13 ปี ทะนง โพธิ์อ่าน ถึง 100 วัน สมชาย นีละไพจิตร กระบวนการยุติธรรมไทย ปวกเปียก



นาย สมชาย นีละไพจิตรทนายความผู้ต้องหาในคดีเจไอ ไม่ได้หายตัวไปไหน เพียงแต่มีปัญหาทะเลากับภรรยาจึงหลบมาอยู่ที่กรุงเทพฯและตัดขาดการติดต่อจากคนอื่น
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนาคม 2547

การหายตัวไปครั้งนี้รัฐบาลจะนิ่งเฉยไม่ได้เพราะเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของประเทศ ยิ่งเราถูกกล่าวหาว่า ประเทศเราเป็นประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากเป็นอันดับต้น ๆ และเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบเผด็จการเท่านั้น
นาย ทองใบ ทองเปาด์ มีนาคม 2547

การหายตัวของนายสมชายที่กุรงเทพฯ ต้องหาข้อเท็จจริงและตอบคำถามประชาชน หมายถึง ประชาชนทั่วโลกให้หายสงสัยว่า ทำไมเราไม่มีความสามารถคุ้มครองบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมได้
นาย สัก กอแสงเรือง ส.ว.กรุงเทพฯ

ทนายสมชายมีบทบาทในการช่วยเหลือชาวมุสลิมที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเป็นคนที่มีบทบาทตรงนี้ เมื่อมีอะไรทนายความคนนี้จะเข้ามาช่วยเหลือชาวมุสลิมตลอด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางภาคใต้ เรื่องนี้ไม่อาจะทราบ
นาย แวดือระแม มะมิงจิ มีนาคม 2547

ดิฉันและญาติพี่น้อง อ้อนวอน พระเจ้าให้คุ้มครองนายสมชายให้ปลอดภัยและกลับมาสู่ครอบครัว รวมทั้ง สามารถทำงานช่วยเหลือสังคม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นาย สมชาย คือ บุคคลที่ใช้กฎหมายต่อสู้ เรียกหาความเป็นธรรม
นาง สะลีหม๊ะ แวกาจิ ภรรยา นาย อุสมาน หรือ สมาน ผู้ต้องหาคดี เจไอ

การหายตัวไปของทนายสมชายครั้งนี้น่าจับตามอง เพราะไม่ได้เป็นการหายตัวปกติและไม่เชื่อว่าคนธรรมดาจะหาตัวนายสมชายพบเพราะเรื่องนี้ผูกพันจากากรต่อสู้อำนาจรัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน
น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ส.ว.อุบลราชธานี
ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ มีนาคม 2547


ถ้าปล่อยเหตุการณ์ไว้อย่างนี้ประชาธิปไตยจะตกอยู่ในความมืดมนอนธกาล ทำอะไรจะต้องระมัดระวังเพราะคนที่มีวิถีทางที่ถูกต้องต้องมีอันเป็นไป หวังว่านายสมชายจะยังอยู่แม้เป็นความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ
นาย อิมรอน มะลูลีม ส.ว. กรุงเทพฯ

เหตุการณ์การหายไปของทนายสมชายสั่นคลอนความไว้วางใจของประชาชนในการปล่อยให้รัฐดำเนินการคุ้มครองความปลอดภัยของรัฐบาล ซึ่งการเกิดการคุกคามนักสิทธิมนุษยชนที่ลุกขึ้นสู้ อาจจะทำให้สถานการณ์ในภาคใต้รุนแรงยิ่งขึ้น
ดร.โคทม อารียา สภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย(ฟอรั่มเอเชีย) มีนาคม 2547

นาย สมชาย เป็นผู้ซึ่งมีบทบาทสูงในการช่วยเหลือด้านกฏหมายและสิทธิมนุษยชนแก่ประชาชนใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด การหายไปอย่างลึกลับ ไร้ร่องรอย ย่อมมีผลกระทบต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งกำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี
นิติ ฮาซัน ประธานสภาองค์การมุสลิมแห่งประเทศไทย จดหมายยื่นต่อวุฒิสภา มีนาคม 2547


ประชาชนหลายภาคส่วนคงไม่อาจจะมอบความไว้วางใจให้รัฐบาล
ให้ปกป้องคุ้มครองได้อีกต่อไปและนับจากการหายไปของทนายสมชาย คือ ความคิดของปัญญาชนในหลายภาคส่วนที่ให้ความเห็นเอาไว้ครบ 100 วัน ของการหายไป 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ถึงวันนี้ เรื่องราวยังกระจ่าง

