| "ข้อเท็จจริง"
V-1 อิมมูมิเตอร์ : ช่วยหรือฆ่าผู้ติดเชื้อ
การลุกขึ้นมามีความหวังกับเฮือกสุดท้ายในชีวิตของผู้ป่วยโรคภูมิต้านทานบกพร่อง
หรือ AIDs ที่คลินิกบ้านบางปะกง ในสังกัดมูลนิธิ พล.ต.อ.สล้าง
บุนนาค ซึ่ง เปิดรักษาอย่างแน่นขนัด พร้อมกับการโฆษณาถึงสรรพคุณในการรักษารักเอดส์ให้หายได้
นั้น กลายเป็นกระแส ที่ทำให้ผู้ป่วยโรคเอดส์แตกตื่น แห่แหนเข้ามาขอรับการรักษากันมากมาย
ซึ่งถ้าหาก เป็นความจริงย่อมเป็นที่น่าชื่นใจในภูมิปัญญาคนไทย
แต่ถ้าเป็นการหลอกลวงเพียงขาย ความหวัง นั่นย่อมอันตรายเกินไปที่จะปล่อยให้ดำเนินการ
เนื่องจากผู้ป่วย AIDs จำเป็น ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ แต่เงื่อนไขการรับประทานยา V1 -อิมมูมิเตอร์
คือหยุดยาที่รับประทานทั้งหมด
และแล้วข้อเท็จจริงที่ว่าโรคนี้ยังไม่มีผู้ใดคิดค้นวิธีการรักษา
คิดค้นตัวยามารักษาให้หาย ได้นั้น ยังคงถูกยืนยันอีกครั้งและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์
V 1- อิมมูมิเตอร์ เมื่อตรวจสอบ ก็ขาดความถูกต้องตามกระบวนการทางกฎหมาย
พรบ.อาหารและยา และสุดท้ายก็ถูก สรุปว่า V 1-อิมมูมิเตอร์ เป็นเพียงผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ผิดกฎหมายเรื่องผลิตภัณฑ์
อาหารเสริม ยารักษาเอดส์ตัวใหม่ หรือ V 1 - อิมมูมิเตอร์ ถูกเปิดเผยและยับยั้งในครั้งนี้โดยนางสุภัทรา
นาคะผิว เจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์สายตรงกับ
ทีมข่าว thaingo ต่อประเด็นอาหารเสริม V 1 -อิมมูฯ นี้
อย่างยาวเหยียดเลยว่า "ปัญหาคือมีการออกมาระบุว่านี่คือยา
ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ยา โดยตัวของมันเองเป็นเพียง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
ไม่ใช่ยา เพราะฉะนั้นการที่มีคนมาเรียกว่ายาสามารถรักษาโรคได้
ต่างๆ มันเป็นเรื่องการให้ข้อมูลไม่ตรงตามความเป็นจริง เพราะว่าตอนที่เขามีการประชา
สัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ เขาก็บอกว่ามีผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า"ยา"
นี้แล้วทำให้หาย โดยผล จากการตรวจคือไม่พบเชื้อ หรือตรวจจาก
positive เป็น negative ซึ่งเกินความเป็นจริง โดยทางเราได้ไปสังเกตการณ์ที่คลีนิก
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แล้วก็ได้รับใบปลิวซึ่งเป็น เอกสารที่ทางคลีนิกแจกให้พวกเรา
แล้วในนั้นมันมีข้อความที่พูดถึงสรรพคุณยา แล้วมี การระบุว่า
