|
พี่น้องเครือข่ายสลัม 4 ภาคถึงไทยใหม่(ชาวเล)
เราคือ คน บนแผ่นดินเดียวกัน

ทับตะวัน คือ
บ้านของเรา... |
...ทับตะวัน
คือ อะหมากของพูงตะ |
เราหาปลา... |
...พูงตะ
ก้าวหวัง เอก๋าน |
ขายปลาให้คนเมือง |
...ขายเอก๋า นอ่อนมานุด มาหล่ำเมือง |
ทวดเราฝังที่นี่ |
...ทูต พูงตะมานำลูงไน |
รกเราฝังที่นี่ |
...กอตาน พูงตะมานำลูงใน |
เรามีศาลปู่เจ้า |
...พูงตะนะ ศาลาสามพัน |
ลูกหลานเราจะเติบโตต่อไป |
...ตอเจาะตีจิ๊ก พูงตะอะดะ เรื่อย
ๆ |
เราจึงจะอยู่ที่นี่ |
...พูงตะจะแอแฮ่ะใน |
ชายสูงอายุหลายคนที่กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการสร้างบ้านกลางแดดเปรี้ยง
ดูเหมือนความสูงวัยจะไม่เป็นอุปสรรคในการสู้แดดและงานหนัก ลุงเสริฐ
จากชุมชนใหม่ใต้สะพานกำลังใช้สว่านไฟฟ้าเจาะเสาปูน ลุงอ๊อด
ตัวดำเมี่ยม ไม่ใส่เสื้อกวนปูน ลุงดำ กำลังขุดหลุมวางตอม่อ
2 คนนี้ มาจาก กลุ่มคนไร้บ้าน
ยังมีลุงน้อยจากชุมชนใหม่ใต้สะพาน
มีฉะอ้อน จากเครือข่ายรถไฟสายใต้-ตะวันตก วันนี้พวกเขามาอยู่ที่บ้านในไร่
อำเภอท้ายเหมือง ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกเครือข่ายสลัม
4 ภาค ที่ระดมกำลังแรงงาน แรงใจ เดินทางหลายร้อยกิโลเมตร จากเหนือ
อีสาน ใต้ กรุงเทพฯมหานคร สู่เขตภัยพิบัติ สึนามิ เพื่อสร้างบ้านให้พี่น้องชาวใต้
ทั้งมุสลิม พุทธ มอแกน มอแกรน อูรักลาโว๊ย
จำนวนหลายพันครอบครัว ที่รอดชีวิตจากคลื่นยักษ์แต่สูญเสียบ้าน
สมาชิกเครือข่ายสลัม 4 ภาค จากภาคเหนือกำลังสร้างบ้านให้พี่น้องที่ท่าฉัตรไชย
จังหวัด ภูเก็ต พี่น้องจากอุบลราชธานีเดินทางไปที่เกาะลันตา
พี่น้องสลัมขอนแก่นและศูนย์รวมพัฒนาชุมชนแบ่งกันไปทั้งที่ชุมชนหาดทับตะวัน
อำเภอตะกั่วป่าและบ้านปากเตรียม อำเภอ คุระบุรี จังหวัด พังงา
เช่นเดียวกับเครือข่ายรถไฟสายใต้ตะวันตกและเครือข่ายสลัมภาคใต้(ศอพต.)จากหาดใหญ่และโก-ลก
ความสูญเสียของพี่น้องชาวใต้ รุนแรงและกะทันหัน ส่งผลต่อจิตใจของพี่น้องชาวสลัมทั่วทุกภาคอย่างมาก
แม้พี่น้องเหล่านี้จะไม่ใช่คนจนที่เคยร่วมเวทีการต่อสู้ด้านสิทธิที่ดินหรือการอนุรักษ์ทรัพยากรหรือต่อต้านเขื่อนมาก่อน
เช่น กลุ่มต่อต้านท่อก๊าซ บ่อนอก-หินกรูด หรือสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน
ฯลฯ ก็ตาม
ครั้งนี้เป็นภัยพิบัติร้ายแรง แน่นอนว่า ภายหลังความสูญเสียที่เกิดขึ้น
คนที่ลำบากที่สุดก็ไม่พ้น คนจน การวิเคราะห์เหตุการณ์ภายหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม
แต่ ณ.วันนี้ ความรู้สึก อารมณ์ที่ได้สัมผัสจากการเกิดเหตุร้ายแรงก็เพียงพอแล้ว
สำหรับการตัดสินใจ หยุด-ชะลอ กิจกรรมการแก้ปัญหาของตัวเองไว้ก่อน
พี่น้องสลัมเขตพระราม 3 กำลังถูกไล่รื้อที่ เพื่อสร้างเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่
เครือข่ายรถไฟสายใต้-ตะวันตก กำลังอยู่ในช่วงการเจรจาอย่างเคร่งเครียดกับรถไฟในการขอเช่าที่ดิน
เช่นเดียวกับ ชุมชนหัวป้อม เกาะเสือ ที่สงขลาและหาดใหญ่
โก-ลก กำลังมีปัญหา การจัดเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างชุมชนใหม่
หลังจากเจรจาเช่าที่ได้ 30 ปี เช่นเดียวกับที่อุบลฯที่เริ่มถมที่
พี่น้องคนไร้บ้านไม่ต้องพูดถึง พวกเขายังไม่มี บ้าน
เป็นของตัวเองแม้แต่เสาเดียว ดินเป็นเสื่อ ฟ้าเป็นหลังคา ลมและริ้น
ยุง และกำลังเทศกิจของกทม. คือ สิ่งที่พวกเขามี
 
