็นกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลน..ธนาคารปูธนาคารปลา
วิทยุชุมชนทำให้เราทุ่นเวลาจัดการเรียกประชุมชาวบ้านลงมาก หากที่ผ่านมาเวลาจะเกิดกิจกรรมใดต้องทำเวทีชาวบ้านมันค่อนข้างเสียเวลามาก
ชาวบ้านอยู่ที่ไหนก็สามารถเปิดวิทยุรับฟังข่าวสารไปได้ทั่วไม่ต้องไปตามบอกตามกล่าว
ทุ่นเวลามากมีการโทรเข้ามาแสดงความคิดเห็นผ่านวิทยุ..
สิ่งที่เน้นมาก
คือ วิทยุชุมชนจะเป็นสื่อกลางที่พูดถึงเรื่องใกล้ ๆ ตัวที่เขามีความรู้ความเข้าใจอยู่แล้ว
เป็นชีวิต เป็นเศรษฐกิจใกล้ตัว การทำมาหากินของเขาเอง อย่างช่วงแรก
เรื่องการอนุรักษ์ป่าชายเลนนี่ดูจะเป็นเรื่องไกลตัวกับเขามาก
เมื่อนากุ้งเข้ามาถึงหมู่บ้านชาวบ้านก็รุกป่าเปิดเป็นบ่อกุ้ง
จนเกิดการย้ำผ่านรายการวิทยุชุมชนว่า หากปล่อยไว้อย่างนี้เราคงอยู่กันไม่ได้เป็นปกติสุขอย่างแต่ก่อนแน่
รายการของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนจะย้ำทุกครั้งว่า วันนี้คุณปลูกป่าหรือยัง
ได้ผลครับ วิธีคิดเรื่องการอนุรักษ์ค่อย ๆ ซึมเข้าสู่จิตใจชาวบ้านและในที่สุดทรัพยากรดินน้ำป่าในชุมชนค่อยก่อรูปก่อร่างฟื้นคืนตัวเองทันตาเห็น
..เรากำลังต่อสู้กับตัวเองและต่อสู้กับความแปลกปลอมใหม่ที่รุกเข้ามาสู่ชุมชน
บ่อกุ้งเป็นประเด็นชัดเจนจนเกิดการสรุปบทเรียนกันว่า.. เราต้องรวมพลังกลุ่มทำมาหากินร่วมกัน
เรียกว่า บ้านปลาธนาคารปู เป็นการทำที่อยู่อาศัยให้ปลาปูโดยการใช้ยางรถยนต์สานเป็นกล่องให้ปลาปูเข้าไปอาศัยให้มีชีวิตรอด
เป็นการแก้สถานะการณ์แล้วค่อยเริ่มปลูกป่า วิทยุก็ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์เรื่องวิธีการ
เรื่องวิธีการรักษา ..ป่าหมด ปูหมด ชีวิตคนอับจน เป็นสโลแกนของเรื่องนี้
พูดอย่างนี้ผ่านรายการวิทยุทุกวัน หาข้อมูลหางานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของป่า
การรักษาดิน สัตว์น้ำปลาปู จนได้งบ สกว.มาทำวิจัย เรื่องวิธีการจัดการป่าดินน้ำและสัตว์..
