|
โครงการระเบิดแก่งและขุดลอกแม่น้ำโขง
โครงการระเบิดแก่งและขุดลอกลำน้ำโขง เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาพื้นที่สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ
(Joint Economic Quadrangle) ของสี่ประเทศคือ จีน (ยูนนาน), พม่า, ไทย และลาว
โดยมีการลงนามข้อตกลงร่วมกันในเรื่องการเดินเรือเสรีของทั้งสี่ประเทศเมื่อเดือนมิถุนายน
ปี 2544 โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะปรับปรุงเส้นทางการเดินเรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเพื่อการพาณิชย์
และเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว แต่ถ้าหากมองประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องรอบด้านของโครงการนี้
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนสองฟากฝั่งลำน้ำโขง
และต่อประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้ว จะพบว่ายังมีหลายประเด็นที่สำคัญๆที่ถูกละเลยและมองข้าม
การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และการศึกษาผลกระทบของโครงการไม่ได้ครอบคลุมถึงผลกระทบสำคัญๆที่จะเกิดขึ้นกับระบบนิเวศวิทยาของลำน้ำโขง
วงจรชีวิตและที่อยู่อาศัยของพันธุ์ปลาในลุ่มน้ำ และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพิงลำน้ำ
ในขณะเดียวกัน ผลเสียหายโดยรวมต่อประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนล่างก็ยังคงเป็นคำถามใหญ่ที่ผู้รับผิดชอบโดยตรงหลายฝ่ายยังไม่สามารถตอบคำถามได้
เดินเรือเสรีเพื่อการค้าเสรี
ที่ผ่านมา ประเทศจีนเป็นตัวหลักในการประสานงานกับอีกสามประเทศในเขตลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน
คือ พม่า ไทย และลาว โดยจีนได้สนับสนุนงบประมาณ 5.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ
200 ล้านบาท เพื่อทำการสำรวจพื้นที่และออกแบบโครงการ โดยมีการวางแผนโครงการออกเป็นสองระยะใหญ่ๆ
คือ ใน ระยะแรก จะทำการขุดลอกสันดอนและระเบิดแก่งในฤดูแล้ง โดยจะใช้เวลา
2 ปี ใน ระยะที่สอง จะดำเนินการควบคุมและปรับปรุงลำน้ำ ซึ่งแบ่งออกเป็นสามระยะ
โดยระยะที่หนึ่งนั้น เพื่อให้เรือขนาด 100 ตันสามารถแล่นผ่านได้ตลอดทั้งปี
จากปกติที่เรือ 100 ตันสามารถเดินเรือได้สะดวกในช่วงฤดูน้ำหลากเท่านั้น ในระยะที่สอง
เรือขนาด 300 ตันสามารถแล่นได้เกือบตลอดทั้งปีภายในปี 2548 และระยะสุดท้ายจะปรับปรุงลำน้ำให้เรือขนาด
500 ตันแล่นได้เกือบตลอดทั้งปีภายในปี 2550
สำหรับในระยะแรกของโครงการ จะทำการระเบิดแก่งและขุดลอกลำน้ำโขงเป็นระยะทาง
331 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากแม่น้ำหลานซาง หรือแม่น้ำโขงตอนบนบริเวณพรมแดนจีน-พม่า
ถึงบ้านห้วยทราย ประเทศลาว เป็นระยะทาง 331 กิโลเมตร (และระยะต่อไปคือ ระหว่างซือเหมาของจีน
พม่า ลาวและไทย ไปจนถึงหลวงพระบางเป็นระยะทาง 886 กิโลเมตร เพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าและเรือท่องเที่ยวขนาด
300-500 ตัน สามารถแล่นผ่านได้อย่างสะดวก) โดยตามแผนทั้งหมดที่วางไว้นั้น
จะมีแก่งที่ต้องระเบิดทั้งหมดมากกว่า 100 แก่ง และสันดอนอีกกว่า 50 แห่ง
ส่วนการขุดลอกลำน้ำนั้นจะทำให้ลำน้ำมีความลึก 3 เมตรเป็นอย่างต่ำ
มีการรายงานความคืบหน้าของโครงการในขณะนี้ว่า รัฐบาลจีนได้มีการระเบิดแก่งต่างๆในเขตประเทศจีน
และตรงรอยต่อของพรมแดนพม่ากับลาวไปแล้ว ส่วนในเขตประเทศไทย มีการวางแผนที่จะระเบิดแก่งในบริเวณอ.เชียงแสน,
อ.เชียงของ และอ.เวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ทั้งหมด 13 จุด ประมาณปลายปีนี้แล้ว
แต่โครงการนี้ยังเป็นที่รับรู้ของคนจำนวนน้อยมาก แม้กระทั่งชาวบ้านตามชุมชนลำน้ำโขงตอนบนของประเทศไทย
ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ มีเพียงบางคนเท่านั้นที่เพิ่งจะทราบข่าวเมื่อปีนี้เอง
ทั้งๆที่มีความเป็นไปได้อย่างมากว่า โครงการนี้จะสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศของลำน้ำโขง
ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งวางไข่ของปลา รวมถึงวิถีชีวิตของชุมชนในลุ่มน้ำโขงทั้งหมด
ลำน้ำโขง ลำน้ำชีวิต
แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่ของโลก
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแม่น้ำโขงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง
เป็นรองแต่เพียงแม่น้ำอะเมซอนในอเมริกาใต้ ซึ่งปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ในลุ่มน้ำโขงมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงในวิถีชีวิตของประชาชนกว่า
60 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำโขง เพราะฉะนั้นการระเบิดทำลายเกาะแก่งตามธรรมชาติในลำน้ำโขง
จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของลำน้ำ และคุกคามต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงของวิถีชีวิตชุมชนในลุ่มน้ำนี้อย่างแน่นอน
โครงการระเบิดแก่งและขุดลอกแม่น้ำโขง จะทำให้ระบบนิเวศของลำน้ำทั้งหมดต้องเปลี่ยนแปลงไป
สภาพเกาะแก่งที่การศึกษาของโครงการระบุว่าเป็น แก่งอันตราย และหินโสโครก
แต่ในทางนิเวศวิทยานั้น ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความหลากหลายทางชีวภาพของพันธุ์พืชน้ำและสัตว์น้ำในลำน้ำโขง
เพราะแก่งเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชน้ำที่เป็นอาหารทั้งของปลาและของคน
นอกจากนี้ วงจรชีวิตและการอยู่รอดของปลาในแม่น้ำโขงต้องพึ่งพาการไหลตามฤดูกาลของน้ำในแม่น้ำ,
ต้องพึ่งพาแก่ง, แอ่งลึก, และพื้นที่ชุ่มน้ำในลำน้ำที่จะรองรับการอพยพ ใช้เป็นแหล่งอาศัย
แหล่งหลบภัย วางไข่และผสมพันธุ์ รวมทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญต่อการขยายพันธุ์อีกด้วย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แก่งต่างๆตามลำน้ำเหล่านี้มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของแหล่งประมงลุ่มน้ำโขง
รวมถึงคนที่ต้องพึ่งพาแหล่งประมงในเรื่องอาหารและความมั่นคงในการดำรงชีพ
นอกจากนั้น การที่เกาะแก่งตามธรรมชาติหายไป จะทำให้การไหลของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงไป
เนื่องจากโดยทางธรรมชาติ ดอน แก่ง และแง่งหินในลำน้ำ จะเป็นตัวช่วยควบคุมกระแสน้ำและทิศทางการไหลของน้ำในแม่น้ำโขง
แก่งจะทำหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากในหน้าฝน และช่วยป้องกันและลดทอนการพังทลายของชายฝั่งอีกด้วย
สิ่งที่ชาวบ้านตามชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขงในประเทศไทยพูดเป็นเสียงเดียวกัน
เมื่อทราบข่าวว่าจะมีการระเบิดแก่งก็คือ วิถีชีวิตของชุมชนที่พึ่งพิงลำน้ำโขงจะตกอยู่ในภาวะวิกฤต
และล่มสลายไปในที่สุด เพราะการระเบิดแก่งและปรับปรุงลำน้ำจะทำลายแหล่งหาปลาของชาวบ้าน
ทำให้ภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัวฝืดเคือง และมีความเป็นอยู่ยากลำบากขึ้น
และแม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีการระเบิดแก่งในพื้นที่ประเทศไทย แต่ชาวบ้านริมฝั่งลำน้ำโขงของไทยได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว
ในขณะนี้ โครงการปรับปรุงเส้นทางการเดินเรือในแม่น้ำโขงได้เริ่มระเบิดเกาะแก่งตามลำน้ำในเขตประเทศจีนแล้ว
ชาวบ้านที่อ.เชียงของ และอ.เวียงแก่น เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของลำน้ำ เช่น
มีดินตะกอนพัดพามามากขึ้น สังเกตเห็นได้เลยว่า น้ำโขงที่เชียงของขุ่นมาก
และระดับน้ำก็ขึ้นๆลงๆไม่ตรงตามฤดูกาล การเปลี่ยนแปลงตรงนี้ได้กระทบกับวิถีชีวิตของคนหาปลาเป็นอย่างมาก
