สานใจ-ร่วมต้าน 3 โครงการอันตรายในจังหวัดตรัง

เมื่อวันที่ 6-7 สิงหาคม 2547 ณ บริเวณเทือกเขาถ้ำแรด ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เครือข่ายประชาชนและองค์กรพันธมิตร ร่วมรำลึกและถอดบทเรียนการทำงานในรอบสองปี ที่ผ่านมา จาก 3 กรณีโครงการสัมปทานในพื้นที่จังหวัดตรัง ได้แก่ โครงการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลลำภูรา โครงการสัมปทานเหมืองหินอุตสาหกรรมเทือกเขาถ้ำแรด (ภูควนเหมียง) และโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองลำชอน

ทั้ง 3 โครงการ ไม่ผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วม ชาวบ้านถูกปิดหูปิดตา บิดเบือนข้อมูลโดยหน่วยงานราชการและมีการแบ่งปันผลประโยชน์กันเอง ระหว่างรัฐกับนายทุน ที่น่าสนใจกว่านั้น ทั้ง 3 โครงการ คือ ภาพจิ๊กซอเชื่อมต่อเป็นโครงการขนาดใหญ่

กล่าวย้อนไปถึงโรงไฟฟ้าชีวมวลลำภูรา ชาวบ้านยืนยันและออกมาคัดค้านตลอดว่า “เราไม่เอาโรงไฟฟ้ากลางชุมชน” พร้อมผนึกกำลังสู้ แม้จะต่างวัยแต่ทุกคนสู้ด้วยใจรักบ้านเกิดและอุดมการณ์ 2 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลของโรงไฟฟ้าได้รับการรวบรวมโดยชุมชนถึงพิษภัยและค่าความเสี่ยง จากการที่ที่ตั้งโครงการ อยู่กลางชุมชนในรัศมี 3 กิโลเมตร บริเวณโดยรอบเป็นทั้งตลาด ย่านการค้า โรงเรียน ค่ายทหาร วัดและหน่วยงานราชการ และประชากรอาศัยประจำถึง 5,000 คน ที่สำคัญ โครงการนี้วางตัวเองอยู่บนฝั่งแม่น้ำตรังเพียง 1 กิโลเมตร หมายความว่า หากโรงงานระบายน้ำเสียลงในแม่น้ำสายเลือดสำคัญของจังหวัดตรัง จะเป็นอย่างไร คงจะคิดภาพกันออก

โรงไฟฟ้าชีวมวลลำภูรา ต้องใช้น้ำเป็นกลจักรสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งหากเมื่อใดที่เกิดภาวะภัยแล้ง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำตรังวันนี้มีน้อยลงกว่าแต่ก่อน ทางโรงไฟฟ้าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร …ชาวลำภูราตั้งข้อสงสัยและถามผ่านนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ก่อนได้รับคำตอบว่า “ได้เตรียมเขื่อนไว้แล้ว” นั่นคือ อ่างเก็บน้ำคลองลำชอน (เขื่อนเขาหลัก ที่จะกล่าวถึงตอนต่อไป)

ส่วนผลกระทบที่จะตามมาจากกรณีโรงไฟฟ้าลำภูรา ในอีกกรณีหนึ่ง คือว่า จะเกิดการสัมปทานไม้ยางพาราในพื้นที่จังหวัดตรังขนานใหญ่ ส่งตรงเข้าโรงงานป้อนเป็นพลังงานเชื้อเพลิง ที่พร้อมจะก่อมลภาวะฝุ่น ขี้เถ้า กลางชุมชน จนน่าสังเกตว่า ทุกวันนี้รถบรรทุกไม้ยางเพิ่มมากขึ้นและโครงการนี้ทำให้ชุมชนมีความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝักสองฝ่าย อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยง

โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำชอนหรือเขื่อนเขาหลัก ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง สภาพที่ตั้งโครงการเป็นที่ราบเชิงเขาสูงของเทือกบรรทัดด้วยสภาพป่าต้นน้ำที่ค่อนข้างสมบูรณ์ มีคลองลำชอนคลองขนาดกลางไหลผ่ากลางก่อนไหลลงคลองลำภูราและแม่น้ำตรัง เดิมคนที่นี่อยู่กันไม่ถึง 10 ครอบครัว ก่อนจะมีจำนวนประชากรเพิ่มจากคนที่เข้ามาตั้งครอบครัวเพิ่มขึ้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำสวนยาง ทำสวนผลไม้ เก็บหาของป่า เช่น สะตอ ลูกเนียง ลูกเหรียง ที่ทำรายได้ให้ชุมชน ถึง 2-3 หมื่นบาท/ปี

ม่านลิเกการคัดค้านในปี 2546 สามารถสร้างกระแส ไม่เอาเขื่อน ส่งผลให้โครงการนี้ถูกระงับ ด้วยเหตุผลที่ว่า “พื้นที่นี้ยังไม่เหมาะจะสร้าง” แต่ก็เป็นเพียงการระงับเพียง ชั่วคราว เท่านั้น หัวงานหรือสันเขื่อน อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่ชาวบ้านไม่สามารถเรียกโครงการนี้ว่า “อ่างเก็บน้ำคลองลำชอน” อีกต่อไป เพราะดูจากข้อมูลการออกแบบ สันเขื่อน มีความยาว 120 เมตร สูง 15 เมตร กว้าง 8 เมตร กั้นระหว่างยอดเขา ซึ่งจะก่อให้เกิดพื้นที่น้ำล้นจากหัวงาน 7 กิโลเมตร (ซึ่งใหญ่เกินจะเรียกกันว่า “อ่าง”)

ภูเขาแต่ละลูกมีชื่อแตกต่างกันออกไป “เขาโดลันดา” จะอยู่ในเขตตำบลปากแจ่ม อ.ห้วยยอด และ “เขาสันควนล้อม” อยู่ในตำบลน้ำผุด อ.เมือง โดยมีคลองลำชอนไหลผ่ากลางหุบเขา แยก 2 พื้นที่ ออกจากกัน และถ้ำเงาะ มีนัยสำคัญในทางประวัติศาสตร์ เพราะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของ ซาไก

ถ้ำน้ำ ที่ขึ้นชื่อ เพราะเมื่อรอดทะลุผ่าน ฝรั่งที่เคยมาเที่ยวถึงกับต้องยกนิ้ว บอกว่า “เที่ยวมาหลายถ้ำ แต่ไม่เคยเจอถ้ำไหนที่มีน้ำตกอยู่ข้างใน (หมายถึง ม่านลิเก)” นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ คือ ค่าย 103 พรรคคอมมิวนิสต์ เพราะปรากฏหลักฐานมากมาย เช่น นาข้าว ลูกระเบิดขนาดกลองลุมบ้าผ่าซีกและคูสนามเพลาะ

แช่ม อันดามัน (ศรัทธา ประชาชน) นักร้อง-นักดนตรีวงอันดามัน กล่าวถึงความงามกับการต่อสู้ผ่านบทเพลงถึง เขาหลัก แดนดินถิ่นฐานบ้านเรา

มีทิวเทือกเขา สูงตระหง่าน สลับซับซ้อนดอนไพร
ทมึนหมอก กลั่นตัวเป็นธารน้ำใส
ไหลคดเคี้ยวไป หล่อเลี้ยงพี่น้องบ้านเรา
เขาหลัก แดนดิน อยู่มาช้านาน
มีรัฐบาลสัมปทาน ถากถางสร้างเขื่อนปั่นไฟ
คิดดูเถิดพี่น้อง อันข้าวปลาเรามาจากไหน
ป่านั่นไง หล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ธัญญา
เขาหลัก ปักหลัก ต่อสู้ต่อไป
ปกป้องพงไพร ไม่สิ้นระรินถิ่นธาร
ปู่เจ้าเขาเขียว ฟ้าฝนจงดลบันดาล
วอนรัฐบาล อย่ามาสร้างเขื่อนปั่นไป
เอาเขื่อนออกไป ออกไปให้ไกลเขาหลัก

