โครงการเขื่อนในประเทศจีน

จีนยังเดินหน้าสร้างเขื่อนใหญ่
- ในขณะที่ประเด็นการสร้างเขื่อนใหญ่เป็นประเด็นถกเถียงไปทั่วโลก และมีการยอมรับกันว่า ในอดีตที่ผ่านมา เขื่อนขนาดใหญ่เป็นนวัตกรรมที่สร้างความหายนะให้กับมนุษยชาติในระยะยาวมากกว่าผลประโยชน์ที่ได้รับ โดยเฉพาะในแง่ของการเปลี่ยนวิถีชีวิตของแม่น้ำ และของผู้คนที่มีชีวิตโดยอาศัยแม่น้ำในการดำรงชีวิต
- อย่างไรก็ตาม ประเทศจีน เป็นประเทศหนึ่งที่ยังมุ่งหน้าสร้างเขื่อน ด้วยเหตุผลทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
- ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์และบทเรียนในประเด็นรับผลกระทบจากเขื่อนมาไม่น้อย การเคลื่อนไหวในประเด็นเขื่อนใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดี การเคลื่อนไหวในระยะหลังจากการเปิดประเทศ และปรับระบบเป็นการค้าแบบทุนนิยม ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในช่วงก่อนการปราบปรามนักศึกษา ประชาชนในปี 2532 ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน คือการเคลื่อนไหวในกรณีเขื่อนทรีกอดจ์ (Three Gorges) บนแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่ยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก
- เขื่อน Three Gorges เริ่มสร้างเมื่อปี 1986 และคาดหวังว่าจะใช้เวลา 18 ปีในการสร้าง หากสร้าง เสร็จ จะกลายเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือจะผลิตไฟฟ้าจำนวน 20,000 เมกกะวัตต์ เขื่อนแห่งนี้จะเปลี่ยนสภาพแม่น้ำนี้ให้เป็นเส้นทางเดินเรือลงทะเล และรัฐบาลจีนประกาศว่าเขื่อนนี้จะป้องกันปัญหาน้ำท่วมให้คนหลายล้านคนที่อาศัยอยู่ในเขตตอนกลางและตอนล่างของแม่น้ำ
- อย่างไรก็ตาม การสร้างเขื่อน Three Gorges จะทำให้คน 1.2 ล้านคนต้องอพยพโยกย้าย พื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่เกษตรที่สมบูรณ์จำนวนจำนวน 2 แสนไร่จะหายไปในพื้นที่อ่างน้ำของเขื่อนที่มีความยาวถึง 600 กิโลเมตร เขื่อน Three Goreges จึงสร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนและรัฐบาลท้องถิ่น นักวิชาการและผู้ที่คัดค้านการสร้างเขื่อนนี้ พยายามเสนอประเด็นคัดค้านว่า ความเสียหายที่แน่ชัดเสียหายต่อการใช้แม่น้ำในพื้นที่ที่ครอบคลุมไปถึง 14 ตัวเมือง จะไม่สามารถประเมินได้ และเขื่อนจะไม่สามารถบรรลุการป้องกันน้ำท่วมในเขตตอนกลางและตอนล่างได้ แต่กลับจะสร้างมีปัญหาน้ำท่วมที่ร้ายแรงในเขตตอนบนของแม่น้ำ ทำให้ทั้งพื้นที่เกษตร หมู่บ้าน และสถานที่ทางประวัติศาสตร์จำนวนมหาศาลสูญเสียไป
- หลังจากการปราบปรามที่จตุรัสเทียนอันเหมิน กระบวนการต่อสู้เรื่องเขื่อนเรื่องเขื่อนภายในประเทศจีน มีความยากลำบากอย่างยิ่ง ผู้นำการเคลื่อนไหวถูกจับกุมคุมขังและถูกเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม กระบวนการเรียกร้องยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะในประเทศที่ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนในการสร้าง เช่นในประเทศแคนาดา ที่ภาคประชาสังคม เรียกร้องความรับผิดชอบต่อรัฐบาลของตน ซึ่งเป็นผุ้จ่ายเงินภาษีของประเทศถึง 14 ล้านเหรียญ สำหรับการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้าง โดยมีธนาคารโลกให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

เขื่อนในเขตแม่น้ำโขงตอนบน (แม่น้ำลานซาง)
- ประเทศจีนมีแผนสร้างเขื่อนจำนวน 8 เขื่อนในทางตอนบนของแม่น้ำโขง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อใช้ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เขื่อนแมนวาน (Manwan) สร้างเสร็จเป็นเขื่อนแรกเมื่อปี 2539 ในปีเดียวกันนั้น ได้เริ่มสร้างเขื่อนดาเชาชาน (Dachaochan) ถัดมาในปี 2544 รัฐบาลยูนนานสร้างเขื่อนเซียววาน (Xiaowan) สำหรับเขื่อนอื่นๆ อยู่ในระหว่างการวางแผนเช่นเขื่อนจิงฮอง (Jinghong) เขื่อนนัวซาดู (Nuozhadu) เขื่อนกองกัวเคียว (Gongguoqiao) เขื่อนกันลันบา (Ganlanba) และเขื่อนเมงซอง (Mengsong)