 
แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค สำหรับการตัดสินใจไปช่วยคนอื่น
ๆ ก่อน นอกจาก ต้องหยุดกิจกรรมไว้ชั่วคราวก่อน เขาต้องขาดรายได้ไปไม่ใช่น้อย
เพราะการไปเป็นอาสาสมัครสร้างบ้านไม่มีค่าแรงใดใด มีเพียงอาหาร
ที่ส่วนใหญ่ คือ ข้าวของบริจาคที่หลงเหลืออยู่ตามเขตภัยพิบัติต่าง
ๆ พักในเต็นท์สนามหรือวัดหรือใต้ร่มไม้
เครือข่ายสลัม 4 ภาค จ่ายค่าเดินทางไป-กลับ แม้มีเพียงเท่านี้
แต่ก็ยังทำให้เกิดการเดินทาง รอบสอง รอบสาม ติดตามมา เพราะความต้องการของพี่น้องชาวใต้ที่พบภัยพิบัติมีมากเกินกว่าที่จะเยียวยาได้สำเร็จง่าย
ๆ ที่มากกว่านั้น คือ ความสัมพันธ์ทางใจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาการช่วยกัน
หิ้วปูน ขุดหลุม กินข้าว วงสนทนา ยื่นใบกระท่อม(ใบยาเคี้ยวกลั้วน้ำสู้แดด)ให้กันและในห้วงเวลาการขึ้นรถกลับบ้านของผู้มาช่วย
กับผู้สูญเสียสัญญาใจได้เกิดขึ้นเงียบ ๆ โดยไม่ต้องมีคำพูดและนำมาซึ่งการเดินทางมาอีกครั้งจากผู้อยู่ไกล
การช่วยเหลือนำพาสิ่งดีดีมากขึ้นอีก เมื่อพี่น้องสลัม
4 ภาคได้ชักชวนให้ผู้เดือดร้อนได้ออกมาเยี่ยมเยียนกันเองซึ่งได้นำมาสู่การไปเห็นความรุนแรงที่มาก
น้อยกว่ากันและนำไปสู่การเดินทางช่วยเหลือกันเองในเขตจังหวัดใกล้เคียง
ชาวมอแกนจากน้ำเค็มไปช่วยมุสลิมบ้านในไร่สร้างบ้าน พร้อมกับชาวพุทธเอาของบริจาคที่ศูนย์พักชั่วคราวบางม่วงไปช่วยมอแกนจากหาดทับตะวัน
มุสลิมจากปากเตรียม ทุ่งว้า ก็ไป
การเดินทางช่วยเหลือยังไม่หยุดยั้ง ชาวบ้านน้ำเค็ม ที่กำลังมีข้อพิพาทเรื่องที่ดินกับบริษัทเอกชน
(ของนักการเมืองใหญ่) กระทั่งถูกคุกคามไม่ให้เข้าพื้นที่บ้านเดิม
แม้แต่การเข้าไปขุดศพญาติก็ได้รับการระดมกำลังจากทั่วทุกภาคและพี่น้องผู้เดือดร้อนกันเองเข้าไปสร้างบ้านในที่ซากเดิม
ท่ามกลางการคาดเดาว่า จะเกิดความรุนแรง ต่อต้านจากบริษัท
พ้นจากเภทภัยคลื่นยักษ์ก็ไม่เกินความคาดหมาย ที่คนจนจะถูกคลื่นกฎหมาย
เข้าดำเนินการทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่เข้าครอบครอง มีเอกสารสิทธิ์ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้
ทั้ง ๆ ที่ดินผืนนั้นเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านที่มีอายุนับร้อยปี
เป็นที่ดำรงความเป็นพุทธ มุสลิม มอแกน มอแกรน อูรักลาโว๊ย เอาไว้
ฝังรกฝังร่าง ร่างแล้วร่างเล่า แล้วยามเมื่อเกิดเหตุอุบัติภัยร้ายแรง
กลับเป็นเงื่อนไขให้พื้นดินถูกเคลียร์ เป็นลานโล่ง ให้แสดงการถือสิทธิ์
คลื่นอำมหิตนี้อาจรุนแรงกว่า คลื่นสึนามิที่เกิดจากธรรมชาติ
เสียอีก
ชาวสลัม 4 ภาค ได้เห็นความเป็นไปของ พี่น้องชาวใต้
ในทุกแง่มุม จากการลงไปช่วย บางคนทุกข์ บางคนหาศพญาติไม่เจอ
บางคนตั้งหลักทำใจได้เร็ว บางคนมีแรงที่จะเป็นบุคลากรสำคัญของชุมชน
หมู่บ้าน และวันนี้พวกเขาทั้งหมดได้พบปะเป็นเพื่อนเกลอเพื่อนเสี่ยวแล้ว
มีเกลอเขา เกลอเล เกลอนา ยังไม่พอ
วันนี้ต้องไปให้ไกลกว่านั้น
.

บันทึกบางบท โดย จำนง
จิตรนิรัตน์
กรรมการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยและผู้ประสานงานเครือข่ายสลัม
4 ภาค
จาก หนังสือพิมพ์รายเดือน เสียงสลัม
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
18 มีนาคม 2548
|