คนพิการ กับ โอกาสทางการศึกษา
แค่การมีสิทธิและเสรีภาพเหมือนกับคนอื่น สำหรับคนพิการยังไม่เพียงพอ
เพราะโอกาสที่จะได้รับประโยชน์ตามสิทธิอย่างแท้จริงมีอยู่น้อยมาก เช่น
แม้กฎหมายจะให้สิทธิแก่คนพิการ ได้รับการศึกษาเหมือนคนอื่น แต่โอกาสที่คนพิการ
จะได้เข้าถึงความรู้อย่างคนอื่นนั้น ยังมีปัญหาอยู่มาก
คนตาบอดจะเข้าถึงความรู้ได้ต้องใช้หนทางของตัวเอง ด้วยหนังสืออักษรเบรลล์
หรือหนังสือแถบเสียง การให้สิทธิแก่คนตาบอดให้ได้เรียนหนังสือและให้ใช้วิธีการของคนทั่วไป
คนตาบอดย่อมเข้าถึงความรู้ด้วยหนังสือตัวพิมพ์ไม่ได้ การมีสิทธิก็เหมือนกับไม่มีสิทธิ
การเพิ่มโอกาสแก่คนพิการให้ได้รับประโยชน์ตามสิทธิของตน เหมือนกับผู้อื่น
จึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยเหตุนี้ สภาคนพิการฯ จึงได้ผลักดันให้มีมาตรา
55 ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดไว้ชัดว่า "บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพ
มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ"
เพื่อให้คนพิการได้รับประโยชน์ตามสิทธิที่พึงมี จำเป็นอย่างยิ่งที่ร่างกายของคนพิการในส่วนที่เหลืออยู่
ต้องได้รับการฟื้นฟูให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดได้ และส่วนที่ขาดไป
ควรมีเครื่องมือหรือกายอุปกรณ์ตลอดจนได้รับการฝึกฝนให้สามารถช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน
และสามารถออกไปทำงานได้
การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการด้วยวิธีทางการแพทย์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของคนพิการ
สภาคนพิการฯ จึงผลักดันให้มี พ.ร.บ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ มาตรา
15 (1) และกฎกระทรวงฉบับที่ 3 ที่กำหนดให้คนพิการมีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีทางการแพทย์
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
แม้การฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยวิธีทางการแพทย์จะมีความสำคัญ แต่การช่วยให้สมองสามารถทำงานได้เต็มตามศักยภาพนั้น
มีความสำคัญมากกว่า
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้กำหนดให้คนไทยทุกคน ซึ่งรวมทั้งคนพิการด้วยมีสิทธิได้รับการศึกษาฟรี
เป็นเวลา 12 ปี ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 43 วรรค 1 "บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย"
เพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาที่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิด หรือทันทีที่พบความพิการ
สภาคนพิการฯ จึงรณรงค์ให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 มาตรา 10 วรรค
3 กำหนดไว้ชัดเจน
"การศึกษาสำหรับคนพิการในวรรคสองให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
และให้บุคคลดังกล่าว มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง"
จากร่างกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ คนพิการที่ได้จดทะเบียนตาม
พ.ร.บ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 2534 หรือบุคคลที่สถานศึกษารับรองว่า
เป็นคนพิการที่มีความต้องการจำเป็นทางการศึกษาตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อทางการศึกษา บริการต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุน
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่ช่วยส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนการสอนของคนพิการ
และยังมีสิทธิได้รับการจัดสรรงบประมาณ และทรัพยากรทางการศึกษาที่เหมาะสม
และสอดคล้องกับความจำเป็นในการจัดการศึกษา โดยคำนึงถึงความเสมอภาคและเป็นธรรม
โดยให้คนพิการยื่นความจำนงต่อสถานศึกษา และสถานศึกษาจะกำหนดหลักเกณฑ์
และวิธีการ พร้อมทั้งพิจารณาให้ผู้ที่ยื่นความจำนงให้ได้รับสิทธิตามที่กำหนดในโปรแกรมการศึกษาเฉพาะบุคคล
เช่น ให้ยืมและให้กู้ยืมเงินเพื่อสนับสนุนสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ
และบริการทางการศึกษาที่จำเป็นและสอดคล้องกับความพิการตามที่กำหนดในโปรแกรมการศึกษาเฉพาะบุคคลพิการ
และตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการอุดหนุนนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน
2543 จะอุดหนุนนักเรียนที่เรียนในโรงเรียนสำหรับคนพิการ หรือที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติในโรงเรียนเอกชน
และหรือที่เรียนร่วมกับเด็กปกติในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
โดยให้การอุดหนุนตามจำนวนนักเรียนแก่โรงเรียนดังกล่าว ทำให้นักเรียนพิการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ คนพิการเพียงร้อยละ 8 เท่านั้น ที่ได้รับการศึกษา
สภาคนพิการฯ ได้แต่หวังว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
ตลอดจนเจตคติของสังคมต่อคนพิการในทางที่สร้างสรรค์
รศ.วิริยะ นามศิริพงษ์พันธุ์
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และประธานกรรมการที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านคนพิการ
|