ไม่มี ถนนตัดอ่าว เวทีสิ่งแวดล้อม ’47

วิศวกรมองเห็นแต่เขื่อน เห็นแต่โรงไฟฟ้า แต่ไม่เห็นคน
นักเศรษฐศาสตร์มองเห็นแต่เงิน เห็นแต่ จีดีพี แต่ไม่เห็นคน
นักบัญชีมองเห็นแต่ตัวเลข เห็นแต่ตารางแต่ไม่เห็นคน
นักกฏหมายมองเห็นแต่ตัวหนังสือ เห็นแต่ตาราง แต่ไม่เห็นคน
นักการเมืองมองเห็นแต่ยศ ตำแหน่ง และลาภ อำนาจ แต่ไม่เห็นคน

ศาตราจารย์ ประเวศ วะสี บอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นลักษณะร่วมของยุค คนยุคนี้มองภาพรวมทางสังคมแบบแยกออกเป็นส่วน ๆ การรักษาทรัพยากรธรรมชาติแวดล้อมจึงไม่อาจหลีกเลี่ยง คน หรือกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโครงการขนาดใหญ่ที่เกิดโดยน้ำมือของรัฐไทยได้ ไม่ว่าจะเป็นด้วยนเหตุผลใดใดก็ตาม


โครงการเส้นทางลัดสู่ภาคใต้ สมุทรสาคร แหลมผักเบี้ย ชะอำ
เป็นโครงการทางหลวงพิเศษ Motorway ภายใต้ชุดเหตุผลของการเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและขนส่งเป็นการบรรเทาปัญหาการจราจรระหว่างภาคใต้และภาคต่าง ๆ ของประเทศในอนาคต โครงการเป็นลักษณะขนาด 3 ช่องจราจร/ทิศทาง รวม 6 ช่องจราจร และก่อสร้างเป็นทางยกระดับตลอดเส้นจากแนวเส้นทางหลวงพิเศษ บางใหญ่-บ้านโป่ง บ้านแหลมบัว(นครปฐม)ตัดผ่านถนนพระราม 2 ลงอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรสาครซึ่งมีการก่อสร้างสะพานยาวประมาณ 47 กิโลเมตรในอ่าวไทย โดยมีจุดห่างจากชายฝั่งมากที่สุดจากปากแม่น้ำแม่กลอง 16 กิโลเมตร ขึ้นบกที่มะขามช้างและสิ้นสุดโครงการที่ชะอำ เพชรบุรี มีความยาวทั้งสิ้น 128 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ช่วงโครงการ

โครงการช่วงที่ 1
เริ่มจากทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-บ้านโป่ง บริเวณบ้านแหลมบัวมุ่งทิศใต้ติดถนนเพชรเกษม ประมาณ กิโลเมตรที่ 5 แล้วมีเส้นทางแยกเพื่อไปบรรจบกับถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี กิโลเมตรที่ 11 จากนั้นมุ่งลงทิศใต้ตัดถนนธนบุรี-ปากท่อ หรือ ถนนพระราม 2 กิโลเมตรที่ 36 ลักษณะโครงสร้างของถนนจะเป็นทางยกระดับกว้างประมาณ 26 เมตร สูงจากพื้นดินเดิม 10 เมตร ระยะห่างช่วงเสา 25 เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 36 กิโลเมตร

โครงการช่วงที่ 2
เริ่มจากถนนพระราม 2 มุ่งหน้าไปทางทิศใต้เพื่อลงทะเลบริเวณวัดกระซ้าขาว จาก กิโลเมตรที่36 ถึง กิโลเมตรที่ 44 และเพิ่มความกว้างของถนนเป็น 39 เมตร เป็นทางขนานเชื่อมจากพระราม 2 ไปสู่ศูนย์บริการทางหลวงเป็นจุดพักรถริมทะเลระยะทาง 8 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณอ่าวไทยจะสร้างจะก่อสร้างในรูปแบบของสะพานที่มีความกว้าง 25 เมตร ระยะห่างช่วงเสา 100 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลสูงสุด 17 เมตร ระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร และระหว่าง กิโลเมตรที่ 68 จะเป็นจุดพักรถและชมวิว ซึ่งกิโลเมตรที่ 70 จะเป็นช่วงสะพานกว้าง 150 เมตร จำนวน 2 ช่อง ยกระดับสูงจากระดับน้ำสูงสุด 40 เมตร สำหรับเรือสินค้าเข้าสู่ปากน้ำแม่กลอง ส่วนสะพานจะไปขึ้นฝั่งทางทิศตะวันออก บริเวณแหลมผักเบี้ย ประมาณ 3 กิโลเมตร ที่บริเวณบ้านมะขามช้าง เป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร จุดสิ้นสุดโครงการจะมีสถานบริการทางหลวงที่จะตัดกับถนนเพชรบุรี-หาดเจ้าสำราญ รวมระยะทาง 62 กิโลเมตร