บทบาทประเทศไทยและผุ้สนับสนุนการสร้างเขื่อน
- แม้ว่ารัฐบาลจีน โดยธนาคารพัฒนาจีน (China Development Bank: CDB) จะดำเนินการหาเงินเพื่อสร้างเขื่อน แต่ก้ได้รับการสนับสนุนในหลายด้านจากหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย
- รัฐบาลไทยและจีนทำสัญญาร่วมกันในการสร้างเขื่อนจิงฮองขนาด 1,500 เมกกะวัตต์ และกำลังต่อรองกันเรื่องการรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนนัวซาดู
- บริษัทต่างประเทศ เข้าไปมีส่วนในการระดมทุนในการสร้างเขื่อน เช่นบริษัทจากอเมริกา
- ธนาคารพัฒนาเอเชีย ให้เงินกู้เพื่อสร้างสายส่งไฟฟ้าของเขื่อนนาเชาชาน

ปัญหาในกระบวนการสร้างเขื่อนของจีน
- การดำเนินการไม่โปร่งใส เนื่องจากไม่มีการปรึกษาหารือกับประเทศทางตอนล่าง โดยเฉพาะประชาชน ผู้ใช้แม่น้ำโขงโดยตรงทำให้ไม่มีการตั้งคำถาม หรือตรวจสอบกระบวนการสร้างเขื่อน การที่จีนไม่ใช่สมาชิกคณะกรรมการแม่น้ำโขง ยิ่งช่วยให้จีนสามารถใช้ความเป็นเอกเทศดำเนินการต่างๆ โดยลำพัง
- การศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างเขื่อนในเขตจีน ไม่ปรากฏว่ามีการศึกษาความเป็นไปได้ และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมของประเทศทางตอนล่าง

ปัญหาสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมจากการสร้างเขื่อน
- เปลี่ยนวงจรการไหลของน้ำ กระแสน้ำและปิดกั้นการพัดพาของตะกอนในแม่น้ำ เป็นการเปลี่ยนสภาพทางนิเวศน์วิทยาของแม่น้ำอย่างสุดโต่ง และจะมีผลกระทบโดยตรงกับการใช้แม่น้ำของประชาชนในประเทศจีนเอง และต่อประเทศในตอนล่าง คือพม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียตนาม
- การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด จะมาจากการเปลี่ยนแปลงการไหลของน้ำ และวงจรการขึ้นลงของกระแสน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเกษตร และการประมง ที่เป็นหัวใจสำคัญของการใช้แม่น้ำโขง
- หากมีการสร้างเขื่อนจำนวนมากในจีน จะมีปัญหารุนแรงเกิดขึ้นจากเขื่อนอื่นๆ กับประเทศทางตอนล่างของแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน การเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนของเขื่อนต่างๆ จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดน้อยลง มีผลกระทบกับการเดินทาง และการวางไข่ของปลา ในขณะเดียวกัน การปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในฤดูแล้ง จะเพิ่มระดับน้ำในแม่น้ำให้มากกว่าธรรมชาติ การทำการเกษตรริมฝั่งและเขตพื้นที่น้ำท่วมถึงของประเทศทางตอนล่าง ซึ่งมีความหลากหลาย และพึ่งพาระบบน้ำท่วมตามธรรมชาติ ก็จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง นอกจากนั้น เขื่อนยังจะเก็บกักตะกอนของแม่น้ำซึ่งทำให้พื้นที่เกษตรอุดมสมบูรณ์ และเป็นประโยชน์กับปลา ไม่ให้ไหลลงไปยังประเทศทางตอนล่างตามธรรมชาติ แต่จะทับถมอยู่ในเขื่อนต่างๆ แทน
- ถึงแม้ว่าประชาชนจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเขื่อนในจีน แต่ในช่วงเดียวกันกับที่เขื่อนแมนวานสร้างเสร็จและเริ่มเก็บกักน้ำ ประชาชนในเขตอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตั้งข้อสังเกตว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำลง น้ำขุ่น และการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลงไป ความเสียหายที่เห็นได้ชัด และมีผลกระทบโดยตรงกับรายได้ของชาวบ้านคือการที่สาหร่ายน้ำจืด หรือไก ซึ่งเป็นพืชที่ชาวบ้านเก็บขายน้อยลงมาก เนื่องจากไกต้องการน้ำสะอาด และไหลอย่างสม่ำเสมอ
- ดร. ไทสัน โรเบิร์ต จากสถาบันวิจัยเขตร้อนสมิธโซเนียน สหรัฐอเมริกา กล่าวว่าการสร้างเขื่อนในจีน จะทำให้ระบบการอุทกศาสตร์ของทะเลสาปเขมร “เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง” เนื่องจาก ในหน้าฝน น้ำจากแม่น้ำโขงจะหนุนให้ระดับน้ำในทะเลสาปเขมรสูงขึ้น และท่วมเป็นบริเวณกว้าง กลายเป็นแหล่งจับปลาน้ำจืดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และในฤดูแล้ง น้ำจากทะเลสาปเขมรจะไหลลง กลับสู่สายน้ำโขง การสร้างเขื่อนจะทำให้กระแสน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติ แต่กลับมีปริมาณการท่วมแช่ขังอยู่ตลอดปี

 

โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ (Project for Ecological Recovery : PER) และโครงการฟื้นฟูนิเวศวิทยาในภูมิภาคอินโดจีนและพม่า (Towards Ecological Recovery and Regional Alliance : TERRA)
409 ซอยโรหิตสุข ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 โทร. 02-691-0718-20, แฟกซ์ 02-691-0714
E-mail: terraper@ksc.net.th
Website: http://www.terraper.org