There are 2 websites that ThaiNGO team support are thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บที่ดูแลโดยทีมงานไทยเอ็นจีโอมี 2 เว็บเท่านั้นคือ thaingo.org และ thaingo.in.th

ประกาศ กทม. กับอนาคตแผงลอย

 

 

วันนี้ (24 ก.พ. 63) เวลา 12.30-16.30 น. ที่ห้องคุณนวลนาฏ อมาตยกุล คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายนักวิชาการสร้างเมืองเพื่อทุกคน และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ จัดเสวนา “ประกาศกรุงเทพมหานคร กับอนาคตแผงลอย” มีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟัง ทั้งนักวิชาการและเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

พูลทรัพย์ สวนเมือง ตุลาพันธุ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ ได้ทบทวนนโยบายการบริหารจัดการหาบเร่-แผงลอย ว่า หลังจากเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 62 รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วน 12 ข้อ ซึ่งในข้อที่ 1. การแก้ไขปัญหาในการดํารงชีวิตของประชาชน โดยลดข้อจํากัดในการประกอบอาชีพของคนไทย มีเรื่องการทบทวนการจัดระเบียบ street food และทาง กทม. มีนโยบาย walking street เพื่อทบทวนให้แผงลอยกลับมาขายอีกครั้ง จากนั้น 28 ม.ค. 63 กทม. ได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดพื้นที่ทำการค้า และการขายของหรือจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ ซึ่งมีจำนวน 16 ข้อ และ 21 ก.พ. 63 กทม. ได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศนี้กับผอ. เขตทุกเขต

พุทธิณี โกพัฒน์ตา เจ้าหน้าที่ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ อภิปรายว่า ประกาศฉบับนี้เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. 4 ฉบับ คือ 1. พ.ร.บ. รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 20 ประกอบมาตรา 4 2. พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 42 ประกอบมาตรา 4 3. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 49 4. พ.ร.บ. การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยให้ยกเลิกประกาศ กทม. เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขการค้าขายในพื้นที่ผ่อนผัน ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2548 และไม่ใช้บังคับกับพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ วิถีชุมชน ย่านพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณถนนข้าวสารและถนนเยาวราช และพื้นที่อื่นที่มีลักษณะเช่นเดียวกับข้างต้น ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ กทม. กำหนด

รศ. ดร. นฤมล นิราทร คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความคิดเห็นว่า เครือข่ายฯ ต้องรวมพลังเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ในการบริหารจัดการกลุ่มเพื่อให้ผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขทั้ง 16 ข้อ ต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเขต และสถานีตำรวจในพื้นที่  รวมทั้งต้องสื่อสารกับสาธารณชนว่า เครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จะเป็นแผงลอย 4.0

ในที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดทิศทางที่จะก้าวต่อไปของผู้ค้า/เครือข่ายฯ ดังนี้

1. ศึกษาอัตลักษณ์ของพื้นที่ว่า เป็นวิถีชุมชน หรือส่งเสริมการท่องเที่ยว

2. สร้างความเข้าใจกับเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารที่อยู่ในพื้นที่ทำการค้า ประชาชนผู้สัญจรและใช้ทางเท้าในบริเวณนั้น ผู้พักอาศัยในรัศมี 500 เมตร และสถานีตำรวจในพื้นที่ 

3. รวมกลุ่มและประสานงานกับเขต/กทม. อาทิ เสนอผัง/โมเดลพื้นที่ทำการค้าของกลุ่ม/เครือข่ายฯ

4. ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย ระดับเขต