ปฏิบัติการป้องกันไฟป่า รุ่นที่ 3

"...ป่าเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร.. ให้ความชุ่มชื้นกับดิน ป่าจะดึงเอาฝนมา ที่ไหนมีป่าที่นั่นก็ไม่แห้งแล้ง แต่หากปล่อยให้ป่าถูกทำลาย เกิดไฟป่าขึ้น ตัวหนอน มดแดง ผักหวาน อึ่งอ่างจะวิ่งไปหลบภัยที่ไหน ด้วยกระแสความคิดนี้จึงทำให้เกิดกลุ่มชาวบ้านที่เรียกว่า “อาสาสมัครพิทักษ์ป่า” ขึ้นมา

ตีสามของวันที่ 14 มีนาคม ผมนอนขดตัวอยู่ในเปลสนามด้วยความหนาวเหน็บ น้ำจากหลังคาสังกะสีหยดลงบนซอกคอของผม หยดแล้วหยดเล่า ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ฝนที่โปรยลงมาพร้อมอากาศที่หนาวจัด เกิดจากความกดอากาศที่พัดผ่านจากประเทศจีนอย่างฉับพลัน ทำให้ป่าภูถ้ำ ภูกระแตในยามนี้คลายความร้อนระอุลงไปพอสมควร ลมที่พัดให้เสียงใบไม้สั่นไหวตลอดคืนเสมือนบอกผมว่า ยังมีต้นไม้ใหญ่หลายชนิดที่ยังไม่ผลัดใบ และบางชนิดก็ผลัดใบมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมเมื่อปีที่แล้ว จนบัดนี้มันเหลือเพียงเรือนร่างบางๆ เป็นกิ่งแตกแขนงกวัดไกวอยู่กลางอากาศ ภาษาที่เรียกให้เข้าใจง่ายก็คือ “ต้นไม้แก้ผ้าหน้าร้อนนั่นเอง”

ตั้งแต่เช้า มิทันที่เสียงจั๊กจั่นจะเงียบหายไป บริเวณค่ายก็ถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างรวดเร็ว รถขนสัมภาระ น้ำและอาหารถูกลำเลียงเข้ามาเป็นระยะ “มา...มา...มาฮอดแล้วก็มาลงทะเบียนเสียก่อน” นายทะเบียนร้องเรียกให้ชาวบ้านที่เดินทางมาถึงเข้ารายงานตัว ทุกคนจะได้รับหมวกบูนี่ เสื้ออาสาสมัครตัวสีดำแขนยาว กางเกงลายพรางและรองเท้ายางสำหรับเดินป่า 1 ชุด สีหน้าของแต่ละคนดูสดใส พร้อมในการเข้าสู่กระบวน การฝึกอบรมเป็นอาสาสมัครพิทักษ์ป่า รุ่นที่ 3 ประจำปี 2549 จำนวน 60 คนที่ป่าภูถ้ำแห่งนี้ เสียงประกาศตามสายก็ดังขึ้น “ขอต้อนรับอาสาทุกท่านเข้าสู่ค่ายแห่งนี้ ขอให้พี่น้องทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมที่นี่ด้วยกัน” ในปีนี้ทีมงานไทยเอ็นจีโอได้ร่วมเดินทาง ใช้ชีวิตและเก็บเรื่องราวดีๆมาฝากท่านผู้อ่าน

 