คณะทำงานปกป้องนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนจัดการเสวนาพร้อมกับมองรางวัล ทองใบ ทองเปาว์ ให้ นาย สมชาย อย่างเป็นทางการและออกแถลงการณ์เร่งรัดให้รัฐบาลจัดการเรื่องนี้..ดังนี้

1. ฯพณฯ ต้องให้ความสำคัญต่อปัญหาการถูกลักพาตัวของนายสมชาย นีละไพจิตร และดำเนินการอย่างจริงจังพร้อมทั้งแจ้งข่าวแก่ประชาชนในทุกระยะ
2. ยุติการข่มขู่คุกคาม อุ้มฆ่าประชาชนที่บริสุทธิ์ในสามจังหวัดภาคใต้สำหรับผู้ที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐตั้งข้อสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิด
3. คุ้มครองปกป้องทนายความและนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยุติพฤติกรรมข่มขู่คุกคามของเจ้าหน้าที่รัฐ
4. เปลี่ยนแปลงนโยบายการแก้ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพราะนโยบายของ ฯพณฯ คือ นโยบายที่ขาดเมตตาธรรมและมนุษยธรรม

ประชาชนหาคำตอบไม่ได้ว่าขณะนี้เกิดอะไรกับ นาย สมชาย นาย อรัญ ปานเจริญ ประธานชมรมนักกฏหมายมุสลิม เปิดใจถึงเพื่อนว่าเป็นทนายความที่ซื่อสัตย์ ทนายความที่ยืนอยู่ข้างประชาชนคงไม่ได้ง่าย ผมทำงานร่วมกับคุณสมชายมาตั้งแต่ปี 2529 เราคุยกันว่า เราจะต้องรวบรวมทนายความุสลิมเพื่อร่วมกลุ่มเพราะในอนาคตกลุ่มมุสลิมจำนวนมาจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐอำนาจ เรามองเพียงแค่ว่า เราจะต้องทำหน้าที่เพื่อประชนซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นหลัก…

ถึงวันนี้แม้สมาชิกจะไม่มาก แต่ผมต้องทำอะไรบางอย่างด้วยเหตุผลบางประการ ด้วยวัยที่ใกล้เคียงและเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันด้วย อีกทั้ง เรามีน้อง ๆ อีกหลายคนที่มองและเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เรามุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนโดยไม่เรียกร้องเรื่องค่าตอบแทน บอกตามตรงว่า เราล้มลุกคลุกคลานกันมาตลอด ไม่ได้ร่ำรวยหรือมีฐานะ เมื่อเราเริ่มว่าความใหม่ ๆ การต่อสู้เรื่องคดีความมั่นคงในภาคใต้กลับไม่ได้รับการกล่าวถึงในแง่ของนักต่อสู้เพื่อพิทักษ์สิทธิมนุษยชน แต่เราจำเป็นต้องทำ เพื่อสร้างแบบฉบับ ผมทำคดีเรื่องความมั่นคงมาตั้งแต่ 2522 ร่วมงานกับ ทนาย สมชาย ปี 2525 เรามีบทบาทในการต่อสู้คดีความมั่นคงมาตลอด

มีรุ่นพี่ผมคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ว่า กระทรวงยุติ หมายถึง สิ้นสุดหรือไม่มี คำว่า ธรรม ก็คือ ทำ คือ การสิ้นสุดของธรรม หรือ ไม่มีการกระทำ ถึงวันนี้กระบวนการยุติธรรมยังล้มเหลว คงไม่ต้องพูดถึงกระบวนการในการสอบสวน คดีเรื่องความมั่นคงถูกใช้เป็นนโยบาย ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ อย่างไร จับเอาไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

ผมไม่ใช่คนภาคใต้ ทนายสมชายก็ไม่ใช่คนภาคใต้อย่างที่ท่านนาย ท่านกล่าว ท่านจะได้ข้อมูลอย่างไรผมไม่ทราบแต่คนใกล้ ๆ ท่านนี่คงจะให้ข้อมูลเท็จ นี่คือ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เมื่อได้รับข้อมูลผิด ๆ ท่านก็สั่งการผิดมาตลอด คุณสมชายกับผมเป็นคนกรุงเทพฯ คดีความภาคใต้ เราไม่ได้คิดว่าเราจะทำเรื่องความมั่นคงคดีนี้คดีเดียวและเราก็ไม่คิดว่าเราจะต้องไม่เป็นทนายความด้านกฏหมายหรือทำงานเรื่องความมั่นคงเพียงเท่านั้น เรา พยายามสร้างบรรทัดฐานและความรู้ทางด้านกฎหมายอีกด้วย ไม่ใช่ สักแต่ว่าความเพียงอย่างเดียว

