| งานพัฒนาในมิติวัฒนธรรม
ยังยากไร้ผู้เริ่มต้น
เมื่อกล่าวถึงมุมมอง
การทำงาน กิจกรรม งานวิจัยหรืองานวิชาการด้านวัฒนธรรม ในปัจจุบันนี้
จะเผชิญกับภาพการเบือนหน้าหนี น่าเบื่อ หล้าหลังและไม่สะท้อนความรู้อะไรมากนัก
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง สังคมมนุษย์กำลังเผชิญภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก
ด้วยพลวัตด้านสังคม เทคโนโลยี การสื่อสาร วัฒนธรรมและด้วยการขับเคลื่อนของกลไกตลาด
จึงยากที่ใครจะกล้าปฏิเสธออกจากความสัมพันธ์กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่โลกใบนี้เป็น
ในสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ตอบโต้ หาจุดยืน ปะทะกันไปมา สังคมไทยซึ่งเคยเป็นสังคมที่ยอมรับดำรงอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมต่างๆ
ที่หลากหลาย อย่างสันติสุนั้นมีมานมนาน แม้ว่าความจริงลึกๆ ก็ไม่หยุดนิ่ง
อาจจะมีการปะทะ เผชิญหน้า หรือพยายามชิงความเหนือกว่าบ้างก็ตาม
แต่ยังรักษาและสงวนระหว่างอะไรคือตนเองและอะไรคือคนอื่น ซึ่งก็คือพื้นที่ทางวัฒนธรรม
แต่ปัจจุบันการกลับหันมาเปิดแนวรบของรัฐที่จะสร้างสถานภาพความเป็น
วัฒนธรรมไทย โดยการพยายาม สร้าง สืบสาน ครอบบงำ และกลืนกลายบังคับลงไปในพื้นที่ที่เหลือน้อยนิดนี้
ซึ่งยิ่งเบียดและทวีความขัดแย้งต่อกันมากขึ้น เพราะมนุษย์ต้องการ
ตัวตน (Identity) ในการดำรงอยู่เท่าๆ
กับปัจจัยสี่
ทำไมต้องวัฒนธรรม นักวิชาการรุ่นใหม่ อย่าง พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์
ให้ความหมายอย่างกระชับว่า วัฒนธรรมคือการสื่อสารในรูปของวิถีปฏิบัติหรือกิจกรรมที่มนุษย์
กลุ่ม บุคคล สังคม ใช้ปฏิบัติเพื่อบอกคนอื่นเกี่ยวกับตัวเอง
แต่ปัญหาคือความเข้าใจทางเดียวที่รัฐอธิบาย ดังนั้น การมองวัฒนธรรม
ต้องถามด้วยว่า รัฐหรือนักการเมืองหรือนักวิชาการสายวัฒนธรรม
ต้องการอำนาจ (ผ่านกระทรวงวัฒนธรรม) ไปกำหนดอะไร
? และอะไรคือคุณค่าของวัฒนธรรม ?
ที่สำคัญ วัฒนธรรมเองนั้น มันมีมีการต่อสู้กับคนอื่น หรือตอบโต้กับคนอื่น
เพื่อจัดความสัมพันธ์กับอำนาจบางอย่างอยู่ตลอดเวลาด้วย ดังนั้น
มนุษย์ไม่ได้อยู่กับที่ แต่กลับดิ้นรน สร้างตัวเอง ให้ความหมายเพื่อปลดปล่อย
หรือสร้างฐานะ ความสัมพันธ์บางอย่างตลอดเวลา
เมื่อวันศุกร์ 29 ก.ค.2548 ที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมรับฟัง เวทีเสวนา
เรื่อง ยุทธศาสตร์ทางวัฒนธรรม : ประเด็นพึงพิจารณา
ณ อาคารพระบรมราชชนนี คณะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มุมมองบทสรุปตรงกันว่า
ปัญหา Culture Industry หรือ อุตสาหกรรมวัฒนธรรม
ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ ศิลปะ แฟชั่น รสนิยม อาหาร การกินการอยู่
ความรู้สึกนึกคิดจิตใจ รวมๆ เรียกว่า วิถีชีวิตหรือวิถีวัฒนธรรมกำลังถูกครอบงำ
กระตุ้นและหาประโยชน์โดย ทุนขนาดใหญ่ อาทิ ฮอลลี่วู้ด แกรมมี่