ภายหลังพิธีเปิดค่ายเริ่มขึ้น อาสาจะได้รับการฝึกอบรมวิชาแผนที่ โดยคุณสิทธิพงศ์ พิฆาตไพรี หัวหน้างานรังวัดสำรวจและแผนที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 จ.ขอนแก่น เหตุผลที่ทำไมต้องนำระบบนี้มาใช้ที่ป่าภูถ้ำ ภูกระแต เพราะว่า GPS หรือเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมนี้สามารถบอกตำแหน่งได้ มีค่ามาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก ข้อดีของเครื่อง GPS คือ เครื่องมือนี้โกหกไม่ได้ แต่งหรือปรับค่าไม่ได้ ที่สำคัญสามารถใช้อ้างอิงกับหน่วยงานราชการได้ แนวเขตอนุรักษ์ของป่าภูถ้ำ ภูกระแตทุกวันนี้จึงมีอาณาเขตที่ชัดเจน เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานราชการและผู้เกี่ยวข้องในระดับชุมชนทุกฝ่าย คล้อยบ่ายก็เป็นการฝึกสำรวจแนวเขตที่จะทำแนวกันไฟ รูปแบบก็คล้ายกับวิชาเดินทางไกลของลูกเสือนั่นเอง หลักในการสำรวจอาสาจะดูว่าในแต่ละจุดที่หยุดเดินมีอะไรอยู่บ้าง ควรจัดการอย่างไรกับต้นไม้ที่ถูกลักลอบตัด พันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกใหม่รอดตายกี่เปอร์เซ็นต์ บางครั้งก็พบกับนกเค้าสีขาวบินออกจากรัง เป็นนกที่ใครๆก็เชื่อกันว่าสูญหายไปจากป่าแห่งนี้แล้ว หรือแม้กระทั่งเศษเนื้อไก่ที่หล่นอยู่ใกล้รูหมาจิ้งจอก ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานและยืนยันว่า ป่าแห่งนี้กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวพร้อมกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง





ป่าภูถ้ำเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติภูระงำ สมัยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช.ประกาศเป็นป่าสงวนเสื่อมโทรม กรรมสิทธิ์จึงตกไปอยู่กับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร ป่าภูถ้ำและภูกระแตในช่วงนั้นจึงถูกชำแหละเป็นจิ๊กซอที่ต่อไม่เป็นรูปร่าง ถูกใช้ประโยชน์จากกลุ่มนายทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม ควันไฟจากการเผาถ่าน เสียงเลื่อยไม้และรถบรรทุกจำนวนมากผลัดเปลี่ยนเข้ามาในพื้นที่ ไม้หมอนรถไฟ เชื้อเพลิงหัวรถจักรก็ถูกแปรรูปบนที่แห่งนี้ทั้งนั้น ป่าแห่งนี้จึงถูกขนานนามมาช่วงเวลาหนึ่งว่า “ป่ารถไฟ” ปัจจุบันป่าภูถ้ำแห่งนี้ถูกกลุ่มอนุรักษ์ป่าภูถ้ำ ภูกระแตและบึงละหานนา แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ภูหินกากเพชร อยู่ในโซนกลุ่มหินคล้ายศิลาแลง มีหินแก้วฝังอยู่ในเนื้อหิน ภูหินเหวม้า มีลักษณะเป็นร่องลึก มีน้ำซับ ภูหินดอกเห็ด เป็นกองหินคล้ายเห็ดหลินจือ และภูหินโทโม่ มีลักษณะเป็นกองหินที่โผล่จากพื้นดินอยู่กลางลานกว้าง ทั้งหมดนี้ถูกทำเป็นแผนที่ยุทธศาสตร์ในการเฝ้าระวังป่า และเป็นห้องเรียนปฏิบัติการณ์ให้กับอาสาสมัครที่เข้ามาใหม่

หลายคนมักจดจำมาจากห้องเรียนว่าไฟป่าเกิดจากการเสียดสีของกิ่งไม้หรือฟ้าผ่า แต่ในความเป็นจริงส่วนใหญ่แล้วมาจากน้ำมือของคนที่เข้าไปเผาป่าล่าสัตว์ หรือในกรณีของป่าภูถ้ำคือเผาป่าเพื่อเอาพื้นที่ทำกินเป็นต้น ลักษณะไฟป่าที่ป่าภูถ้ำจึงเป็นไฟป่าแบบผิวดิน ที่มักเกิดอยู่ตามป่าเต็งรังหรือป่าเบญจพรรณทั่วไป วิธีป้องกันคือการทำแนวกันไฟ ขนาดความกว้าง 8 ถึง 10 เมตร ในปีนี้ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯได้รับการสนับสนุนบุคลากรช่วยฝึกจากสถานีดับไฟป่าอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เป็นปีที่สองแล้ว มีการอบรมภาคทฤษฏี การใช้อุปกรณ์และเทคนิคดับไฟป่า แม้ว่าสนามฝึกของพวกเขาอาจมีความเจ็บปวดอยู่ลึกๆ เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียต้นไม้ไปจำนวนหนึ่งเพื่อรักษาป่าผืนใหญ่เอาไว้ แต่หลักการนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถป้องกันไฟป่ามาได้หลายปี