โครงการช่วงที่ 3
เริ่มจากทางหลวงหมายเลข 3117 มุ่งหน้าสู่ทิศใต้ขนานกับถนนคันกั้นน้ำเค็มของกรมชลประทาน ประมาณ 1-2 กิโลเมตร เส้นทางตัดกับทางหลวงหมายเลข 3187 และหมายเลข 3147 ไปเชื่อมกับถนนเพชรเกษมเพื่อไปเข้าอำเภอชะอำที่ กิโลเมตรที่ 124 และไปเชื่อมต่อกับถนนเพชนเกษมสู่ภาคใต้ที่กิโลเมตร 128ส่วนโครงสร้างถนนจะเป็นทางยกระดับเช่นเดียวกับโครงการในช่วงที่ 1 โดยมีระยะทางทั้งสิ้น 30 กิโลเมตร

โครงการทางลัดสู่ภาคใต้ การทำลายอ่าวไทยตอนบนอย่างยั่งยืน โดย สุรจิต ชิรเวทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงครามและประธานเครือข่ายพิทักษ์อ่าวไทยตอนบน ผู้บ่งชี้ว่า อ่าวไทย ไม่ใช่เพียงผืนน้ำ

ประเทศไทยมีผืนแผ่นดินอยู่ 513,998 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่เราคุ้นเคยแต่เรายังมีพื้นที่แผ่นน้ำหรือทะเลอาณาเขตอยู่อีกประมาณ 300,000 ตารางกิโลเมตร หรือ 58.7% ของผืนแผ่นดินทั้งหมด คนทั่วไปเมื่อมองแผนที่ก็เห็นแต่ขอบแผ่นดินส่วนแผ่นน้ำนั้นเราพากันเข้าใจไปว่าไม่ใช่พื้นที่เป็นแต่ความว่างเปล่ามีแต่น้ำเค็มเปล่า ๆ ไม่เห็นสิ่งที่อยู่ในน้ำนั้น คือ มองอยู่แต่ไม่เห็นหรือเห็นอยู่แต่ไม่เข้าใจ

ไทยตอนบน เป็นหัวใจของอ่าวไทยทั้งหมดตั้งแต่บริเวณบ้านแหลมเข้าสู่บ้านบางตะบูน บ้านยี่สาร บ้านคลองโคน บ้านแหลมใหญ่ อันเป็นเขตติดต่อสมุทรสงคราม-เพชนบุรีและแม่น้ำแม่กลองส่งตะกอนมาตกสะสมเกิดเป็นที่งอกและดินดอนชายฝั่งมากมายหลายดอน โดยแม่น้ำแม่กลองเป็นแม่น้ำที่สะอาดที่สุดและมีปริมาณตะกอนมากกว่าแม่น้ำทุกสาย คือ 90 ตัน/ตารางกิโลเมตร แม่น้ำเพชรบุรี 46 ตัน/ตารางกิโลเมตร

ะแสน้ำจืดจากปากแม่น้ำซึ่งพัดพาตะกอนสารอาหารจากในแผ่นดินพุ่งออกไปปะทะกับน้ำเค็มในอ่าวและหมุนวนตกตะกอนเป็นดินดอนสามเหลี่ยมดินดอนรูปพัดบริเวณปากแม่น้ำนี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นแก่แม่น้ำเป็นสำคัญ ทั้งหมด ทั้ง 5 สาย ที่ไหลออกสู่ทะเลที่บริเวณอ่าวไทยตอนบนโดยที่อ่าวไทยตอนบนมีความกว้างเพียง 60 ไมล์ ทะเล หรือประมาณ 112 กิโลเมตร และมีความยาวลงไปเท่า ๆ กัน มีลักษณะเป็นอ่าวที่แคบมากแต่มีแม่น้ำถึง 5 สายไหลออกสู่ทะเลในบริเวณที่จำกัด ไล่จากตะวันออกมาตะวันตก คือ แม่น้ำบางปะกงที่แปดริ้ว แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำ แม่น้ำท่าจีนที่ มหาชัย แม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำเพชรบุรีที่บ้านแหลมเกิดตกตะกอนเป็นดินดอนชายฝั่งมากบ้างน้อยบ้างตามแต่ประมาณตะกอนของแต่ละสายน้ำ ทำให้บริเวณอ่าวไทยตอนบนเป็นทะเลตื้นมีสีน้ำขุ่นข้นเหมือนสีน้ำในคลองเต็มไปด้วยตะกอนอันเป็นที่เริ่มของสารอาหารตั้งต้น (จุลชีพ) ที่ให้กำเนิดห่วงโซ่อาหารทั้งแพลงก์ตอนและไรน้ำ คือ จุลชีพพวกล่องลอยขนาดเล็กที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นไปจนถึงที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าตลอดจนไข่ของกุ้ง หอย ปู ปลา เคย ในระดับลึกเฉลี่ยเพียง 15 กิโลเมตร ในปริมณฑลที่กว้างยาวด้านละประมาณ 112 กิโลเมตรนี้ คือ สภาพแวดล้อมที่ไม่มีที่ใดในโลกนี้จะเสมอเหมือน