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีการรับรองขึ้นทะเบียนจาก อย. (องค์การอาหารและยา)
เป็น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ตามเลขทะเบียนนี้ๆ และได้รับอนุญาตให้ทดลองในคนตาม
เลขทะเบียนนี้ๆ แล้วก็ประเด็นสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่า ใครที่จะกินผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะต้อง
หยุดกินยาที่กินอยู่ทั้งหมด ซึ่งอันนี้มันเป็นอันตรายมาก เพราะว่าถ้าผู้ป่วยรายใดที่เขามี
โรคแทรกซ้อนอยู่ หรือว่าต้องทานยาป้องกันโรคแทรกซ้อนบางตัว เช่น
ตับอักเสบ หรือว่า กินยาต้านไวรัสเอดส์อยู่เขาจะต้องหยุดยา ทีนี้มีกรณีหนึ่งคือ
คุณหมอจุรีรัตน์ ซึ่งเป็น คุณหมออยู่โรงพยาบาลชลบุรี ได้ไปให้ข้อมูลกับสาธารณสุขประจำวุฒิสภา
ว่า เขามีคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แล้วก็อยู่ในระหว่างการรักษาต้องกินยา
อยู่ประจำ ปรากฎว่าเขาได้รับข่าวเรื่องยา V 1 -อิมมูมิเตอร์
ก็ไปรับยา V-1 แล้วเขา ก็ถูกบอกให้หยุดรับประทานยา ปรากฏว่าผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิต
เพราะเชื้อราขึ้นสมอง เนื่องจากไม่ได้ทานยา ตามที่หมอสั่ง

เพราะฉะนั้นมันก็เป็นอันตรายสำหรับผู้ติดเชื้อที่ต้องรับประทานยา
ซึ่งมีอาการของโรค แทรกซ้อน หรือคนที่จำนวนของภูมิต้านทาน หรือที่เรียกตามภาษาแพทย์ว่า
cd- 4 ต่ำ กว่า 250 ต้องกินยาต้านไวรัส ถ้าหยุดยามันจะมีผลทำให้เชื้อดื้อยา
กลับไปกินยาอีกไม่ได้ มันเป็นอันตรายต่อชีวิตเขามาก เพราะฉะนั้นข้อห้ามอันนี้ของการกินยา
V 1-อิมมูมิเตอร์ นั้นอันตรายมาก เราก็เลยรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำ
เราทำโดยชอบแล้ว เพราะท่านเภสัชกรคือ คุณหมอมนตรี เศรษฐบุตร
ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัย ท่านเคยเป็นกรรมการแพทยสภา มาก่อน ท่านทราบดีว่าต้องทำยังไงบ้าง
ที่เรียกว่าผลิตภัณฑ์ยาหรืออาหาร ต่างกันยังไง " นางสุภัทรา
กล่าว พร้อมกับชี้แจงถึงความไม่ถูกต้องในจดทะเบียนผลิตภัณฑ์
V 1 - อิม มูมิเตอร์ ว่า
"หลังจากที่เราไปสังเกตการณ์แล้ว ก็กลับมาเช็คข้อมูลว่า
ยานี้ขึ้นทะเบียนตามที่ อย. กำหนดจริงเปล่า ก็พบว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไปขึ้นทะเบียน
กับทางจังหวัดฉะเชิงเทรา และ การขึ้นทะเบียน การขึ้นก็ไว้เป็นเพียงอาหารทั่วๆ
ไป ไม่ใช่อาหารเสริมด้วย แต่ที่ปรากฏ ออกมาตอนนี้ เท่าที่ตรวจสอบกลับเป็นอาหารเสริม
เพราะฉะนั้นกับตรงนี้การขึ้นทะเบียนก็ไม่ถูกต้อง ซึ่งทาง อย.