คุณสมชาย พูดถึงหน้าที่สำคัญของวิทยุที่เป็นสื่อกลางทุกเรื่องราวในชุมชน
ความรู้ การศึกษา ความเชี่ยวชาญชำนาญการต่าง ๆ ในด้านอาชีพของตัวเขาเอง
ที่สำคัญเป็นเรื่องความเท่าทันสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก
ในส่วนของสถานีวิทยุกระจายเสียงทดลองออกอากาศเพื่อการเรียนรู้
ตั้งขึ้นมาได้ 1 ปีเต็ม เพิ่งฉลองครบรอบปีไปเมื่อเดือนกันยายนนี่เอง
เริ่มแรกเมื่อทดลองออกอากาศสถานีเป็นส่วนกระจายเสียงติดตามการนับคะแนนการเลือกตั้ง
ส.จ.จะมีชาวบ้านคอยเช็คกับจังหวัดแล้วส่งผลคะแนนเข้ามา
คุณนริศ
เล่าว่า ..ช่วงแรกคนในชุมชนมองภาพไม่ออกว่า วิทยุชุมชน จำเป็นอย่างไร
คิดตอนนั้นว่า ทีวีก็มีให้ดู วิทยุจันทบุรีก็มีแล้วจะมีวิทยุชุมชุนไปอีกทำไม
ยังมองภาพไม่ออก ..หากเมื่อได้เรียนรู้หลักการกลับพบว่า วิทยุชุมชนจะเป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเรา
คนในชุมชนเอง ..บอกเล่าพิษภัยที่แปลกปลอมจากภายนอก จากทีวี จากสื่ออื่น
ๆ ..แม้เรื่องมาตรา 40 ที่ดูเป็นเรื่องไกลตัวชาวบ้านมาก กลับพบว่า
จำเป็นอย่างยิ่งที่ให้ชาวบ้านได้รับรู้ ในระยะแรกเขาคงไม่เข้าใจหากย้ำบ่อยเข้า
ๆ สิทธิที่เขาควรจะมีจะค่อย ๆ เข้าสู่การรับรู้ของเขาเอง
การเรียนรู้เรื่องราวหลากหลายอย่างเท่าทัน ทำให้เกิดความรู้สึกป้องกัน
เป็นพลังกลุ่มแห่งการปกป้องสร้างคุณค่าใหม่แก่ชีวิต เดิมที เมื่อเปิด
ทีวี วิทยุที่อื่น ๆ สื่อกระแสหลักเหล่านี้ไม่เคยได้รับรู้และพูดถึงชีวิตของชาวบ้านในชุมชนอย่างเข้าใจชีวิตของคนในชุมชนแม้สักน้อย..
รายการเด่น ๆ อีกรายการคือรายการของกลุ่มติดเชื้อเอดส์น่าสนใจอยู่ที่ว่า
ผู้ติดเชื้อเป็นคนเปิดเผยเรื่องราวเขาเล่าให้ฟัง เป็นบทเรียนที่คนในชุมชนจะจดจำ
สาเหตุการติดเชื้อ เมื่อรู้ว่าตนติดเชื้อแล้วต้องทำอย่างไร ความรู้สึกขณะนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
ต้องเข้าใจเห็นใจผู้ติดเชื้อหรือมีวิธีการปฏิบัติตัวกับเขาอย่างไร
คนฟังเยอะมาขนาด ช่อง 9 มาขอฟังรายการ เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีมาก
คุณสมชายย้ำ
การดำเนินรายการวิทยุชุมชนตลอด 1 ปี สามารถสร้างวิธีคิด สร้างความเข้าใจ
เท่าทันโลกให้แก่ชาวบ้านได้มากมีกลุ่มองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ชาวบ้านเข้ามาขอจัดรายการ
อย่าง ธกส. ชมรมรักสุขภาพพลิ้ว..และที่พลิ้วนี่แฟนรายการเหนียวแน่นมาก
เย็น ๆ นี่จะมีการเต้นแอโรกบิกกันทุกเย็น..เป็นมุมมองของ
อาจารย์มนู สยามไชย อาจารย์โรงเรียนวัดบางสรเก้า ท่านบอกว่า
ชาวบ้านเริ่มรู้จักแหล่งข้อมูล ขวนขวายหาแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
รู้จักค้นคว้า หากไม่จัดรายการเขาก็จะอยู่กันเฉย ๆ เป็นผลพวงที่ได้รับจากการจัดรายการวิทยุ
อย่างกรณีเขาชำฮ่าน นี่มีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิชาวบ้านที่นั่นอึดอัด
ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร..คือ ภูเขาทั้งลูกมีโฉนดได้อย่างไรทั้งที่ไม่ควรมี
เมื่อก่อนเป็นที่สาธารณะแต่กลับเป็นที่ดินของเอกชน..ได้อย่างไร
ชาวบ้านจึงจัดรายการออกอากาศ เล่าประวัติศาสตร์ ประกาศให้ชุมชนได้รับรู้เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหา..
