พรบ.ป่าชุมชน
บทโต้แย้งมุมมอง ชัยพันธ์ ประภาสะวัต
ปลายปีที่แล้ว ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้อง พ.ร.บ.ป่าชุมชน ได้จัดกิจกรรม
เดินธรรมยาตรา จาก เชียงใหม่ สู่กรุงเทพฯ อย่างอดทนและยาวนาน รวมระยะเวลากว่า
30 วัน เพื่อรณรงค์และเข้ามาร่วมเคลื่อนไหวร่วมกับพี่น้องเครือข่ายป่าและอื่นๆ
เป้าหมายคือ การคงเจตนารมณ์เดิมของ พ.ร.บ.ป่าชุมชน และตัดถ้อยคำบางคำ ที่กีดกันสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรออกไป
โดยเฉพาะ คำว่า เขตอนุรักษ์พิเศษ ซึ่งนำมาสู่ข้อพิพาทและการกระทบกระทั่งกัน
ข้อเสนอฝ่ายประชาชน คือไม่ต้องการเปลี่ยนหลักการ และเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยนำถ้อยคำ
เรื่องพื้นที่อนุรักษ์พิเศษมาแทรกไว้ใน พ.ร.บ.ป่าชุมชน ฉบับประชาชน แต่เสนอให้
ร่าง พ.ร.บ.ขึ้นใหม่ฉบับของรัฐ หรือของกระทรวง ต่างหากออกไป
สถานการณ์เข้มข้นถึงขั้นเผชิญหน้ากัน ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุน พ.ร.บ.เดิม
กับกลุ่มที่สนับสนุน ฝ่ายการเมือง ทำให้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ออกโรงตอบโต้ผ่านรายการ ถึงลูกถึงคน ว่ามีงานวิจัย มีข้อมูล ว่าชุมชนที่อยู่กับป่นั้น
สร้างปัญหาเมื่อประชากรมาก และการจัดการป่าแล้วยั่งยืนได้จริงมีไม่ถึง 20%
รวมทั้งทำลายระบบนิเวศอีกด้วย
ฝ่าย แกนนำด้านวิชาการ ที่สนับสนุน พ.ร.บ.เดิม อย่าง
อ.ชัยพันธ์ ประภาสะวัต ผู้อำนวยการสถาบันสิทธิชุมชน ก็ออกมาตอบโต้ทันควันผ่าน
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ พร้อมข้อมูลงานและข้อโต้แย้ง กรณี นายยุงยุทธ ติยะไพรัช
วิจารณ์ ว่า ความคิดเห็นนั้น เกิดจากรัฐมนตรีไม่มีความรู้จริง ยังไม่อ่านและไม่ได้ศึกษางานวิจัยให้รอบคอบครอบคลุม
ว่าการอยู่อาศัยและทำกินในเขตป่าของชุมชน นั้น คือการจัดการที่ยั่งยืนและรัฐ
ต้องสนับสนุนผลักดันกฎหมายเพื่อ คงเจตนารมณ์เดิม
รัฐมนตรีบ้านเรานั้นพูดไม่รู้เรื่อง ประเด็นประชากรในป่ามันลดลง
เพราะว่ามันลงจากเขามาแล้วไม่กลับขึ้นไป ไปถามคนอยู่กับป่าอย่างคนม้ง ว่า
เขาอยู่มาเป็นร้อยๆ ปี นั้น พื้นที่เขาเพิ่มขึ้น หรือเปล่า พื้นที่มันลดลง
แต่ป่าเพิ่มขึ้น ทำไมรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องนี้
ผมอยากถามว่า กฎหมายป่าอนุรักษ์พิเศษ มันมีนิยามไว้ในกฎหมายฉบับใด ได้เคยนิยามไว้หรือยัง
แล้วพื้นที่อนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มันเข้มงวดสำหรับผู้คนมากพอหรือยัง
จับหินก็ไม่ได้ จับอะไรก็ไม่ได้ คนอยู่ก็ไม่ได้ มันห้ามคนอยู่ อยู่แล้ว ก็ไม่สามารถรักษาป่าไว้ได้
ใช่ไหม
วันนี้รัฐบาลกำลังเบนประเด็น ไปอ้างพื้นที่ไข่แดง
