|
ไฟใต้
โจรกระจอกหรือก่อการร้ายสากล??
สถานการณ์ชายแดน 3 จังหวัดภาคใต้เริ่มปะทุหลังจากปีใหม่ไม่นาน
นับจากเดือนมกราคม 2547จนบัดนี้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กลายเป็นจังหวัด
เป้าหมายที่คณะทำงานชุดต่าง ๆ จากซีกรัฐบาลจะต้องลงมารับฟังและให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ร่วมสะท้อนปัญหาพร้อมกับหาทางดับไฟใต้ร่วมกัน
แต่กระแสความคลุมเครือจากการหายตัวไปของ ทนายสมชาย นีละไพจิตร
นายกสมาคมนักกฏหมายมุสลิม ซึ่งวันนี้ข่าวกระแสหนึ่งบอกว่าเสียชีวิตไปแล้วนั้น
กลับทำให้สถานการณ์ใต้คุกรุ่นรุนแรงขึ้นอีกครั้ง จนวันนี้ สถานการณ์
3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากกลุ่มโจรกระจอก จึงมีความโน้มเอียงกล่าวหาว่าเป็น
กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน อันเป็นความรุนแรงอย่างที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศที่ประชาชนทุกคนต้องพิจารณาให้ถ่องแท้

งานเสวนา แนวทางการแก้ปัญหากรณีสถานการณ์ความรุนแรงงในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เวทีประชาสังคม ภาคประชาชน ณ ห้องประชุมคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ. ปัตตานี) วันที่
5 เมษายน 2547 โดย คณะทำงานปกป้องนักสิทธิมนุษยชน เป็นการระดมความคิดเห็นจากนักคิดภาคประชาชนร่วมวางแนวทางการแก้ปัญหาผ่านความคิดเห็นของ
3 นักคิดนักเคลื่อนไหวทางสังคมและชี้ให้เห็นว่า ปัญหาไฟใต้ไม่ใช่เรื่องของการก่อการร้ายข้ามชาติแต่อย่างใด??
พิภพ
ธงไชย ที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ..ประเด็นเรื่องการแบ่งแยกดินแดนเป็นประเด็นที่ถูกขยายให้ใหญ่โตจนเกินไป
ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำเป็นต้องยอมรับความแตกต่างและประเด็นการมีส่วนร่วม
แนวทางการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็เหมือนกับการแก้ปัญหาเรื่องชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย
รัฐบาลมักจะหวาดระแวง 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้เพราะว่าความคิดว่าเป็นชุมชนมุสลิมและมีประเทศมุสลิมอยู่ติดกัน
แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากอำนาจรัฐที่หากสืบย้อนจากอดีตเป็นต้นมา
ไม่น้อยไปกว่า ความรุนแรงที่เกิดกับชนกลุ่มน้อยตามแนวตะเข็บชายแดนในประเทศไทยเลย
ทางแก้คือ การยอมรับความแตกต่างและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ
มาตรา 38 ที่ระบุถึง การให้การยอมรับความแตกต่างและเสรีทางด้านความเชื่อและการนับถือศาสนานิกายของศาสนาและให้หลักประกันทางด้านความมั่นคงในการปฏิบัติตามคำสังสอนของศาสนาที่ตนนับถือ
เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์และรัฐบาลไม่อาจรอนสิทธิ์ความเชื่อเหล่านั้น
ของบุคคล แต่กลับไม่ได้รับการปฏิบัติให้เป็นผล ในส่วนของการศึกษาเรื่องปอเนาะ
ที่มีการจัดการระบบการศึกษาตามกระบวนการความเชื่อของตนเอง โรงเรียนปอเนาะคือตัวอย่างที่ชัดเจนตามสิทธิเหล่านี้ได้
ตามปรัชญาของศาสนา พุทธ คริสต์ หรืออิสลาม ก็ตาม เราจะต้องไม่ยอมรับการกลืนจากระบบการศึกษาของส่วนกลาง
ชาวมุสลิมมีมากที่สุดในจังหวัดชายแดนใต้ดังนั้น จำเป็นต้องมีหลักปรัชญาของตัวเองในการดำเนินการตามกระบวนการศึกษาที่เป็นของตนเองหรือแม้แต่การมีสื่อของตัวเองเพื่อให้เกิดการอธิบายสาธารณะให้คนในประเทศได้รับรู้เข้าใจ