ก็เพิกถอนไปแล้ว เนื่องจากว่า ทาง อย.ส่วนกลางไม่ได้มอบอำนาจให้ทางจังหวัดออกใบอนุญาต
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมได้ หากจะออกใบอนุญาตก็ออกได้เฉพาะอาหารทั่วๆไป
แต่กลับมีการลักไกเกิดขึ้น่ ทั้งที่จริงๆแล้วเป็นอาหารเสริม
แต่เมื่อทาง อย. เขา เลยเพิกถอนไปแล้ว คลินิกบ้านบางปะกงก็ยังมีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณกันอีก
เมื่อทีมงานไปตรวจสอบกับคณะกรรมการการทดลองกับมนุษย์ในกระทรวง
สาธารณสุขก็พบว่า ไม่ได้รับการอนุญาตให้ทำการทดลองแต่อย่างใด
แต่ก็มี การประกาศว่า ผ่านการทดลองแล้ว มีการออกใบอนุญาตให้แล้ว
นั่นเป็นเรื่อง โกหกประชาชนและผู้ป่วย ทั้งสิ้น"
นางสุภัทรากล่าว อีกทั้งยืนยันว่าจะต้องหยุดขบวนการขายความหวังครั้งนี้ว่า
"ตรงนี้เอง เราเลยตัดสินใจว่า เราต้องหยุด แม้ว่าทางหมอมนตรี
จะให้ผู้ติดเชื้อ ออกมาพูดว่า ตอนนี้ไม่ติดแล้วตรวจไม่เจอแล้ว
ซึ่งเราก็จะท้าพิสูจน์ว่า เอาคน คนนั้นมาตรวจเลยว่าจริงหรือเปล่า
มีผลยืนยันมาจากไหนบ้าง ตรวจเลยว่า คุณติดหรือไม่ติดอย่างไร
เพราะว่าตอนนี้ในโลกนี้ยังไม่มียารักษาโรคเอดส์ ให้หายได้ ฉะนั้น
เรื่องนี้มันก็เหมือนลิเจียสอง ที่สร้างความหวังให้ทุกคน ทั้งที่มันเป็นเรื่องโกหก"
นางสุภัทรา กล่าวอีก และสรุปทิ้งท้ายว่า
การเอาความทุกข์ ความหวังของผู้ป่วย ที่ติดเชื้อ HIV ซึ่งยังไม่มีทางรักษาให้หายได้
มาหากิน เป็นการกระทำที่ทำลาย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ว่า
"เป็นความจริงที่ว่ากระแสสังคมตื่นเต้นกับข่าวความสำเร็จนี้
เพราะมันเป็น ความหวังเดียว แต่คนที่ทำงานตรงนี้จริงๆ เขาจะรู้ดี
อีกอย่างการแอบอ้างอย่าง นี้กับผู้ติดเชื้อ ซึ่งเขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
เขายอมทำ หรือกล้าทำตามที่ใครก็ได้ บอกว่าหาย ทั้งที่จริงๆ เขาติดเชื้อเขาก็ยังเป็นคน
มีศักดิ์ศรี และต้องได้รับการ คุ้มครอง ไม่ใช่ว่าคุณจะเอาของไม่ดีมาแจกฟรีก็ได้
อย่างนี้ไม่ใช่ เราก็เลยตัดสินใจ เข้าแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งข้อหาหลักๆ
ก็คือ 1.หลอกลวงประชาชน 2.โอ้อวด สรรพคุณผลิตภัณฑ์อาหารว่าบำบัดรักษาโรคได้
และเรื่องนี้มันมีโทษตาม พรบ.อาหารและยา เราต้องการให้หยุดแล้วก็ตรวจสอบก่อน
เพื่อยืนยันว่ามันสามารถใช้ได้จริง แต่นี่มันไม่มีข้อมูลยืนยันใดๆ
เลย ในการโฆษณา กลับกัน พล.ต.อ.สล้าง ปรธานมูลนิธิ กลับออกมาพูดเรื่อง
NGOs ขายชาติ รับเงิน ต่างชาติ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกันเลยกับยา
V 1 - อิมมูมิเตอร์
และตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการนำตัวผลิตภัณฑ์ V 1 - อิมมูมิเตอร์
ไปตรวจสอบ ผลคร่าวๆ เขาก็พบเพียงแค่ว่า มันคือผลิตภัณฑ์อาหารเท่านั้น
และเมื่อคืนที่ผ่านมา รายการกรองสถานการณ์ ทางช่อง 11ซึ่งท่านรองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ท่านก็ออกมาพูดว่า"โดยตัวของมันเอง
มันเป็นเพียงผลิตภัณฑ์อาหาร ไม่ใช่ยาและ ถ้าเป็นยามันจะต้องผ่านการทดลองในห้องทดลอง
และการทดลองในมนุษย์ ซึ่งต้อง ใช้เวลา "แต่ทางหมอมนตรีก็อ้างว่าผ่านการทดลองมาแล้วที่อเมริกา
แต่ก็ไม่เห็น เอาข้อมูลนั้นออกมายืนยันเปิดเผย สุดท้ายมันก็เหมือนกับข่าวถ้ำลิเจียของคุณเชาวริน.....
แจ้งข่าวเรื่องวัคซีน"บางปะกง"และการเข้าพบ
รมต.สุดารัตน์
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
|