ผ่านช่วงคืนวันอันเหนื่อยเหน็บ ลมหนาวที่พัดมาในเช้าวันใหม่ ปะทะกับร่างของอาสาหลายคนที่นอนอยู่ในศาลา มันหอบเอาเสียงนกหวีดที่เป่าดังเป็นระยะเข้ามาด้วย เข็มนาฬิกาตีตรงเลข4 ทุกคนรู้ว่าต้องรีบแต่งกายออกไปเข้าแถวอย่างรวดเร็ว เช้านี้อาจเป็นงานหนักเพราะทุกคนต้องวิ่งออกกำลังกายในระยะทาง 6 กิโลเมตรเข้าไปในหมู่บ้าน ระหว่างทางก็มีการหยุดพักตามจุดสำคัญเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รู้จักกับต้นพอกต้นไม้มหัศจรรย์ที่จะเข้ามาแทนที่ต้นยูคาลิปตัสในอนาคต รู้จักกับหลุมทรายที่ถูกขุดออกไปจากป่าผืนนี้ บ้างต้องวิ่งไปร้องเพลงหมอลำไป แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจคือ เสียงจักจั่นที่ร้องลั่นตลอดเส้นทางซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

พิชาญ ทิพวงษ์ ผู้ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าภูถ้ำ ภูกระแตและบึงละหานนา กล่าวว่า “ในการทำงานของกลุ่มอนุรักษ์ฯ เราทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 มาถึงวันนี้ก้าวสู่ปีที่ 9 ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมอาสาสมัครพิทักษ์ป่า ปลูกป่า ทำแนวกันไฟเป็นประจำทุกปี จนเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนแล้วว่า ไม่เกิดไฟป่า การลักลอบตัดไม้ลดลง ต้นไม้ที่ปลูกเสริมรอดตาย 90 เปอร์เซ็นต์ กิจกรรมการบวชป่าก็ดำเนินมาได้ทุกปี เราให้ความสำคัญในเรื่องการสื่อสารมาก ที่ผ่านมาเราได้จัดตั้งหน่วยข่าวไว้ทุกหมู่บ้านที่อยู่รอบป่า บุคคลเหล่านี้เป็นกองหนุนช่วยให้อาสาสมัครทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขั้นต่อไปเราจะผลักดันแผนงานเข้าสู่ระดับ อบต.และ อบจ. ให้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งการจัดค่ายครั้งนี้เราก็ได้ผลักดันเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด ให้เข้าสู่การพัฒนาท้องถิ่นเป็นต้น เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาเรารักษาป่าตรงนี้ไว้ได้ พวกอีเห็น ตัวลิ่น หมาจิ้งจอก จั๊กจั่นและนกหายากหลายชนิดที่เคยหายไปได้หวนคืนกลับมา ช่วงที่เกิดไฟป่าสัตว์เหล่านี้เคยหายไปเกือบหมด ตรงนี้จึงเป็นตัวชี้วัดว่าป่าเราสมบูรณ์ จั๊กจั่นกลับมาร้องลั่นป่าเช่นอดีตก็แสดงว่าป่ากำลังฟื้นตัว ในช่วงที่ถูกประกาศเป็นป่าสงวนเสื่อมโทรม มีหลายหน่วยงานพยายามเข้ามาหาผลประโยชน์ แต่เรายืนยันเจตนารมณ์แล้วว่าจะไม่ให้ใครมาแตะต้อง และกันเอาไว้ให้เป็นป่าชุมชนของทุกคน

