|
งดความต้องการ!
ลดปัญหาพลังงาน!
ในยุคปัจจุบันสังคมมนุษย์ไม่อาจจะปฏิเสธเรื่องการใช้พลังงาน
และพลังงานเป็นเรื่องที่อยู่รอบๆ ตัวมนุษย์ทุกคนชีวิตปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อสังคมอุตสาหกรรมกระตุ้นให้คนบริโภคสินค้าที่มีต้นทุนมาจากกระบวนการการใช้พลังงาน
ทำให้ความต้องการในการใช้พลังงาน (โดยเฉพาะน้ำมัน)
เพิ่มปริมาณมากขึ้นอย่างไร้ขอบเขต
จากยุคถ่านหิน, น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติถึงพลังงานนิวเคลียร์ ล้วนก่อสภาวะเลวร้ายทางสิ่งแวดล้อม
ซึ่งในหลายกรณีพลังงานเหล่านี้กำลังคร่าชีวิตมนุษย์บนโลก และสำหรับสังคมไทยเรากลับนำตัวเองเข้าสู่สภาพปัญหาเหล่านี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
เข้มข้นและไม่อาจจะปฏิเสธความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
"หากเมื่อไรที่มีการนำเสาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสาแรกปักลงในผืนดินจะมีการประท้วงครั้งใหญ่"
แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ กล่าวกับ ทีมงานไทยเอ็นจีโอ
เอาไว้อย่างนั้น เมื่อเราได้ติดตามกระแสการรื้อโครงการการศึกษาความเป็นไปได้
ในการนำพลังงานนิวเคลียร์มาทดแทนพลังงานปิโตรเลียม
(น้ำมัน) ที่มีราคาแพงยิ่งขึ้น
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า "ดวงอาทิตย์ใช้เวลาถึง
600 ล้านปี ในการทำให้ซากพืชซากสัตว์ในทะเลกลายเป็นฟอสซิล และเป็นน้ำมันหรือทำให้ต้นไม้กลายเป็นถ่านหิน
และด้วยพฤติกรรมการใช้พลังงานน้ำมัน และถ่านหินอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจำนวนน้ำมัน
และถ่านหินจะหมดลงภายในเวลาไม่กี่ร้อยปี"
สังคมที่ก้าวอย่างรวดเร็วจะก่อผลกระทบรุนแรงต่อจำนวนทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
"ความเปลี่ยนแปลงนี้คือ เรื่องที่ท้าทายระบบทุนนิยมเสรีเวลานี้มากที่สุด"
แหล่งข่าวกล่าวสำทับสืบเนื่อง "โลกทุนนิยมกำลังครอบโลก
ทุนนิยมนำพลังงานและทรัพยากรมาใช้อย่างสิ้นเปลือง กระตุ้นให้คนส่วนใหญ่เคยชินกับความสะดวกสบาย
บันดาลและกระตุ้นคนในสังคมให้เป็นเพียงผู้บริโภคพลังงาน ยิ่งกระตุ้นการบริโภคมากเท่าไรยิ่งขายได้มากเท่านั้น
แต่ข้อจำกัดของทรัพยากรกำลังก่อปัญหาให้กับสังคมทุน"
"เราเดินมาถึงจุดที่ เรียกว่า
พีค ออยส์ (peak oil) คือ คนในสังคมต้องจำกัดปริมาณการใช้พลังงาน
ขณะที่เราเคยชินกับการใช้พลังงานอย่างไม่มีขีดจำกัดซึ่งปัญหาบนสุด
(ยอดภูเขาน้ำแข็ง) ของเรื่องนี้ คือ ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรหากเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน
กระทั่งมีการปลุกกระแสพลังงานนิวเคลียร์ในสังคมไทย ประเด็นใหญ่
คือ การปรับหาแหล่งพลังงานทดแทนแหล่งใหม่ นอกจากน้ำมันอันเป็นแหล่งพลังงานหลักที่ใช้ในโลกศตวรรษนี้
กระแสโลกมีการแยกเรื่องนี้ออกเป็นสองแนวคิด"
แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า
"แนวคิดแรกอันเป็นแนวคิดหลัก คือ
มองหาพลังงานทดแทนจากแหล่งอื่น ๆ อีกแนวคิด คือ การเข้าสู่ใจกลางชุมชน
ให้ชุมชนเป็นแหล่งผลิตพลังงาน ลดการรวมศูนย์ กระจายการจัดการเรื่องพลังงาน
เพราะแหล่งพลังงานไม่อาจจะรับภาระการรวมศูนย์ในการจัดการพลังงานได้
ปรับชีวิต การกินการอยู่ให้เข้าสู่ระบบเดียวกับธรรมชาติมากขึ้น
แนวคิดเหล่านี้เป็นอีกกระแสที่ก่อตัวขึ้นและกำลังขยายผล"
โลก ยุคการใช้พลังงานจากน้ำมันกำลังจะผ่านไป ขณะที่ข้อจำกัดทางทรัพยากรกำลังก่อปัญหาและเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของสังคมโลก
ประเด็นใหญ่ คือ เราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร
แหล่งข่าวกล่าวว่า "กระบวนการการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดขึ้นจากภายใน
ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน หากไม่ทำเรื่องนี้เราก็ยังคงตกเป็นเหยื่อของระบบทุนอุตสาหกรรมหลัก"
"ผมเชื่อว่า ถึงวันนี้ไม่ว่านโยบายและแผนพลังงานจะมีการวางเอาไว้อย่างไร
แต่เชื่อหรือเปล่า หากเสาโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ท่อนแรกปักลงบนผิวดิน
รับรองได้ว่าประชาชนประเทศนี้ไม่ยอม" แหล่งข่าวย้ำ
"ถึงแม้ว่าจะมีการรับรอง ประเมินขีดความสามารถและป้องกันหรือลดทอนข้อจำกัดต่าง
ๆ ของการวางระบบโรงไฟฟ้า แม้จะมีการประชาสัมพันธ์ (เพื่อสร้างภาพขนาดไหน)
สังคมก็จะไม่เชื่อและไม่มีวันเชื่อ ถามว่าวันนี้ คนเชื่อใจอำนาจรัฐมากน้อยแค่ไหน
โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ต่างต้องการบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะที่มีความรับผิดชอบสูง
ซื่อสัตย์ มีความรู้แน่นอน แม่นยำ ถามว่า สังคมไทยสามารถสร้างบุคคลที่น่าเชื่อถือขนาดนี้ได้หรือไม่"
อีกประเด็น คือ ธาตุยูเรเนียม ที่ใช้ผลิตพลังงานนิวเคลียร์ฟิชชั่นต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งทรัพยากรเหล่านี้ก็มีการกักกั้น
กีดกัน ไม่ให้ประเทศอื่น ๆ เข้าถึงได้ง่าย ๆ หรือหากเจรจาซื้อขายก็จะต้องซื้อหาในราคาแพง
แหล่งข่าวย้ำว่า "ดังนั้น คำถามหรือเป้าใหญ่ของการศึกษาต้องมาดูว่า
สิ่งที่เราต้องการกับสิ่งที่ประเทศของเราจะได้รับกลับมาคุ้มค่ามากกว่ากันแค่ไหน"

จะอย่างไรก็ตาม แม้พลังงานขุมใหญ่ที่สุดที่เรามี คือ แสงอาทิตย์
แต่แหล่งข่าวย้ำว่า "พลังงานจะมีขนาดใหญ่เท่าไรหรือมีกำลังผลิตมากขนาดไหน
หากคนในโลกยังมีพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างเช่นทุกวันนี้จะไม่มีทางพอ
เราต้องสร้างฐานความคิดใหม่ เราเคยชินกับการใช้พลังงานอย่างไม่อนาทร
เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมมันเกินวิสัยที่จะจำกัดเพราะสิ่งที่ต้องจำกัด
คือ หัวใจของคนต่างหาก"
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
25 สิงหาคม 2548
|