หลังจาก เริ่มเข้าไปทำงานมีคดีความเกี่ยวกับความมั่นคงเข้ามาทำงานเยอะ ว่าความมาตั้งแต่คดีค้าอาวุธสงครามที่ทุ่งครุ คนพม่า คดีซีโฟร์ คนอิหร่าน ต่อมา ที่ใหญ่ ๆ นี่ คดีประท้วงที่มัสยิดกรือเซะ อันเป็นคดีความมั่นคงที่ชัดเจน เราต่อสู้คดีมายาวนานถึง 6 ปี เจอข้อหายิบย่อยมากมาย ตั้งแต่ข้อหาขบถถึงกีดขวางทางจราจรและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คดีนี้ เป็นคดีที่ประกันไม่ได้..

ก่อนหายไป ทนายสมชาย ทำหนังสือยื่นเรื่องถึงนายกเพื่อให้ตรวจสอบเรื่องคดีเผาโรงเรียน ขณะเดียวกันผมเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อตรวจสอบว่าโรงเรียนถูกเผาอย่างไร ไปหลายโรงเรียนด้วยกัน ตั้งแต่สายบุรี ไปที่ยี่งอ โคกโพธิ์ ตามจุดทีเกิดเหตุ ปรากฏว่า การเผาวันนั้นเป็นกระบวนการที่มีการนัดแนะกันตามวันเวลา ดังกล่าว สิ่งที่เกิดขึ้น คือ มีเจ้าหน้าที่บางคนไม่ยอมให้ความร่วมมือ เดินหนีออกมา

ผู้ต้องหาคนหนึ่งที่คุณสมชายเข้าช่วยเหลือ กล่าวไว้ในเบื้อแรกว่า เค้าไม่ได้ไว้วางใจเพราะคิดว่าเป็นสันติบาลเข้ามาสอบสวน และถึงที่สุด ทนายสมชาย ได้พิสูจน์ตัวเองและได้รับการกล่าวขวัญมาโดยตลอด จากคดีเผาโรงเรียนและในหลายคดี ทนายสมชาย กลายเป็นวีรบุรุษในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง สตูล สงขลา เป็นจุดเริ่มต้นของการจดจำของบุคคลที่ได้ทำไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนและบ่งชี้ว่า กระบวนการยุติธรรมต้องได้รับการแก้ไข สิทธิของประชาชนต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของรัฐธรรมนูญ

ปัญหาที่ภาคใต้ เมื่อเกิดเหตุการณ์การหายตัวไปของทนาย สมชาย เหตุการณ์ที่เกิดที่ภาคใต้เข้าสู่จุดที่เรียกว่า ขาดที่พึ่ง เมื่อเกิดเรื่องราวเข่นฆ่าประชาชน ชาวบ้านไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร อิหม่ามก็มีความรู้เฉพาะ บรรดาโต๊ะครูก็ต้องฟังอิหม่าม กรรมการจังหวัดก็ปิดปากเงียบ หรือ ส.ส.กลับช่วยอะไรไม่ได้เมื่อประชาชนเดือดร้อน คนที่นั้น กำลังคิดถึง ทนายสมชาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ที่พิสูจน์ให้เราเห็นว่า สังคมเราจอมปลอม และมีการใช้กระบวนการทางกฎหมายด้วยความไม่ชอบมาพากล วันก่อน ท่านนายก สภาทนายความคนใหม่ มีแนวคิดในการล่ารายชื่อ เพื่อแก้ไขกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมหลายส่วนในการสอบสวน และให้ความคุ้มครองประชาชนคงไม่ล้มเหลวเหมือนกับการล่ารายชื่อแก้ไขการประกาศกฏอัยการศึก สิ่งที่ทนายสมชายทุ่มเท ต้องไม่สูญเปล่า กระบวนการทางกฎหมายวันนี้ ถูกใช้เพื่อใคร

หรือ ความยุติธรรม เป็นเพียงเรื่องราวที่สร้างขึ้นเพื่อให้สังคมของเราดูสวยงาม..ประชาชนต้องพิสูจน์ เมื่อรัฐไม่อาจสร้างความชัดเจนแก่ประชาชนได้ ประชาชนจะไม่พึ่งรัฐอีกต่อไป เหตุการณ์ภาคใต้วันนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความรุนแรง รัฐกำลังทำร้ายประชาชน


<<< ใคร อุ้ม!!! ทนาย?? : http://www.thaingo.org/cgi-bin/content/content1/show.pl?0166 >>>


ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย

webmaster@thaingo.org

22 มิถุนายน 2547