เรื่องนี้แม้จะเป็นเรื่องที่ล่อแหลม
ที่คนภายนอกดูแล้วอาจรู้สึกว่า สถานีวิทยุชุมชนจะกลายเป็นแหล่งซ่องสุม
ก่อความไม่สงบหรือเปล่า ..มันต้องดูว่า หากใครที่ไม่เดือดร้อนก็คงไม่ออกมาเรียกร้องเอาอะไร
คนที่เรียกร้องนั่นแสดงว่าเขาประสบปัญหาจริง ๆ เกิดความหวงแหน
เกิดความรู้สึกกับถิ่นเกิด ความจริงอยู่ว่า วิทยุชุมชน อาจสร้างกระแสได้ระดับหนึ่ง
แต่ก้เป็นความจริงเหมือนกันว่า หากชาวบ้านไม่เดือดร้อนเขาจะไม่ลุกขึ้นมาทัดทานอำนาจรัฐ..ราชการ
วิทยุชุมชนมีกฏเกณฑ์ในการเข้ามาจัดรายการมากเหมือนกัน ประเด็นสำคัญ
คือ การพยายามประสานองค์กรทางสังคมแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน จะไม่มีการพูดโจมตีกันในรายการ
ไม่มีการหาผลประโยชน์ ต้องมาด้วยใจสมัครจะไม่มีการแสวงกำไรทางธุรกิจในรายการอย่างเด็ดขาด
รับประกันได้ว่า วิทยุชุมชนจะเป็นดั่งเกราะป้องกัน เป็นฉนวนที่ปกป้องมายาการที่มาจากภายนอกได้อย่างสมบูรณ์
สิ่งเร้าที่เข้ามาสู่ชุมชนชาวบ้านไม่มีวันเข้าถึง หรือรู้เข้าไปลึก
ๆ ว่า เขาหลอกลวงเราอย่างไรบ้าง..เป็ยบทสรุปหนึ่งของคุณ นริศ..ก่อนเล่าให้ทางทีมงานฟังต่อไปว่า
หมู่บ้านบางสระเก้า ได้รับการติดต่อและประชาสัมพันธ์ จากกลุ่มบริษัท
อีสต์ วอเตอร์ เรื่องสัมปทานแหล่งน้ำ เมื่อก่อนชาวบ้านไม่รู้เรื่องอะไร
มีการโฆษณาผ่านวิทยุ ผ่านป้ายคัตเอ้าท์ ว่าหากบริษัทได้รับสัมปทานแล้วชาวบ้านจะได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ำ
ได้น้ำคุณภาพ อย่างนั้นอย่างนี้..
ทั้งที่แหล่งน้ำนั้นเป็นของเรา ทำไมต้องให้กลุ่มบริษัท กลุ่มทุนเข้ามาผูกขาดด้วย
..ประเด็นเหล่านี้ได้รับการบอกเล่าผ่านสถานีวิทยุ ..ผมคิดว่า
อย่างนี้เป็นหน้าที่หนึ่งของวิทยุชุมชน เราไม่ได้ให้ร้ายใคร
หรือไม่ได้กันการรับรู้ข่าวสารจากภายนอก แต่ทำอย่างไรให้เราเท่าทัน
ไม่ให้เราตกเป็นเครื่องมือ..
3 ดีเจเสียงชุมชนย้ำเป็นเสียงเดียวกันให้ทีมงานได้เข้าใจว่า
หากจะหานิยมวิทยุชุมชนแล้วละก็ ความเป็นสาธารณะของสถานี คือ
จุดเริ่มต้นของแนวคิดวิทยุชมชน เป็นสมบัติของชุมชน โดยชุมชน
เพื่อชุมชนและความเท่าทันของเรา เป็นจุดใหม่ของการสร้างระบบคิดให้เกิดความรู้สึก
เป็นการสร้างเหตุสร้างผล ขวนขวายในแง่การหาความรู้ รู้จักการตั้งคำถาม
ทำความเข้าใจชีวิตเข้าใจโลก

อย่างน้อย เขาจะเกิดความรู้สึกหวงแหน ในถิ่นฐานบ้านเกิดเพราะเขาพูดถึงชีวิตของเขาเอง
..พูดถึงเรื่องราวแห่งชีวิตที่ไม่มีสื่อใดใดพยายามทำความเข้าใจเขาได้
เลยแม้เพียงธุลี
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
21 ตุลาคม 2546
|