แม่น้ำทุกสายจะมีสันดอนเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เกิดจากน้ำจืดและน้ำเค็มไหลมาปะทะกันเกิดเป็นระบบนิเวศ 3 น้ำ จืด-กร่อย-เค็ม หรือ ระบบนิเวศปากแม่น้ำอันเป็นระบบนิเวศที่มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าระบบนิเวศใดใดในโลกนี้และก่อกำเนิดชีวิตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด ทั้งแพลงก์ตอนที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุด ไปสู่เคยที่ใช้ทำกะปิ กุ้ง หอย ปู ปลา ป่าชายเลน สัตว์น้ำวัยอ่อนที่อาศัยหลบคลื่นลมอยู่ในอ่าวในตื้นนี้ ตลอดจนสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์บก สัตว์ปีก จากแพลงก์ตอนไปสู่ กุ้ง หอย ปู ปลา ไปสู่คน ปศุสัตว์ทั้งชุมชนพืช ชุมชนสัตว์ที่หลากหลายเหลือคณานับนี้ ล้วนเกิดขึ้นเองเป็นวัฏจักรที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น โดยมนุษย์ไม่ต้องเพาะเลี้ยง ไม่ต้องไถหว่านปักดำ ไม่ต้องให้ปุ๋ย

 มนุษย์เพียงรู้จักศึกษาถิ่นที่อยู่และอุปนิสัยของสัตว์และพืชเหล่านี้ แล้วสร้างเครื่องมือที่เหมาะสมสอดคล้อง เช่น เคยที่ใช้ทำกะปิจะอาศัยอยู่ชายป่าที่ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร หอยนานาชนิด ปลาดุกทะเล ปูนานาชนิด แล้วสร้างคอกหอยแครง ปักหอยแมลงภู่ หยอดหอยหลอด ป้องเคย อวนลอยปู อวนลากแคระ โป๊ะ ก่ำ ทั้งนี้โดยไม่ต้องเพาะ ไม่ต้องให้อาหาร จะมีสถานที่ใดในแผ่นดินที่จะมีศักยภาพความสามารถ แบบนี้หลงเหลืออยู่อีกไหมในประเทศนี้ นอกจาก ป่า ซึ่งก็ได้ถูกทำลายไปแทบหมดสิ้น แผ่นดินที่มีอยู่มนุษย์ล้วนต้องลงแรง ถากถาง ก่นสร้าง ไถหว่าน ปักดำ ใส่ปุ๋ย ฉีดน้ำยาให้อาหาร แผ่นน้ำที่เห็นจึงมิใช่พื้นที่ว่างเปล่า หากเต็มไปด้วยชีวิตในทุกอณูน้ำ ทุกตารางนิ้ว ทุกตารางไร่ ดังนั้น ความหมายสำคัญอันหาที่เปรียบไม่ได้ของอ่าวไทยตอนบนบริเวณปากแม่น้ำทั้ง 5 สาย ก็คือ การที่มันเป็นพื้นที่ให้กำเนิด เป็นแหล่งผลิตอาหารโดยที่คนเราไม่ต้องไปลงทุนเพาะเลี้ยงไถหว่านใดใดเลย กระบวนการก่อกำเนิดชีวิตจำนวนมหาศาลจะดำเนินไปเอง

ปัญหาความขัดแย้ง
เรื่องการใช้ทรัพยากรจนเป็นการฉกฉวย แย่งชิง เอาจากประชาชน กระจายตัวและเกิดขึ้นทั่วไปในภูมิภาคของประเทศ เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยและมีแนวโน้มว่าจะขยายใหญ่ลุกลาม บานปลายสร้างผลกระทบมหาศาลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพสิ่งแวดล้อม และแยกขาดกันไม่ได้ระหว่างการเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ปัญหาหลักเกิดจากการผูกขาดการตัดสินใจนโยบายสาธารณะ โดยบุคคล กลุ่มบุคคลและอยู่ในวงจำกัด อย่างขาดการมีส่วนร่วม โครงการถนนตัดอ่าว เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นที่ต้องผ่านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกระดับ ภายเวทีสิ่งแวดล้อมปีนี้ที่การันตีตัวเองว่า
สิ่งแวดล้อม ไม่มีการผูกขาด


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

11 มิถุนายน 2547