ในปีนี้เราได้ขยายงานอนุรักษ์ออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เพราะมีเสียงเรียกร้องมาจากฝั่งภูเพิ่มซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนภูระงำตอนล่าง ภูเพิ่มมีพื้นที่ติดกับภูกระแต อยู่ในความดูแลของ อ.แวงใหญ่ มีสภาพป่าและประสบปัญหาที่เหมือนกัน ทาง อบต.โนนทองจึงส่งอาสาสมัครมาเข้าร่วมฝึกอบรมเพิ่ม เป็นหมู่บ้านละ 2 คน ถือว่างานอาสาสมัครของเราได้รับการยอมรับมากขึ้น

คำว่ากลุ่มอนุรักษ์ในที่นี้หมายถึง กลุ่มคนที่มาจากหลายชุมชน ส่วนมากเป็นผู้นำที่มีความเสียสละเอื้อต่อชุมชน นิยามคำว่าอนุรักษ์ของชาวบ้านจึงแตกต่างกับความหมายของอุทยาน เพราะนี่คือการอนุรักษ์ไว้ให้ชุมชนใช้สอย ใช้ประโยชน์ภายใต้ข้อห้ามและกติการ่วมกัน รูปแบบป่าแห่งนี้จึงเป็นแบบป่าชุมชนโดยสมบูรณ์

อาสาสมัครในปีนี้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ทนแดด ทนฝน ทนหนาว เพื่อปฏิบัติภารกิจให้บรรลุเป้าหมาย บางคืนก็ถูกพี่เลี้ยงจับมาเล่นสถานการณ์คนลอบตัดไม้ ฝึกยุทธวิธีการเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดในเวลากลางคืนเป็นต้น วิชานี้พิสูจน์จากอาสารุ่นก่อนแล้วว่าได้ผลดีมาก และเคยสร้างผลงานจนเป็นที่ยอมรับกันในสังคมวงกว้าง มีคดีจับกุมให้ทางราชการ 1 คดีใหญ่ และอีกหลายคดีที่ถูกยอมความกันในระดับชุมชน ผู้ที่กระทำผิดกลับใจได้ วิธีนี้ทางกลุ่มอนุรักษ์ฯยึดเป็นแนวทางประณีประนอม เน้นสร้างจิตสำนึกในระยะยาว เหตุผลที่น่าสนใจอีกประการ คือ ความจริงจัง เข้มแข็ง เข้มงวด เป็นผลให้อาสาสมัครที่นี่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนมากมาย

ประยุทธ์ อันทะนัย ฝ่ายส่งเสริมอาชีพกลุ่มอาสาสมัคร กล่าวว่า “ตัวอาสาเองต้องต่อสู้กับชีวิตและครอบครัว อันเนื่องมาจากพิษเศรษฐกิจ เราจึงคิดให้อาสาสมัครทำอาชีพที่เหมาะสมเอื้อต่อการอนุรักษ์ ทุกคนเห็นพร้อมต้องกันในการศึกษาจากสิ่งที่มีอยู่ในป่า ศึกษาจากทุนเดินของพ่อแม่และเพื่อนๆที่เคยคลุกคลีกันมา เรามาสร้างป่าอนาคตกันดีไหม ให้ทุกคนได้เลี้ยงวัวและมีพืชเศรษฐกิจในที่ของตัวเองไปด้วย นำเอาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้บ้าง ผมว่าอันนี้คือทางรอดของทุกคน ป่าเศรษฐกิจไม่ใช่ไม้โตเร็วเช่นยูคาลิปตัส แต่เป็นไม้ที่อยู่ในป่า พึ่งพาตนเองได้ ให้อาหารในฤดูกาลต่างๆแก่ชุมชน อย่างผักกระฉาบ เป็นยาในเชิงบำรุงร่างกาย รักษาโรคภายในลำไส้ เครือหมาน้อย ที่เป็นยาแก้ร้อนใน ที่นิยมมากในช่วงนี้คือผักหวานป่า พืชเหล่านี้เป็นเศรษฐกิจชุมชนและแทบทุกชนิดกินได้ ทั้งหมดนี้จะเชื่อมโยงไปสู่คำๆหนึ่งของบรรพบุรุษว่า “ป่าให้ทุกอย่าง”