ช่องทีวีวันนี้ ทำอะไรสร้างลัทธิบริโภคเน้นกระแสของทุนที่ระบบอิสลามถือว่าเป็น
ปิศาจร้าย..ในส่วนของการพัฒนา ต้องถามว่าเราจะพัฒนาแบบใด การมีวิถีแบบอิสลามนั้นขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงตามหลักศาสนาอิสลาม
ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ เหตุการณ์ที่ลานหอยเสียบ จะนะ อยู่ดีดีใครไม่รู้เอาโรงแยกแก๊สเข้าไปตั้ง
เอาโรงไฟฟ้าเข้าไป หรือไปยุให้ครูใหญ่ที่เป็นมุสลิม จัดคอนเสริ์ต
จนเกิดความขัดแย้ง การพัฒนาจำเป็นต้องคำนึงถึงสิทธิชุมชน ความมั่นคงปลอดภัย
เหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น..แต่การอุ้ม การรังแก
เพราะรัฐและข้าราชการในพื้นที่ละเลยและไม่คำนึงถึงสิทธิประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
นี่คือปัญหา ปัญหาไม่ใช่การก่อการร้าย..สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องกระทำในเวลานี้
คือ ชำระประวัติศาสตร์ไทยใหม่ ยอมรับประวัติศาสตร์ล้านนาหรือปัตตานี
ไม่ใช่ยอมรับว่าประเทศนี้มีแต่เพียงประวัติศาสตร์ส่วนกลางเท่านั้นทำความเข้าใจใหม่
ไม่ดูถูกคนอีกส่วนโดยเฉพาะคนใน 3 จังหวัดภาคใต้ว่ามีขบวนการแบ่งแยกดินแดน
การกระจายอำนาจจากส่วนกลางมาสู่ส่วนท้องถิ่น และการศึกษาต้องมีการปรับปรุงให้เป็นตัวของตัวเอง
และรัฐจะต้องถอนตัวเองออกจากกลุ่มอำนาจของทุนนิยมที่ผูกพันอยู่กับอเมริกาซึ่งขัดต่อหลักการที่ดีของมุสลิม
ศราวุธ
ประทุมราช คณะกรรมการประสานงานองค์กรสิทธิมนุษยชน ผมเชื่อว่า
เรื่องความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ได้ผ่านการพูดคุยกันมาในหลายเวที
ทั้งในส่วนองค์กรชาวบ้าน หน่วยงานรัฐในพื้นที่และส่วนของรัฐบาลกลาง
สาเหตุคงมาจากความซับซ้อนในหลาย ๆ เรื่องทั้งประวัติศาสตร์ เรื่องการเมือง
เรื่องวัฒนธรรม ผมคิดว่า เรื่องเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมอย่างไม่อาจแบ่งแยกออกได้
เศรษฐกิจจะเกิดไม่ได้หากเราไม่สร้างความสงบร่มเย็นในท้องถิ่น
อันเรียกว่าเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่รัฐต้องให้การบริการแต่รัฐวันนี้กลับมองเรื่องราวเหล่านี้อย่างแยกส่วน
รัฐส่งคนเข้ามาปกครองแต่คนเหล่านั้นกลับไม่ได้รับการทำความเข้าใจได้ถ่องแท้ว่า
ระบบวัฒนธรรม การเมืองและเศรษฐกิจของพี่น้องมุสลิมเป็นเช่นไร
ระหว่างทุนกับศาสนานั้นขัดแย้งกัน รัฐทุ่มงบประมาณเข้าบริหารพื้นที่
3 จังหวัดภาคใต้แต่ไม่มองว่าศาสนาเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ชีวิตของคนอยู่ภายใต้ความเรียบง่าย
สร้างความเมตตา แบ่งปัน เมื่อเราพูดถึงแหล่งปฎิบัติทางศาสนา
เราคิดถึงวัดหรือมัสยิด สุเหร่า แต่วัดของฝ่ายทุนคือศูนย์การค้าและดิสโก้เทค
พระนักบวชคือตัวแทนศาสนา ส่วนของทุนคือใคร คือนักการตลาดใช่หรือไม่
ตรงนี้เป็นมิติของความขัดแย้งโดยสิ้นเชิงระหว่างชีวิตของพี่น้องมุสลิมใน
3 จังหวัดภาคใต้ เพราะฉะนั้น ข้าราชการฝ่ายปกครองหรืองบประมาณแผ๋นดินที่ลงมาสู่พื้นที่ในภาคใต้อย่างไม่มีความเข้าใจล้วนเป็นสาาเหตุหลักแห่งปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา
บทสัมภาษณ์ ทนายสมชาย นีละไพจิตร ตอนหนึ่งบอกว่า จะไม่ให้ปัญหาชายแดนใต้เกิดขึ้นได้อย่างไร
