เผยปัญหาเด็กไทย พฤติกรรมทางเพศเสื่อมโทรม-สุดขีด

                คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.)  ได้จัดสัมมนาเรื่อง อย่าทอดทิ้งเด็กขึ้น โดย น.ส.ฉันทนา บรรพศิริโชติ กรรมการ มพด. เผยว่า ขณะนี้พฤติกรรมความรุนแรงเด็กในสังคมไทยถึงขีดสุด ตัวอย่างจาก การทารุณกรรมเด็ก ที่มีอายุ ุต่ำลงเรื่อยๆ แต่ที่น่าหนักใจกว่า คือเด็กกลับไปทำทารุณต่อเด็กด้วยกันเอง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงสถานะที่เปลี่ยน ไปของเด็ก ที่ในอดีตเด็กจะอยู่ในฐานะผู้ตกเป็นเหยื่อ แต่ในขณะนี้เด็กเป็นทั้งเหยื่อและผู้กระทำด้วย             ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ เพื่อทำวิจัยพบว่า ปัญหาของเด็กมีความสลับซับซ้อน มากขึ้น ส่วนใหญ่เด็ก 1 คน จะเผชิญกับปัญหาหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะผลกระทบ จากวิกฤติเศรษฐกิจและสังคม ที่ทำให้เกิดปัญหา ครอบครัวแตกแยกมากขึ้น การแพร่กระจาย อย่างรวดเร็วของยาเสพย์ติด และความรุนแรงในสังคม บางประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นภาวะวิกฤติ ของเด็ก โดยเฉพาะปัญหาพฤติกรรมทางเพศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว โดยเกิดจากค่านิยม เลียนแบบ โดยขาดวิจารณญาณ แยกแยะถูกผิด เลียนแบบจากผู้ใหญ่ในครอบครัว ที่แสดงพฤติกรรม ทางเพศต่อกันให้เด็กเห็น      เลียนแบบจากสื่อ เช่น ในภาพยนตร์ ที่ตัวแสดงมักมีเพศสัมพันธ์ทางเพศกันง่ายๆเมื่อมีความพอใจ น.ส.ฉันทนากล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลปัญหาพฤติกรรมทางเพศของเด็กในชุมชนแห่งหนึ่งใน  กทม.พบว่า เด็กผู้ชายวัย 11 ขวบ มีพฤติกรรมลวนลามและละเมิดทางเพศต่อเด็กวัย 3-10 ขวบ จำนวน  10 คน โดยเด็กคนดังกล่าวอยู่ในครอบครัวที่มีพี่น้อง 4 คน พ่อแม่มีอาชีพค้าขายรายวัน มีปัญหาทางด้าน การเรียน บุคลิกค่อนข้างเรียบร้อย ชอบเล่นกับเด็กผู้หญิง โดยชวนให้ มาเล่นสร้างบ้าน บางครั้งจะนำ ขนมมาล่อ ในปี 2543 พบว่าลวนลามและละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 3-10 ขวบ 9 คน และเด็กผู้ชายวัย  3 ขวบ อีก 1 คน เด็กหญิงบางรายถูกละเมิดมากกว่า 1 ครั้ง     ทั้งในห้องพักของครอบครัวเด็กชาย ห้องพักของเด็ก ที่ถูกละเมิด ในสวนสาธารณะ และในรถตุ๊กตุ๊ก ที่จอดหน้าชุมชน เด็กที่ถูกละเมิดพากันฟ้องผู้ปกครองและครู ซึ่งเด็กชาย ยอมรับกับครูว่ากระทำจริง แต่แม่ของเด็กไม่ยอมมาพบครู และไม่ให้เด็กชายไปโรงเรียนอีก และแก้ปัญหาโดยพาไปค้าขายด้วย      กรรมการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังเก็บข้อมูลจากโรงเรียน ระดับมัธยม ศึกษา 5 แห่งในชนบทภาคอีสาน เป็นตัวอย่าง 9 กรณี เด็ก 24 คน โดยการพูดคุย และสังเกตพฤติกรรม เด็กและจากการสัมภาษณ์ครูแนะแนวทั้ง 5 แห่ง ซึ่งแสดงสภาพปัญหา การมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนของ เด็กพบว่าเด็กที่อยู่ในวัยเรียนมีความสัมพันธ์ทางเพศ และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา ตอนต้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่อยู่ตามหอพัก มีกรณีหนึ่งกลุ่มเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้น 3 คน มีค่านิยม ที่ผิด ในการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน โดยเห็นว่าเป็นความโก้เก๋ที่นำมาอวดกัน เด็กนักเรียนกลุ่มนี้เรียน อยู่ชั้น ม.2 เด็กคนหนึ่ง ครอบครัวมีฐานะดี พ่อทำงานที่ต่างจังหวัด นานๆจะกลับมาบ้านสักครั้ง พี่ชายทำ งานใน กทม. ส่วนแม่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่สนใจเอาใจใส่ลูก เด็กจึงมีอิสระอย่างเต็มที่ พาเพื่อน 2 คนมาพัก อยู่ด้วยกัน ทั้ง 3 คน จะออกไปเที่ยวทุกๆคืน และนอนตอนกลางวัน เริ่มเสพยาบ้า และมีเพศสัมพันธ์กับ เพื่อนนักเรียนชาย จนกระทั่งเกิดการแข่งขันกันในกลุ่มว่า ใครจะมีความสัมพันธ์ทางเพศได้มากกว่ากัน โดยมีสมุดจดชื่อ อายุ ที่อยู่ของผู้ชายไว้เป็นหลักฐาน      นอกนั้นยังพบว่า เด็กมีปัญหาทางอารมณ์รุนแรง มีการทุบตีทำร้ายแม่ ถ้าไม่ให้เงินใช้ นอกจากนี้ ยังพบนักเรียนชายระดับมัธยมต้น มีพฤติกรรมเป็นนายหน้ากับสถานบริการทางเพศ โดยติดต่อเพื่อน ในโรงเรียนให้ขายบริการ จำนวนมาก