สุดท้ายโครงการสัมปทานเหมืองหินอุตสาหกรรมเทือกเขาถ้ำแรด (ภูควนเหมียง) ตำบลปากแจ่ม อ.ห้วยยอด เป็นเสมือนตัวจิ๊กซอ อันสุดท้าย มองเห็นถึงภาพรวมของโครงการทั้ง 3 เพราะแต่เดิม มีชาวบ้านตั้งชุมชนในพื้นที่นี้มากว่า 100 ปีเนื่องจากพบหลักฐาน การแต่งตั้งกำนันตั้งแต่ราวทศวรรษที่ 2450 ตระกูลสำคัญของที่นี่ คือ “โชติรัตน์”

พื้นที่โดยรอบเป็นหุบเขาหินปูน มีต้นไม้ป่าขนาดใหญ่หลายชนิดรวมไปถึง “ดงพญาเย็น” หรือ “เยือกูลำ” อาหารของเลียงผาที่เป็นสัตว์ป่าสงวนและใกล้สูญพันธุ์ ป่าผืนนี้เป็นป่าดิบชื้นสมบูรณ์ มีถ้ำหินงอกหินย้อย ถ้ำเก็บหนังตะลุงโบราณ ถ้ำหน้าผึ้ง แต่ชาวบ้านบอกว่า มีการ “กานไม้” โดยใช้ขวานจามรอบโคนต้นเพื่อให้ต้นไม้ตายลงอย่างช้า ๆ จะได้อ้างว่า ป่าผืนนี้ไม่ได้เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์ซึ่งสะดวกในการออกสัมปทานบัตร

นายบุญทิพย์ สุนาเสวีนนท์ แห่งบริษัทโจมทองศิลา คือ บริษัทผู้รับสัมปทานเหมืองหินที่สำคัญในจังหวัดตรัง บริษัทวิ่งเต้นผ่านนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อให้ได้รับสัมปทานเทือกเขาถ้ำแรด (เขาหินอ่อนทั้งลูก) อย่างไม่สนใจถึงทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีคุณค่ามากกว่านั้น หินงอกหินย้อยที่งดงามอลังการ์ภายในถ้อมากมาย มูลค้างคาวให้ชาวบ้านใช้ทำปุ๋ยและสภพาความสมบูรณ์ของผืนป่าที่จัดได้ว่าเป็นป่าต้นน้ำของจังหวัดก็ว่าได้

และภาพรวมทั้งหมด คือ ความเชื่อมโยงเพื่อความเข้าใจว่า เนื่องจากโรงไฟฟ้าชีวมวลลำภูรา ต้องการใช้น้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้า จำนวนมาก จึงใช้บ้านเขาหลักเป็นฐานในการสร้างเขื่อนสำหรับนำน้ำมาป้อนโรงไฟฟ้าและแหล่งรองรับไม่ใช่เพื่อให้คนเมืองมีน้ำใช้ ส่วนการสร้างเขื่อนที่จำเป็นต้องใช้หินจำนวนมากจึงต้องใช้ เทือกถ้ำแรด เป็นเหมืองหินอุตสาหกรรม แปรธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ

3 โครงการนี้ อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและมีผลกระทบเกี่ยวโยงกันอย่างแยกไม่ออก ส่งความสูญเสียต่อระบบสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ อย่างไม่อาจประเมินผลเป็นราคาค่าเงินราคาแพง ทุกวันนี้ชาวบ้านจำเป็นต้องรวมตัวสร้างเป็นเครือข่ายเดียวกัน และคัดค้านต่อสู้ผ่านกระบวนการกฎหมาย.....จนถึงที่สุด


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

13 สิงหาคม 2547