อาร์เอส ฯลฯ ผ่านกลไกการตลาด
จนนับได้ว่า
ณ ปัจจุบันนี้ คนไทย คนเกาหลี คนยุโรป อาจจะมันภาพยนตร์ ต้มยำกุ้ง
ของ จา พนม พร้อมๆ กัน หรือร้องไห้กับ บทบาทของ ซอง
เจ ใน Full House พร้อมๆ กัน นี่คือ โลกของอุตสาหกรรมอารมณ์
ที่ฮอลลี่วู้ดนายทุนยักษ์ใหญ่ สามารถผลิตสินค้าขายไปทั่วโลก
ครอบงำตลาดอารมณ์มนุษย์โลกไปแล้ว หรือในไทยก็มีอุตสาหกรรมอารมณ์ที่ครอบงำไม่น้อย
อาทิ แกรมมี่ อาร์เอส ฯลฯ ซึ่งขายทั่วไทย โดยเฉพาะวัยรุ่นเด็กยุคใหม่
ที่เป็นทาสอารมณ์จากอำนาจของสินค้า
รัฐชาติ พยายามผลิต ความเป็นไทย วัฒนธรรมสดุดีชาติ
ออกมาเบียดแทรกและสังสันท์กับผลประโยชน์นายทุน ที่สร้างขึ้นหรือให้ความเป็นไทยคือโลโก้สินค้า
อาทิ เบียร์บางยี่ห้อ เครื่องดื่มชูกำลังบางยี่ห้อ จึงทำให้คนไทยรับความเป็นอื่นมากกว่า
คนไทยที่มีวิถีชีวิตเช่นนั้นจริงๆ บางวัฒนธรรมถูกผลิตขึ้นเป็นสินค้า
อาทิ งานประจำปีของจังหวัด แห่เทียน แห่ธาตุ แห่บั้งไฟ แต่งงานหมู่
ฯลฯ ดังนั้นจึงไม่เคยมีความเป็น ไทย หรือเป็น เรา
เลย
ถึงกระนั้นก็ตาม กระแสโลกาภิวัตน์ที่ซึ่งครอบลงมาทับวิถีชีวิตผู้คนในสังคมต่างๆ
ก็ไม่ได้กลายเป็นเอกภาพ เนื้อเดียวไปเสียหมด กลับยังมีขบวนการโต้กลับ
อาทิ โต้กลับกระแสวัฒนธรรมตะวันตก ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่แต่กลับนานมาแล้ว
เพราะครั้งหนึ่งองค์การยูเนสโก เคยประกาศ เรื่อง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
(Culture Diversity) แต่ในความเป็นจริง ผู้มีอำนาจครอบงำวัฒนธรรมไม่ได้ปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของคำประกาศ
กลับรุกกดและทับลงไป อาทิ กับสังคมมุสลิมและสังคมอื่นๆ สร้างความเป็นอื่นให้กับคนที่แตกต่าง
สร้างภาพอันเลวร้ายหากไม่พัฒนาเปลี่ยนแปลง ตามกระแส ไม่เสพ ไม่ใช่
ไม่เฟื่องฟูตามรสนิยม และยิ่งนาน ผู้คนกลับไม่เข้าใจความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรมจนเป็นเหตุนำมาสู่ ความรุนแรง ความไม่เป็นธรรม และขบวนการปลดปล่อยตัวเอง
ในขณะที่มองยุทธศาสตร์ของจีน กลับให้ความสำคัญมาก สร้างกลไก
สร้างกำแพง ทบทวน ผลิต เผชิญหน้าและสืบสานงานวัฒนธรรม โดยเฉพาะ
กำแพงที่สำคัญ คือกำแพงกั้นอารมณ์ฮอลลี่วู้ด จนถึงกับเผชิญหน้ากับอารมณ์ฮอลลี่วู้ดและอุตสาหกรรมอารมณ์อื่นๆ
อยู่บ่อยๆ
กรณีไทย
ปัญหาเกี่ยวกับกระแสโลกาภิวัตน์ ที่มีผลต่อกระบวนการกลืนกลายทางัฒนธรรมของไทย
สถานภาพไทยนั้นเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่า แม้ว่าในระดับวัฒนธรรมรัฐชาติ
จะเป็นผู้มีอำนาจกลืนกลายวัฒธรรมท้องถิ่น หรือวัฒนธรรมย่อยๆ
ก็ตาม แต่กระนั้น สถานการณ์ก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เนื่องจากภายในกระแสนี้เอง
ที่นำเทคโนโลยี เช่น Internet computer mobile ได้ทำลายขุมอำนาจการควบคุมภาษา
เกิดการสื่อสาร เกิดวัฒนธรรมข้ามพื้นที่ และสังคมไร้พื้นที่
