|
มารู้จัก NGO กันเถอะ
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในจังหวะเวลานี้เป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจติดตามสถานการณ์การเมือง
รัฐบาลจะมีทางออกอย่างไรกับสถานการณ์บีบรัดทั้งนักวิชาการ คนจน
กดดันให้ยุบสภา ตลาดหุ้นพุ่ง ประชาชนลุกฮือ
ในยามที่มีเหตุการณ์การแสดงพลังของประชาชนในทางการเมือง เรามักจะได้ยินชื่อองค์กรพัฒนาเอกชน
หรือที่เรียกกันว่า NGO ร่วมด้วยหรือเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวเสมอ
การเคลื่อนไหวทั้งของประชาชน นักวิชาการหรือกลุ่มองค์กรต่างๆ
ก็จะเป็นภาพที่แยกไม่ออกว่าใครเป็น NGOในกระบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น
อย่างเช่นในกรณีการล้มการประชาพิจารณ์โครงการท่อก็าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่หอประชุมเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ผ่านมา
ถ้าหากจะเดินไปชี้ตัวว่าคนนั้นเป็น NGO กลุ่มนี้ไม่ใช่ คงไม่ใช่วิธีการที่จะเข้าใจ
NGO อย่างที่ควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตามในการนิยามว่าใคร กลุ่มไหนเป็น
NGO คงต้องอาศัยกรอบที่เป็นสากลมาอ้างอิงน่าจะเป็นแนวทางที่ดี
เพราะองค์กรพัฒนาเอกชนเป็นองค์กรที่มีอยู่ทั่วโลกและมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน
ในการนิยามองค์กรเอกชนนั้น UNDP (United Nation Development
Programe) ได้กล่าวถึงองค์กรเอกชน 2 ลักษณะ คือองค์กรประชาชนและองค์กรที่ไม่อยู่ในภาครัฐ
(Popular Organization และ Non Government Organization) ลักษณะที่สำคัญขององค์กรเอกชนคือ
การเป็นองค์กรรับเงินช่วยเหลือจากแหล่งเงินอุดหนุนไม่ว่าจากภายในหรือต่างประเทศและมีปัจจัยอื่นๆ
คือการอาสาสมัครเป็นที่เป็นผลทางด้านอุดมการณ์เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร
มีระเบียบวาระเป็นของตนในการกำหนดทิศทางและนโยบายเป็นของตนในการกำหนดทิศทางและนโยบายเพื่อมุ่งบริการสาธารณะประโยชน์
จะเห็นว่านิยาม NGO นี้ครอบคลุมความหมายที่กว้างขวางและไม่ได้หมายถึงองค์กรเอกชนที่ดำเนินการด้านอุดมการณ์เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศประการเดียว
เช่น เกี่ยวกับสิทธิมนุษย์ชน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชน
แต่ครอบคลุมด้านอื่นๆ อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ ได้มีการพยายามที่แยกประเภท
NGO ที่มีอยู่มากมายนั้นเป็นกลุ่มเพื่อง่ายต่อการเข้าใจเช่น
IDENGO ( The International Classification of Development NGOs)
ได้มีการจำแนกประเภท NGOs เป็นกลุ่มต่างๆ ตามรูปแบบกิจกรรม อุดมการณ์และเป้าหมายขององค์กร
กล่าวคือ 1.กลุ่มวัฒนธรรมและการฟื้นฟูเช่นที่เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรม
กีฬา ห้องสมุด 2.การศึกษาและวิจัย 3.สุขภาพอนามัย เช่น เกี่ยวกับโรคเอดส์
4.การสังคมสงเคราะห์ เช่น การส่งเสริมรายได้ 5.สิ่งแวดล้อม 6.การพัฒนาและการเคหะ
เช่น การพัฒนาชุมชนการเคหะ 7.กฎหมาย สิทธิมนุษยชนและการเมือง
8.การเชื่อมประสานและการส่งเสริมอาสาสมัคร เช่นองค์กรเครือข่าย
องค์กรข้อมูลข่าวสาร 9.กิจกรรมระหว่างประเทศ 10. ศาสนา 11.องค์กรเพื่อผลประโยชน์
เช่น สมาคมอาชีพต่างๆ กลุ่มผู้หญิงและ 12.อื่นๆ
บทบาทที่หลากหลายตามกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้ในต่างประเทศจึงมีการเรียกชื่อที่แตกต่างกันเช่น
VO (Non-profit Voluntary Organization),CO (Charitable Organization),GO
(Grassoots Organization),CSO (Civil Society Organization),AO
(Associational Organization),PO (Private Organization) เป็นต้น
ในการพิจารณาบทบาท หน้าที่นโยบายและอุดมการณ์ขององค์กรพัฒนาเอกชนในบ้านเราที่ดำเนินกิจกรรมในวาระต่างๆ
นั้นคงต้องเป็นภาระกิจของแต่ละคนที่ต้องศึกษาทำความเข้าใจกันเอาเอง
เพราะแต่ละกลุ่มองค์กรต่างมีอุดมการณ์ นโยบายและขนาดที่แตกต่างกัน
การด่วนสรุปไปในทางใดทางหนึ่งอาจจะเป็นการผิดพลาดได้อย่างไรก็ตาม
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาถึงบทบาทหน้าที่หลักโดยทั่วไปของ
NGO ก็คือ เป็นการดำเนินกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรเป็นและมีอุดมการณ์ที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคประชาชน
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ประชาชน ถูกใช้อ้างได้เสมอ อ้างได้บ่อยๆ
อ้างได้ทุกเรื่อง
สะรอนี ดือเระ
นักศึกษาปริญญาโท สังคมวิทยา มอ.ปัตตานี
|