ลำพังการเดินเรือสินค้าในขณะนี้ ที่มีเรือสินค้าไทย-ลาวขนาด 50 ตันวิ่งผ่านในเขตเชียงของ
เวียงแก่น ก็ถือว่าส่งผลกระทบกับการหาปลาอยู่แล้ว เพราะเรือสินค้าขนาดใหญ่มักจะทำให้เรือหาปลาพลิกคว่ำ
และสร้างคลื่นขนาดใหญ่ที่ยากลำบากต่อการหาปลา ถ้าหากเรือขนาดใหญ่ถึง 100-500
ตันที่จะแล่นผ่านในอนาคตหากโครงการนี้สำเร็จ ทั้งปลาและเรือหาปลาก็คงหายไปหมด
นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา จากโครงการแม่น้ำและชุมชน กล่าว
นอกจากการหาปลาที่เป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนลำน้ำโขงแล้ว รายได้เสริมที่เป็นกอบเป็นกำจากการทำเกษตรก็จะสูญหายไปเช่นกัน
ไก หรือสาหร่ายน้ำจืดที่เป็นอาหารของคนและปลา และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของชุมชนริมฝั่งโขง
ก็จะถูกผลกระทบอย่างชัดเจน ชาวบ้านบอกว่า พวกเขาจะเก็บไกตามก้อนหิน และแก่งหินในแม่น้ำโขงบริเวณที่น้ำมีความลึกไม่มาก
และแสงแดดส่องถึง ซึ่งน้ำจะต้องมีความใส และมีคุณภาพดี นอกจากนี้ ชาวบ้านยังวิตกกังวลว่า
พวกเขาจะต้องสูญเสียพื้นที่การทำเกษตรริมตลิ่งสองฝั่งแม่น้ำโขงไป เพราะนอกจากน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากโดยไม่มีแก่งเป็นตัวชลอ
จะทำให้ริมตลิ่งเกิดการพังทลายแล้ว ในอนาคตทางราชการมีโครงการสร้างถนนเลียบริมฝั่งโขงอีกด้วย
ฉะนั้น ในอนาคต แหล่งอาหารและแหล่งรายได้ที่สำคัญเหล่านี้จะสูญหายไปในที่สุด
กระบวนการไม่โปร่งใส ไร้ประชาพิจารณ์
หากพิจารณากระบวนการการดำเนินการของโครงการนี้จะพบว่า การลงนามข้อตกลงให้ความร่วมมือในแผนการพัฒนาลำน้ำโขงเพื่อการพาณิชย์และการท่องเที่ยวนี้เป็นไปอย่างไม่โปร่งใส
เพราะชุมชนที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงไม่ได้เข้าไปอยู่ในกระบวนการรับรู้ และแสดงความคิดเห็นใดๆ
การตัดสินใจดำเนินการโครงการไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญปี 2540 ได้ระบุไว้ในมาตรา
46 ว่าชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการใช้และจัดการทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนของตน
นอกจากนี้การทำรายงานผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการก็มิได้ครอบคลุมถึงประเด็นทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญๆ
และละเลยสิทธิชุมชนหลายๆ ด้าน เช่น สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ
สิทธิในการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจว่าโครงการนี้มีประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างแท้จริงหรือไม่
ท้ายที่สุด เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบความจำเป็นของโครงการ กับผลได้กับผลเสียที่ประเทศไทยจะได้รับ
จะเห็นว่าโครงการระเบิดแก่งยังไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างชัดเจน การประโคมข่าวว่าโครงการจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านการค้าและการท่องเที่ยวของไทย
ดูจะเป็นข้อถกเถียงที่ชาวบ้านยังคลางแคลงใจ
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า โครงการนี้มีประเทศจีนได้ผลประโยชน์ฝ่ายเดียว
เพราะเมื่อเรือจากจีน 300-500 ตัน สามารถแล่นผ่านเชียงของไปถึงหลวงพระบาง
ประเทศไทยก็สูญเสียการค้าที่มีอยู่ในขณะนี้ และจีนจะเจาะตลาดเข้ามาแทนที่ไทย
ในขณะนี้เรือสินค้าจากจีนก็มาถึงเชียงแสนก็เพียงพออยู่แล้ว และถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าโครงการนี้ไม่มีความจำเป็น
เพราะประเทศไทยจะต้องสูญเสียตลาดการค้าที่สำคัญให้จีน ยิ่งกว่านั้น เราจะต้องสูญเสียแม่น้ำโขง
สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของคนในชุมชนริมฝั่งโขงไปโดยไม่มีวันเรียกกลับมาได้
|