เพราะส่วนรัฐบาลกลางส่งคนที่หวังเพียงแต่จะไต่เต้าหรือมาดูงานเพื่อยกระดับตำแหน่งหรือส่งคนที่ต้องโทษทางวินัยมาอยู่ชายแดน
ผมถามว่ามาทำไม เพราะไม่ได้หวังจะมาสร้างความยั่งยืนให้แก่พื้นที่
ผมเชื่อว่าทางหนึ่งจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาตามระบบรัฐธรรมนูญ บังคับใช้ให้เป็นจริง
อันมี 3 ประการ เรื่องเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ การมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ
อันเป็นการตรวจสอบเจ้าหน้าที่หรือนโยบายของรัฐได้ และการให้อำนาจรัฐเข้มแข็งแต่ปัญหาคือว่าวันนี้เรามีอำนาจรัฐที่เข้มแข็งจนเกินไป
สังคมไทยยังไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการพลเรือนที่ผ่านมาเราสู้กับเผด็จการทหาร
แต่เผด็จการพลเรือนกลับทำให้อำนาจหาผลประโยชน์ไม่ชัดเจนหากเป็นเผด็จการทหาร
สื่อมวลชน ข้าราชการ ถูกรื้อถอน บังคับ แต่เผด็จการพลเรือนสื่อกลับได้รับการแทรกแซงโดยการไม่ให้โฆษณา
ปลดบรรณาธิการหรือถอดบก.ออก หรือถือหุ้นโดยคนของรัฐ ญาติ อันเป็นการแทรกแซงอย่างถูกต้อง
เรื่องนี้จำเป็นต้องเรียนรู้ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลในการต่อสู้กับเผด็จการชนิดนี้
สุนัย
ผาสุก สภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย ปัญหาชายแดนใต้
3 จังหวัด ไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาลที่จะบอกว่า เอาละฉันจะทำวิธีนี้
แต่เป็นปัญหาของประชาชนทั้งประเทศ ปัญหาภาคใต้เป็นปัญหาใหญ่เพราะมีมูลเหตุจากการขาดความยุติธรรมในด้านการเมือง
การพัฒนาและเจ้าหน้าที่รัฐ การให้โอกาสทางการศึกษา การเคารพเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม
อัตลักษณ์ในการคงอยู่ของคนในพื้นที่การแสดงออกถึงการไม่เคารพคิดจะเอาอะไรมายัดใส่ก็ใส่โครมเข้าไป
เวทีนี้จะสามารถไปเติมเต็มกับเวทีอื่น ๆ ในภาครัฐบาล ตอนนี้มีหน่วยงานหลากหลายที่เข้ามาทำงาน
ทั้งสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาควุฒิสภา กรรมาธิการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์
กรรมาธิการการต่างประเทศ กรรมาธิการสืบสวนกรณี ทนายสมชาย นีละไพจิตร
ซึ่งพยายามเข้ามาประสานและแก้ไขปัญหาความรุนแรงอย่างยั่งยืนในส่วนของต่างประเทศเค้ามีความเห็นอย่างไรกับสถานการณ์ภาคใต้
จนวันนี้ นักข่าวต่างประเทศยังถามผมอยู่เสมอว่า ยืนยันได้หรือเปล่าว่าวันนี้
มีกลุ่มก่อการร้ายอยู่ในภาคใต้หรือไม่ หากมี เป็นกลุ่มก่อการร้ายภายในหรือเป็นกลุ่มก่อการร้ายสากล
จนวันนี้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญการก่อการร้ายสากลยังให้ความเห็นว่า
สถานการณ์ใต้ยังเป็นเรื่องของขบวนการก่อการร้ายสากล ซึ่งผมบอกว่า
ผมไม่เชื่อ ว่าคำตอบของปัญหาทั้งหมดจะเป็นการก่อการร้ายสากล
หากวันนี้รัฐบาลไทยจะสรุปว่าประเด็นภาคใต้คือการก่อการร้ายสากล
จะเกิดนัยยะ 2 ทางคือทางหนึ่งนั่นหมายความว่าประเทศไทยวันนี้ไม่มีความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินหรือไม่ซึ่งจะไปขัดแย้งกับหลักการการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทางที่สองคือว่า เกิดการขยายภาพให้การก่อการร้ายให้ใหญ่โตเกินจริงหรือไม่เพื่อสามารถนำหลักการการก่อการร้ายสากลของอเมริกันเข้ามาใช้ได้
