Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

แอมเนสตี้แถลงทางการไทยต้องยุติการกลั่นแกล้งและการดำเนินคดีกับสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน

แอมเนสตี้แถลงทางการไทยต้องยุติการกลั่นแกล้งและการดำเนินคดีกับสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน

21 January 2020

2906

( ขอบคุณภาพ จาก BBC.COM : https://www.bbc.com/thai/thailand-50910502 ) 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ทางการไทยยุติการใช้กระบวนการทางกฎหมายข่มขู่และคุกคามพรรคอนาคตใหม่และสมาชิกพรรค ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีนัดฟังคำวินิจฉัยกรณีที่มีข้อกล่าวหาต่อพรรคในวันที่ 21 มกราคม 2563 ซึ่งอาจมีผลให้มีการยุบพรรคและสมาชิกพรรคอาจถูกดำเนินคดี การพุ่งเป้าดำเนินคดีจำนวนมากกับสมาชิกพรรคถือได้ว่าเป็นการโต้กลับสมาชิกพรรคจากการจัดกิจกรรมซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบและการสมาคม

 

พรรคอนาคตใหม่อาจถูกยุบพรรคในวันที่ 21 มกราคม จากเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2562 นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาข้อกล่าวหาว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิตยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคฝ่าฝืนมาตรา 49 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านการกระทำที่มีเจตนาล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ณฐพรยังได้กล่าวหาเพิ่มเติมว่าพรรคอนาคตใหม่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอิลลูมินาติ ซึ่งเป็นชื่อเรียกของกลุ่มที่เคยมีอยู่จริงและที่สมมติขึ้น โดยอ้างว่าสัญลักษณ์ของทั้งสองกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน

 

แม้ว่าทางพรรคจะมีการร้องขอศาลให้มีการไต่สวนพยานคดีดังกล่าว ศาลธรรมนูญได้มีคำสั่งไม่รับคำร้อง เนื่องจากพิจารณาว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยและไม่ต้องไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม พรรคอนาคตใหม่จึงเผชิญกับการโดนยุบพรรคหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีความผิดจริง ถือเป็นการละเมิดพันธกรณีของประเทศไทยในด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงสิทธิในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ และการสมาคมของสมาชิกพรรค

 

นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่ยังเผชิญกับข้อกล่าวหาในอีกคดีหนึ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติยื่นคำร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 คำร้องดังกล่าวระบุว่าพรรคอนาคตใหม่ฝ่าฝืนมาตรา 62, 66 และ 72 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยพรรคการเมือง จากการรับเงินบริจาคมากกว่า 10 ล้านบาท (ประมาณ 330,000 เหรียญสหรัฐ) ต่อปีและกู้เงินที่ "ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย" หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิดจริง ผู้บริหารทั้ง 15 คนของพรรคอาจถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองนานถึงสิบปี ในขณะที่พรรคอนาคตใหม่อาจถูกยุบพรรค ทั้งนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาของข้อกล่าวหาดังกล่าว

 

นอกจากทั้งสองกรณีนี้แล้ว ผู้นำและสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ยังเผชิญกับการฟ้องร้องดำเนินคดีทางการเมืองจำนวนมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่เรียกผู้นำและสมาชิกพรรคห้าคนเข้าพบเพื่อรับฟังข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัด แฟลชม็อบเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นการตอบโต้ต่อคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สมาชิกพรรคเผชิญกับข้อกล่าวหาหลายข้อ รวมถึงไม่แจ้งการชุมนุม กีดขวางทางเข้าออกสถานีรถไฟ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และจัดการชุมนุมภายในรัศมี 150 เมตรของเขตพระราชวัง นอกจากนี้ สมาชิกพรรคอีกสามคนยังถูกฟ้องร้องโดยนายสนธิยา สวัสดี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ โดยรวมถึงข้อกล่าวหายุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มีการใช้ข้อกล่าวหาตามมาตรานี้อย่างกว้างขวางเพื่อยับยั้งนักกิจกรรม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว และทนายที่วิจารณ์ภาครัฐอย่างสงบ หากศาลพบว่ามีความผิดสมาชิกพรรคอาจถูกตัดสินให้จำคุกนานถึงเจ็ดปี

 

พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคฝ่ายค้านที่พึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2561 และได้ส.ส.ทั้งหมด 81 ที่นั่งจากการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562 นับเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาก่อรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 ทั้งในช่วงเวลาก่อนและหลังการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ได้พยายามยื่นคำร้องขอยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิธนาธรจากสมาชิกภาพรัฐสภา

 

การโจมตีพรรคอนาคตใหม่อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นแนวโน้มการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อกลั่นแกล้งบุคคล แนวโน้มนี้ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนมีนาคม 2562 เป็นที่เชื่อกันโดยทั่วไปว่าการที่สาธารณชนให้ความสนับสนุนคู่แข่งทางการเมืองมากขึ้น ถือเป็นแรงจูงใจให้รัฐบาลพยายามประหัตประหารสมาชิกพรรคอนาคตใหม่และยุบพรรค ก่อนหน้านี้ ทางการไทยได้ใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาพุ่งเป้าจัดการคู่แข่งทางการเมือง ดังที่เห็นได้จากการยุบพรรคไทยรักษาชาติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ซึ่งเชื่อได้ว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง โดยผู้นำพรรคถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลาสิบปี

 

การโจมตีคู่แข่งทางการเมืองอย่างต่อเนื่องต้องถูกพิจารณาในบริบทที่เจ้าหน้าที่รัฐจับตาดู ข่มขู่ คุกคาม และดำเนินคดีกับนักกิจกรรม นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว และบุคคลทั่วไปที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตั้งแต่รัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบวงกว้าง ทั้งในรูปแบบการปิดปากคนที่แสดงความเห็นต่าง การทำให้ประชาชนหวาดกลัวที่จะใช้สิทธิมนุษยชนของตน และยังเป็นการข่มขู่บุคคลผ่านการโต้ตอบของภาครัฐ

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ทางการไทยหยุดยั้งการใช้อำนาจตุลาการในทางที่ผิดต่อพรรคฝ่ายค้าน สมาชิกพรรค และบุคคลอื่นๆ โดยทันที พร้อมทั้งเพิกถอนฟ้องบุคคลที่ถูกตั้งข้อหาเพียงเพราะการใช้สิทธิมนุษยชนอย่างสันติทั้งหมด ในฐานะรัฐภาคีต่อสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายฉบับ รวมถึงกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) เจ้าหน้าที่จะต้องยึดมั่นต่อสาธารณชนว่าบุคคลทุกคนสามารถใช้สิทธิของตนในการแสดงออก การชุมนุมอย่างสงบ และการสมาคม

 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้สมาชิกประชาคมระหว่างประเทศต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย พร้อมทั้งสังเกตการณ์การปราบปรามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และใช้เครื่องมือทางการเมืองและการทูตเพื่อส่งเสริมการปฏิรูปด้านสิทธิมนุษยชนและความรับผิดในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิ

 

 

**********
เนาวรัตน์ เสือสอาด
ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อสารองค์กร
Naowarat Suesa-ard
Media and Communication Coordinator