There are 2 websites that ThaiNGO team support are thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บที่ดูแลโดยทีมงานไทยเอ็นจีโอมี 2 เว็บเท่านั้นคือ thaingo.org และ thaingo.in.th

ส่อพิรุธ !  โครงการเหมืองโปแตชโคราชหมกส่อพิรุธ !  โครงการเหมืองโปแตชโคราชหมกเม็ด  จัดเวทีครั้งเดียวควบสองโครงการเม็ด  จัดเวทีครั้งเดียวควบสองโครงการ

 

 

จากกรณีที่บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม กรุ๊ป จำกัด บริษัทสัญชาติจีน ได้เข้ามาขุดเจาะสำรวจแร่โปแตช ในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่ปี 2558 พื้นที่ 130,000 ไร่  และในขณะนี้ได้มีแผนที่จะยื่นขอประทานบัตรทั้งหมด 4 แปลง โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 โครงการ  คือ  โครงการแรกอยู่ในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ 1 และ 2 ตำบลเมืองปราสาทและลำคอหงษ์ อำเภอโนนสูง  และโครงการที่สองอยู่ในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ 3 และ 4 ตำบลจันอัด อำเภอโนนสูง ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง และตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย

 

ซึ่งทาง กลุ่มรักษ์ลำคอหงษ์เป็นชาวบ้านในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ 1 และ 2 ได้ทราบถึงการมีอยู่ของโครงการที่สองก็เนื่องมาจากการทำหนังสือขอข้อมูลไปยังอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา  โดยที่ทางบริษัทฯไม่เคยแจ้งให้ทราบมาก่อนเลยว่ามีอีกหนึ่งโครงการที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน  แต่กลับมีหนังสือแจ้งกำหนดวันจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทำเหมืองแร่ใต้ดิน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.30 . ณ โรงแรมดิอิมพีเรียล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ในวันและเวลาเดียวกัน

 

การจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียที่ควบรวมทั้งสองโครงการนั้นเป็นการจัดการประชุมที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.. 2560  และไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตามความพระราชบัญญัติแร่ดังกล่าว เรื่อง การจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียของผู้ประสงค์จะขอประทานบัตรเหมืองใต้ดิน พ.. 2561  เนื่องจากพื้นที่คำขอประทานบัตรของบริษัทดังกล่าวถูกแบ่งย่อยเป็นสองโครงการอย่างชัดเจน  เมื่อโครงการแรกอยู่ในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ 1 และ ส่วนโครงการที่ 2 อยู่ในพื้นที่ประสงค์ขอประทานบัตรแปลงที่ 3 และ โดยไม่มีเขตพื้นที่ประทานบัตรที่ติดต่อกันของทั้งสองโครงการ จึงไม่อาจถือเป็นเขตเหมืองแร่เดียวกันได้ ตามมาตรา 60 ของพระราชบัญญัติแร่

 

เมื่อการจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯต้องอยู่ภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติแร่ย่อมทำให้การจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นฯ การคัดเลือกตัวแทนผู้มีส่วนได้เสีย และการนับองค์ประชุมนั้นต้องแยกเป็นรายโครงการ  และเนื่องจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ที่ประสงค์จะขอประทานบัตร 1 และ 2 ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียของพื้นที่ที่ประสงค์จะขอประทานบัตร 3 และ และในทำนองเดียวกัน  ผู้มีส่วนได้เสียของพื้นที่ที่ประสงค์จะขอประทานบัตร 3 และ 4 ก็ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียของพื้นที่ที่ประสงค์จะขอประทานบัตร 1 และ 2 เช่นกัน  การจัดประชุมพร้อมกันทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียคนละกลุ่มกันนั้นอาจทำให้เกิดการก้าวล่วงต่อการตัดสินใจของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในอีกโครงการหนึ่งได้

 

ถึงแม้ว่ากฎหมายจะบอกเช่นนั้น  แต่คณะกรรมการจัดการประชุมปรึกษาเบื้องต้นที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานโดยตำแหน่ง  และมีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกฎหมายด้านเหมืองแร่  อย่างตัวแทนกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และอุตสาหกรรมจังหวัด  นั่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย  จึงไม่อาจปฏิเสธว่าไม่ทราบข้อกฎหมายดังกล่าวได้  แต่พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ามีความตั้งใจปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

 

การคัดค้าน  การลงพื้นที่ให้ข้อมูลเรื่องผลกระทบอย่างต่อเนื่อง  และการรวบรวมรายชื่อของผู้คัดค้านเหมืองแร่ โปแตชของกลุ่มรักษ์ลำคอหงษ์ซึ่งมีผู้ร่วมลงชื่อจำนวนมาก  อาจทำให้เกิดความกังวลใจของบริษัทฯและหน่วยงานรัฐที่ประสงค์ให้เกิดเหมืองแร่โปแตชเป็นอย่างมาก  ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด  หากยอมให้จัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียของโครงการที่ 1 เพียงโครงการเดียว  ผู้เข้าร่วมอาจจะทำการคัดค้านโดยไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อทำให้องค์ประชุมไม่ครบ  จนทำให้ขั้นตอนสะดุดหยุดลงจนไม่สามารถดำเนินการขอประทานบัตรต่อไปได้  จึงทำให้การจัดประชุมปรึกษาเบื้องต้นกับผู้มีส่วนได้เสียที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ได้มีการเชิญผู้มีส่วนได้เสียพร้อมกันทั้งสองโครงการรวมเข้าด้วยกัน  เพื่อให้องค์ประชุมมีจำนวนมากขึ้น  และหวังให้จำนวนผู้มีส่วนได้เสียของโครงการที่ 2 มากลบเสียงของผู้ที่จะมาคัดค้านในโครงการที่ และทำให้องค์ประชุมดังกล่าวเกินกว่ากึ่งหนึ่งตามกฎหมาย  ไม่ว่าตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในโครงการที่ 1 จะครบหรือไม่ครบองค์ประชุมก็ตาม  เพราะมั่นใจว่าจะไม่มีใครตรวจสอบหรือไม่คิดว่าจะมีใครจับได้ไล่ทันในประเด็นนี้

 

พฤติกรรมของหน่วยงานรัฐในครั้งนี้จึงเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่ายอมทำทุกอย่างแม้แต่การกระทำผิดกฎหมาย  และเชื่อได้ว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้กระบวนการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โปแตชดำเนินต่อไปได้โดยไม่สนใจรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่แม้แต่น้อย