สิบสองปีที่ไม่ได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมหมู่บ้านแม่เต๋อ หมู่บ้านชาวอ่าข่า เขตพื้นที่
ป่าอภัยทานของวัดสันติคีรี ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เดิมบ้านแม่เต๋อ อยู่ด้านล่างของไหล่เขา หันหน้าหมู่บ้านไปทางภูเขาสูง ชายแดนไทยพม่า ยังจำโรงเรียนเล็ก ๆ หลังคามุงด้วยหญ้าคา เป็นศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขาบ้านแม่เต๋อ ซึ่งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เด็กนักเรียนและนักศึกษาผู้ใหญ่ชาวอ่าข่าในหมู่บ้าน ตั้งแต่ พ.ศ.2529 จนกระทั่งถึงพ.ศ.2535 และหลังจากนั้นศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องจนกระทั่งมีโรงเรียนประถมบ้านแม่เต๋อขึ้น
การจัดกิจกรรมด้านการศึกษาตามหลักสูตรของกรมการศึกษานอกโรงเรียนนั้นมูลนิธิ ฯ ได้ดำเนินงานอยู่นั้นได้ลดลงตามลำดับ ปรับรูปแบบเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพขององค์กรชาวบ้าน กลุ่มเด็กและเยาวชน ในชุมชนที่เป็นพื้นที่เป้าหมายแทนการสอนหนังสือประจำที่ศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชน ฯ
รอบ ๆ หมู่บ้านแม่เต๋อ มีต้นดอกเสี้ยวป่าขึ้นเต็มไปหมด ในเดือนนี้เกือบยี่สิบปีที่แล้ว ใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ควันของมันดำจนน่ารำคาญ เราได้กินแกงส้มดอกเสี้ยว กินดอกเสี้ยวผัดไข่ ลวกดอกเสี้ยวจิ้มน้ำพริกมะเขือเทศ โดยฝีมือของครูแหม่ม ครูสาวผู้รักอุดมการณ์งานบนดอยเป็นชีวิต ป่าดอกเสี้ยวขาวโพลนไปทั่ว จนอยากให้ปีหนึ่งมีฤดูแล้งสองสามครั้ง เพราะอยากจะเห็นดอกเสี้ยวบานบ่อย ๆ
บ้านแม่เต๋อ ในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากครั้งนั้นที่ได้พบ ชาวบ้านย้ายหมู่บ้านขึ้นมาจากบริเวณหมู่บ้านเดิม มาอยู่ริมถนน ที่เป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างบ้านสันติคีรี และบ้านแม่จันหลวง ชุมชนยังคงความเป็นอ่าข่าไว้อย่างมั่นคง มีชาวบ้านกลุ่มใหญ่เป็นกลุ่มผู้ที่นับถือศาสนาดั้งเดิม และกลุ่มผู้นับถือศาสนาคริสต์ ในวันที่เราเข้าไปในหมู่บ้านนั้น ชาวบ้านจัดงานฉลองเปิด ศาลาอเนกประสงค์ของหมู่บ้าน ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการ SML ของตำบลแม่สลองนาก มีผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก กำนันตำบลแม่สลองนอก และผู้แทนจากอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม งบประมาณ SML ได้สนับสนุนครบทุกหมู่บ้าน บางบ้านนำไปใช้ในการเลี้ยงหมู บางบ้านใช้สำหรับการปรับปรุงถนน บางบ้านสร้างศาลาอเนกประสงค์ นโยบายการสนับสนุนงบประมาณลงสู่ชุมชนในรูปแบบนี้ให้ผลดีกับชาวบ้านมากน้อยแค่ไหน มันได้แสดงผลตัวเองออกมาแล้วในปัจจุบัน ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น และในระดับสังคมรวม การเมืองของบ้านเรายังคงร้อนระอุ เช่นเดียวกับแดดกลางวันบนดอยหน้าร้อน ทำให้ผิวไหม้เกรียมได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
การจัดงานเลี้ยงเป็นไปอย่างครึกครื้น มีเครื่องเสียง เพลง ของไทยและอ่าข่า ชาวบ้านร้องเพลงเพื่อแสดงความยินดีต่อเนื่อง สลับผลัดเปลี่ยนเวียนกันไป เพิ่งจะรู้ว่าลูกศิษย์ชาวอ่าข่าของเราในวันก่อน เป็นผู้ที่ร้องเพลงเสียงดีมาก และเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลของบ้านแม่เต๋อในวันนี้ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบันก็เป็นลูกศิษย์ ลูกสาวของเขาเรียนชั้นมัธยมต้นและเข้าร่วมในกลุ่มเยาวชนของหมู่บ้านด้วย อาหารในงานเลี้ยงเป็นอาหารอ่าข่าล้วน ๆ ซึ่งคงความเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่ อาทิเช่น ลาบดิบสับใส่เปลือกต้นมะกอกป่า ลาบคั่วแบบอ่าข่า คือใส่เครื่องเทศ ต้มจืดฟักเขียวใส่มันหมู เป็นต้น อาหารที่ดีที่สุดคืออาหารที่ทำในงานเลี้ยงแสดงความยินดีต่าง ๆ เช่น งานขึ้นบ้านใหม่ งานประเพณีของหมู่บ้าน
สิ่งที่มักจะขาดเสียมิได้ในงานเลี้ยง คือ เหล้าต้ม และน้ำชา มันเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานเลี้ยงเกือบทุกแห่งบนดอย ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีเหล้าต้มไว้บริการสำหรับผู้มาร่วมงาน และเบียร์ ยี่ห้อ แม่น้ำลาน ช้าง (Lan Chang River Beer) ซึ่งตามฉลากเขียนว่าผลิตในเขตสิบสองปันนา มลฑลยูนนาน ประเทศจีน มีความเข้มข้นเพียง 5 ดีกรี ผู้รู้วงในเล่าว่าราคาขวดละ 12 บาท หากซื้อในนามของผู้ใหญ่บ้าน ที่จะนำมาจัดในงานของหมู่บ้านต่าง ๆ งานนี้ได้สั่งมา 100 ลัง เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมเปิดศาลาอเนกประสงค์ แต่ก่อนมักจะเห็นสินค้ายี่ห้อเดิม ๆ ในบ้านเรา ถ้าเป็นเบียร์ ก็จะเห็นเบียร์สิงห์ ลีโอ ช้าง คลอสเตอร์ ไฮเนเก้น ฯ แต่ปัจจุบัน มีสินค้ายี่ห้อใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น ตามความเข้าใจของคนบนดอยคิดว่าเป็นผลพวงมาจากการเปิดตลาดการค้าเสรี ที่เปิดกว้างมากขึ้น มีสินค้าหลากหลายยี่ห้อเข้ามาในบ้านเรามากขึ้น ส่งผลกับการผลิตและการบริโภคของคนในบ้านเราเช่นกัน
แม้เบียร์ จะมีดีกรีต่ำเพียงไร แม้ว่าแสงไฟฟ้าตามถนนข้างทางจะสว่างแค่ไหน ค่ำคืนนั้นก็ยังมีคนที่กลับบ้านไม่ถูกอีกหลายคน บ้านแม่เต๋อในวันนี้ เราไม่เห็นดอกเสี้ยวบานแม้แต่ดอกเดียว
จุฑามาศ ราชประสิทธิ์
มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา
กุมภาพันธ์ 2549