ภายหลังจากที่ชาวบ้านกลุ่มปกป้องและทวงคืนที่ดินวะกัฟพร้อมทั้งทายาทวะกัฟ อ.จะนะ จ.สงขลา ได้เดินทางไปยังสำนักงานจุฬาราชมนตรีเพื่อขอพบจุฬาราชมนตรีและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัย ปัญหาที่ดินวะกัฟกรณีโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อชาวบ้านกลุ่มปกป้องและทวงคืนที่ดินวะกัฟ เดินทางถึงสำนักงานจุฬาราชมนตรี ปรากฏว่านายฮากีม อับดุลกาซิม ผู้ประสานงานสำนักงานจุฬาราชมนตรี เป็นตัวแทนจากสำนักงานจุฬาราชมนตรีเข้ามาเจรจากับกลุ่มชาวบ้านโดยใช้สถานที่มัสยิดใกล้อาคารสำนักงานจุฬาราชมนตรีเป็นที่เจรจา ซึ่งภายหลังการเจรจากว่า 3 ชั่วโมงนายฮากีม อับดุลกาซิม ได้เจรจาตกลงกับกลุ่มปกป้องและทวงคืนที่ดินวะกัฟ ว่าจะมีการสอบสวนวินิจฉัยเรื่องนี้ใหม่ภายใน 1 สัปดาห์นับจากวันเจรจา จนกระทั่งเวลา 12.30 น.ซึ่งได้เวลาประกอบพิธีละหมาดวันศุกร์ตามหลักการศาสนาอิสลลาม นายฮากีม อับดุลกาซิม ได้ขอตัวเดินทางกลับออกไปประกอบพีละหมาดโดยรับปากว่าหลังจากประกอบพีละหมาดเสร็จจะเดินทางกลับเข้ามาทำข้อบันทึกข้อตกลงที่รับปากกับทางกลุ่มฯว่าจะมีการวินิจฉัยเรื่องนี้ใหม่ภายใน 1 สัปดาห์ จนกระทั่งเวลา 13.30 น.หลังจากที่ประกอบพิธีละหมาดเสร็จปรากฎว่าฮากีม อับดุลกาซิม ไม่เดินทางกลับเข้ามาพบกับทางกลุ่มฯตามที่รับปากไว้ และเจ้าหน้าที่จากสำนักจุฬาราชมนตรีทั้งหมดได้เดินทางออกไปจากสำนักงาน ทำการปิดและมีการล็อคประตูสำนักงานไว้ ทางกลุ่มจึงๆได้ประสานงานทางโทรศัพท์กับนายฮากีม อับดุลกาซิมอีกครั้งหนึ่ง โดยนายฮากีม อับดุลกาซิมกล่าวว่า หลังจากที่ตนได้เจรจาและรับปากกับกลุ่มแล้วได้มีเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของสำนักงานจุฬาราชมนตรีได้สั่งให้ตนระงับการทำข้อตกลงการเจรจา ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ทั้งที่พวกตนเป็นมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลามเดินทางไกลมาจากอ.จะนะ จ.สงขลา เพราะมีปัญหาเดือดร้อนซึ่งไม่คิดว่าทางสำนักงานจุฬาราชมนตรีจะแสดงพฤติกรรมเช่นนี้กับพี่น้องมุสลิม ดังนั้นทางกลุ่มปกป้องและทวงคืนที่ดินวะกัฟจึงได้ตกลงกันว่าจะเดินทางไปที่ศูนย์อิสลามแห่งประเทศไทย เขตสวนหลวง ในเวลาเย็นวันนี้เพื่อแถลงข่าวร่วมกันต่อเหตุการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลา 17.30 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม จันทิมา ชัยบุตรดี 086-5886138