ระหว่างคนกับเงิน ต้นทางที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายทำให้ปลายทางถูกลากเหมาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างช่วยไม่ได้
ถ้าอย่างนั้น จะขัดแย้งกับบริบทกับภาพวิถีชีวิตของพี่น้องมุสลิมในภาคใต้หรือไม่
..หากมาดูภาพเหล่านี้จะเห็นว่าบุคคลที่ได้รับการศึกษาจะอินเดีย
ปากีสถาน อียิปต์ อินโดนีเซีย คนเหล่านี้มีจิตใจในทางที่นิยมการก่อการร้าย
ผู้ที่ศึกษาทางอิสลามมามีจิตใจในทางการก่อการร้าย เงินทุนที่นำมาทำกิจกรรมที่มีแหล่งปลายทางมาจากประเทศตะวันออกกลางจะมีแนวโน้มที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อการร้าย
และกรณีล่าสุดที่มีการบุตรวจค้นถ้ำเสือ หรือกองกำลังชายแดนภาคเหนือที่ทำงานเกี่ยวกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยในพม่าได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังโรงเรียนสอนศาสนาในพื้นที่ภาคเหนือด้วย
ซึ่งคำพูดที่ตรงกันคือว่า เอกสารภาษาอารบิกคือภาษาของผู้ก่อการร้ายต้องให้ระวังเป็นพิเศษ
ทัศนะคติเหล่านี้ใช้ได้หรือเปล่า กรณีหมอแว ที่ถูกจับเนื่องจากการมีส่วนพัวพันกับกลุ่มก่อการร้าย
ในอินโดนีเซีย ที่พยายามจะยืนยันว่าเราประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษาในแบบของตนเองได้
ตามรัฐธรรมนูญตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปหมดแม้กระทั่งมีการบุกค้นโรงเรียนสอนศาสนาถูกกล่าวหาว่ามีบุคลากรหรือเป็นแหล่งซ่องสุม
เด็กถูกจับพิมพ์ลายนิ้วมือ นี่ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาแต่เป็นทฤษฎีการต่อต้านการก่อการร้ายสากลที่มาจากอเมริกา
แต่ความจริงปัญหาภาคใต้มีหลากหลายมิติที่ทับซ้อนแต่ปัญหาที่ได้รับการกล่าวขวัญคือ
3 จังหวัดชายแดนใต้กลายเป็นที่ซ่องสุมของขบวนการการก่อการร้าย
และนี่อาจจะเป็นที่ซุกซ่อนของสารเคมีที่ใช้ทำระเบิดทั้งที่มันมีมิติอื่นอื่นที่ผูกเป็นปมปัญหา
ทั้งเอกลักษณ์ การเมือง ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐและมันก็ดูเหมือนกับว่ารัฐมองเพียงเรื่องความมั่นคงเพียงประเด็นเดียวทั้งที่ความจริงเรื่องราวมันสะสมมานานแล้วและเกิดจากความไม่พอใจของประชาชนในพื้นที่ต่อเจ้าหน้าที่
อันเป็นปัญหาความขัดแย้งแนวตั้งระหว่างประชาชนกับรัฐไม่ใช่ปัญหาการก่อการร้ายสากลโดยไม่มีความเห็นที่ขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกันเอง

สถานการณ์ภาคใต้รุนแรงเรื้อรังสืบเนื่องยาวนาน
การแก้ปัญหาหาก นับจากการประกาศกฏอัยการศึกนำกองกำลังเข้าสู่พื้นที่
3 จังหวัดชายแดนใต้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่หนทางการแก้ไขปัญหายิ่งมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมากเท่าไรประชาชนในพื้นที่ยิ่งไม่ให้ความร่วมมือจนเป็นเหตุให้เกิดการปลด
โยกย้าย เพื่อความเหมาะสม หลายคำถามที่เกิดขึ้นทั้งกรณี ทนายสมชาย
นีละไพจิตร ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจนเวลานี้จะให้รัฐบาลเป็นส่วนค้นหาความจริงเพียงฝ่ายเดียวคงทำไม่ได้แต่การตั้งภาคประชาชนเข้าไปเป็นส่วนในการสืบสาวแก้ปัญหาร่วมนั้นสำคัญอย่างยิ่ง
คำถามคือรัฐบาลวันนี้ กำลังรีรออะไรอยู่!!!
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
6 เมษายน 2547
|