|
การประชุมสมัชชา
กป.อพช. ประจำปี
2551
โอกาสที่คนทำงานภาคสังคมจะได้พบปะปราศัยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในบรรยากาศแบบสบายๆ
นั้น คงมีให้เห็นไม่บ่อยนัก ดังนั้นการประชุมสมัชชา กป.อพช.
ที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี จึงเป็นวาระสำคัญที่เหล่าบรรดาคนทำงานภาคสังคมจะได้ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันและกัน
แลกเปลี่ยนประเด็นในการทำงาน ความคืบหน้า พร้อมกับทบทวนจุดยืนและ
กำหนดทิศทางการดำเนินงานในปีต่อไป
ในปี 2551 นี้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.)
ก็ได้จัดให้มีการประชุมสมัชชาประจำปี ในวันที่ 29-30 เมษายนที่ผ่านมา
ณ นนน์นทีรีสอร์ท อ.เมือง นนทบุรี ซึ่งมีเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมประชุมหลากหลายองค์กร
และหัวข้อหลักของการประชุมในครั้งนี้คือ การประเมินสถานการณ์ทางการเมือง
การกำหนดทิศทางของขบวนการเคลื่อนของ NGO และการลงมติรับรองประธาน
กป.อพช.คนใหม่ หลังจากที่อาจารย์จอห์น อึ้งภากรณ์ได้หมดวาระลง
 

 
ประมวลภาพการประชุมสมัชชา กป.อพช.
ประจำปี 2551
เวทีสมัชชายังได้ประเมินว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันว่า
อำนาจยังไม่ได้อยู่ที่ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าใครจะขึ้นมาคุมอำนาจแต่ประชาชนก็ยังเป็นเพียงผู้คอยฟังคำสั่ง
หรือเป็นผู้ที่คอยได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ และนอกจากนี้แล้วการสื่อสารระหว่าง
NGO กับสังคม ยังถือว่าประสบกับปัญหาเพราะไม่มีช่องทางสื่อที่มีประสิทธิภาพ
ทำให้การรับรู้การสื่อสารกับประชาชนไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้นสิ่งที่
NGO ต้องพัฒนาต่อไปคือการยึดกุม และหาช่องทางสื่อโดยเฉพาะสื่อกระแสหลักเพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารกับประชาชน
และนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยเฉพาะทางเลือกของการพัฒนา
ส่วนในเรื่องของกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทางเครือข่าย NGO
เห็นว่าควรที่จะมีการเสนอจุดยืน และจัดทำข้อเสนอแนะต่อกรณีดังกล่าวด้วย
ระหว่างการประชุมทางทีมงาน ThaiNGO ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณไพโรจน์
พลเพชร ในประเด็นของสถานการณ์การแก้ปัญหาต่างๆ ในปีที่ผ่านมาว่า
NGO ทำได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งคุณไพโรจน์ได้กล่าวว่า
"ความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาของ
NGO แต่ละด้านนั้นไม่เท่ากัน แล้วแต่ว่าเป็น NGO ด้านไหน เพราะการแก้ไขปัญหานั้นแตกต่างกัน
แต่โดยรวมแล้วมันพัฒนาไปทุกๆด้าน เพียงแต่ว่ามันไม่เท่ากันและไม่สม่ำเสมอ
แล้วแต่ความเข้มแข็งของ NGO นั้นๆ และขึ้นอยู่กับประเด็นว่ามันสามารถสื่อสารกับสังคมได้มากน้อยเพียงใด"
ในการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่
สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ยังมีแนวคิดของการทำงานพัฒนา การทำงานเพื่อสังคม
ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีว่าอย่างน้อยบนเส้นทางของการพัฒนาจะยังมีคนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามา
และสานต่อแนวคิดของการทำงานเพื่อสังคมต่อไป
นอกจากการประชุมแล้วในช่วงเย็นยังมีพิธีรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ในสายงานพัฒนา
ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาเล็กน้อย
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
|