สมศักด์ ช่วยนา ประธานกลุ่มอาสาสมัคร บ้านป่าไม้งาม กล่าวว่า “ผมเกิดอยู่ที่นี่ แต่ก่อนป่าแห่งนี้มีไม้ใหญ่ มีสัตว์ป่า ต่อมามีนายทุนจากเมืองเข้ามาตัดไม้เผาถ่าน มีการคาดหวังไว้ว่าในอนาคตเขาจะนำพื้นที่นี้ไปทำไร่มัน ไร่ปอ จึงสังเกตได้ว่าป่าถูกถางโล่งเตียนมาช่วงเวลาหนึ่ง แม้ว่าอาสาสมัครเป็นงานที่อิสระ แต่ผมก็ต้องแบ่งเวลาไปเลี้ยงสัตว์ยังชีพ การเป็นอยู่ในฐานะตรงนี้จึงถือว่าดีแล้ว อยากบอกกับคนที่คิดจะเข้าครอบครองพื้นที่เป็นของส่วนตัวว่า วันหนึ่งเราจะไปเลี้ยงวัวควายที่ไหน ถ้าพื้นที่สาธารณะตรงนี้ถูกจับจองมีเจ้าของหมด ผมคิดอยู่เสมอว่าการทำไร่ต้องจ่ายค่าแรง ซื้อพันธุ์ ซื้อรถไถ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดจิตสำนึกไม่เข้ายึดพื้นที่ป่ามาเป็นส่วนตัว และผมก็ไม่ได้ทำไร่มานานกว่า 20 ปีแล้ว เพราะการเข้ามาเป็นอาสาหมายถึง การทำเพื่อส่วนรวมนั่นเอง

คืนก่อนวันปิดค่ายถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาหลายรุ่น นั่นคือ การทำบายศรีสู่ขวัญ กล่าวคำปฏิญาณต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมดื่มอุร่วมไห ร่วมใจสาบานเป็นพี่น้องรักใคร่ปรองดองกัน สิ่งเหล่านี้ได้ยืนยันให้เห็นถึงความสามัคคีของคนในชุมชนว่าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การจับมือ การโอบกอดร้องเพลงค่าย เพลงชาติร่วมกันมาหลายวัน ก็ย่อมมีวันจากลากลับไปหาครอบครัว หาลูกที่อบอุ่นและมั่นใจได้ว่าพวกเขา อาสาสมัครพิทักษ์ป่าคือผู้ปกป้องผืนป่าและผู้นำครอบครัวที่ดี

ภายใต้ผืนธงที่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ผู้คนที่อยู่ในเครื่องแบบคล้ายทหารเหล่านี้ ดูน่าเกรงขาม แท้จริงก็ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง พวกเขาไม่มียศ ไม่มีเงินเดือน ไม่มีตำแหน่งในหน้าที่การงาน แต่ด้วยมีจิตสำนึกรับใช้สังคม หากินอยู่กับป่าประกอบกับมีความเสียสละ จึงทำให้พวกเขาได้รับการยกย่องชมเชยจากผู้คนในหมู่บ้าน สิ่งที่พวกเขาได้รับจึงเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีสืบทอดไปสู่รุ่นเยาวชน ที่กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อผืนป่า ในอนาคตอันใกล้นี้

“ฝากดวงใจไว้เป็นตำนาน ด้วยจิตวิญญาณของเหล่าอาสา อาสาสมัครพิทักษ์ป่าเมืองไทย อาสาสมัครพิทักษ์ป่าบ้านเรา”


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

24 มีนาคม2549