นอกจากนั้นยังมีภาษาใหม่ๆ ถูกผลิตออกมาได้อย่างมีสีสันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันทั้งใน สังคมไทยและสังคมโลก
กำลังขาดพื้นที่ ที่จะเปิดให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม แม้ด้านหนึ่งกระแส
โลกาภิวัตน์พยายามจะเปิดพื้นที่ให้โลกกว้างออกไป ไม่มีพรมแดน
แต่พื้นที่ทางวัฒนธรรมเองกลับมีพื้นที่น้อยลง กลไกตลาดเข้ามากำหนด
อาทิ อาหาร ดนตรี ศิลปะ ภาพยนตร์ ตลอดจนแฟชั่นการแต่งกาย ถูกควบคุมโดยตลาด
ผ่านกลไกสื่อ และนั่นที่รากฐานวัฒนธรรมถูกบ่อนเซาะ พื้นที่ที่เคยหลากหลายทางวัฒนธรรม
จึงยิ่งทำให้มนุษย์สังคมถูกกระทำ ถูกครอบงำและลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
บทสรุปไม่ได้ให้อ้าแขนรับอะไรก็ตามที่มากับโลกาภิวัตน์ มากับตลาด
แต่รัฐก็ต้องเปิดกว้างให้มากที่สุด การค้นความถูกต้อง ความเป็นไทยแท้ๆ
บริสุทธิ์ จนต้องย้อนไปขุดเอา ขุดหาความดั้งเดิม จึงไม่ควรจะให้มีมากนัก
กับขบวนการเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมก็ควรจะให้กลุ่มเจ้าของวัฒนธรรม
เขานั่นเองที่ควรจะเป็นผู้มีบทบาทดูแล ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ
และอย่าพยายามสร้างให้ หรือสร้างความหมายวัฒนธรรม เชิงสดุดีชาติอยู่แค่นั้น
ให้เขา แต่ต้องค้นหา เรียนรู้ ทำความเข้าใจความเป็นเขาและตัวเขา
ที่จะดำรงตนเองกับสังคมอย่างไร
แม้แต่กระบวนการผลิต เสพ และสืบทอดเอง ก็ไม่อยากให้ผลิต หรือสร้าง
ศิลปะที่ดีที่สุด มีหนึ่งเดียว อย่างเดียว ออกมาให้คนทั่วโลก
หรือทั้งสังคมเสพ เพราะนั่นมันคับแคบ ผลักไส กีดกันและเบื้องหลังมันคืออำนาจของผู้ครอบงำวัฒนธรรม
ผู้กำหนดรสนิยม อำนาจตลาดและทุนทั้งสิ้น
อีกด้านหนึ่ง ไม่ควรมองวัฒนธรรมที่เป็นกล่องๆ มันบรรจบกันพอดีกับเส้นที่ขีดบนแผนที่
อาทิ แผนที่ประเทศไทย เช่น ครึ่งแม่น้ำโขงฝั่งซ้ายคือไทย มีวัฒนธรรมไทย
ส่วนฝั่งขวาคือลาว มีวัฒนธรรม หรือ วัฒนธรรมเขมร หรือพม่า เพราะในความเป็นจริง
วัฒนธรรม ไท นอกภูมิศาสตร์รัฐชาติเองก็มีมานานแล้วและวิถีชีวิตผู้คนก็กลับมาสัมพันธ์กันอย่างปราศจากพรมแดนอีกครั้งแล้ว

สุดท้าย แนวคิดวัฒนธรรมกับงานพัฒนา กำลังมาเป็นกรอบคิดสำคัญ
ซึ่งสร้างให้เกิดการเข้าใจและเข้าถึงปัญหาสังคมที่มีวิถีที่หลากหลาย
มีกระบวนการปรับตัว ยอมรับหรือตอบโต้ แม้แต่การอธิบายตัวเองที่ผูกโยงกับเงื่อนไขที่เข้าไปสัมพันธ์
อะไร กับใคร เช่น กับ Cyberspace Internet E-club หรือ เช่น
เป็นคนลาว อยู่ร้อยเอ็ด แต่เป็นแฟนคลับลิเวอร์พูล ร่วมกับคนยุโรปและคนอื่นๆ
ทั่วโลก เป็นตน และวัฒนธรรมอื่นๆ เองก็พยายามผูกโยงกับเงื่อนไข
จุดร่วมอื่นๆ ด้วยเช่น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับตัวตนและอำนาจ
โลกของงานพัฒนาในอนาคต จึงจะกลับมาสู่โลกที่เพรียกหาและเข้าใจมิติวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงตัวตนคนที่หลากหลาย
อย่างมีที่ยืน มีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
2 สิงหาคม 2548
|