พื้นที่พิเศษ ทำไมไม่ออกกฎหมายใหม่ หล่ะ ? ทำไมต้องเอามายัดไว้ใน พ.ร.บ.ป่าชุมชน
เกี่ยวกับเรื่องพื้นที่พิเศษ คนละเรื่อง คนละเจตนารมณ์กัน ถ้าท่านอยากจะอนุรักษ์
ท่านต้องไปออกกฎหมายใหม่ ว่าท่านจะมีพื้นที่อนุรักษ์พิเศษ พื้นที่ป่าอนุรักษ์
พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ท่านไปแก้กฎหมายใหม่ของท่าน อย่ามาแก้กฎหมายใหม่ของประชาชน
ซึ่งท่านไม่เคยรู้เรื่องเลย
พรรคไทยรักไทยเอง
ยืนยันจะสนับสนุนร่างนี้มาตั้งแต่ต้น เคยบอกว่าจะให้เป็นของขวัญพี่น้อง ถ้าเลือกไทยรักไทย
2 เที่ยว ก็โกหก ทั้ง 2 เที่ยว เขตอนุรักษ์พิเศษนี้ ไม่สมควรจะเอามาปนกับ
พ.ร.บ.ป่าชุมชน ถ้าท่านจะเอา ก็ไปร่างกฎหมายใหม่ จะเป็นกฤษฎีกา หรืออะไรก็เรื่องของท่าน
ผมคิดว่าท่านไม่เข้าใจกฎหมาย มาอยู่กระทรวงนี้ เอานักวิชาการที่ไหนก็ไม่รู้
ดอกเตอร์ ไม่กี่คน 100 กว่าคน เท่านั้นเอง แต่คนที่สนับสนุน พ.ร.บ.ป่าชุมชน
เป็นอาจารย์ 1,700 กว่าคน มีหลักฐานด้วย กับไอ้ 100 กว่าคนดูซิ ใครจะมีภูมิปัญญามากกว่ากัน
มีงานวิจัยป่าชุมชน ชัดเจนว่า คนอยู่กับป่าได้ ทุกๆ ระบบนิเวศ แต่ถ้าท่านโง่ตามฝรั่ง
บอกว่า ป่าต้องเป็นป่า คนห้ามไปอยู่ ไปดูป่าอนุรักษ์พิเศษของอเมริกา ห้ามคนไปแตะต้องเลย
ไฟไหม้ 2 เดือนยังไม่จบ หมดไป 20 ล้านไร่ ไม่เหลืออะไรให้คนเลย เหลือแต่ตอไม้
จะเอาแบบนั้นไหม
คนอยู่กับป่าได้เพราะว่าป่าที่อยู่ทุกวันนี้ คนมันดูแล และเราเองก็ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้
คือทำแนวกันไฟป่า ภูเขาต่อภูเขา ลูกต่อลูกที่เชื่อมโยงกัน มันจึงเหนือกว่า
พิเศษกว่า อยู่ทุกวันนี้
เพราะมีคนอยู่ คนก็ต้องดูแล ไม่งั้นมันไหม้บ้านตัวเอง แต่เมื่อไหร่ที่ไม่มีคนอยู่
ก็ไม่มีคนจัดการ แล้วรัฐเองก็ไม่มีเจ้าหน้าที่เพียงพอ ที่คุณอ้างว่า 20 ล้านไร่นั้นได้
ดังนั้น พ.ร.บ.ป่าชุมชน ถ้าให้มีเขตอนุรักษ์พิเศษขึ้นมาได้
ก็อย่ามีเลยดีกว่า เพราะเขตพิเศษนี้ มันกลายเป็นว่า อพยพคนออกจากพื้นที่ป่าได้
มันเป็น พ.ร.บ. ที่ทำร้ายคน ไม่ใช่ส่งเสริมให้คนอยู่กับป่า มันขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย
เพราะฉะนั้นการแก้ของวุฒิสภาชิกก็ดี กรรมาธิการร่วมก็ดี เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อเจตนารมณ์
ไม่สามารถทำได้
เพราะไปแก้ในสาระสำคัญ ที่ถือว่าเป็นหัวใจของ พ.ร.บ.นี้เลย ซึ่งท่านรัฐมนตรีไม่เข้าใจว่าหัวใจมันอยู่ตรงไหน
สาระมันอยู่ตรงไหน นายชัยพันธ์ อธิบาย และโต้แย้งเรื่องงานวิจัยของนักวิชาการฝ่ายรัฐว่า
การที่ท่านรัฐมนตรีออกมาพูด
ว่ามีชาวบ้านรักษาป่าดีๆ แค่ 20% ไม่ดี 80% ผมถามว่า ถ้ามีมากกว่านั้น ท่านจะรับผิดชอบไหม
พูดโดยไม่มีหลักฐานอ้างอิง ไม่มีงานวิจัยรองรับ ไปเอามาจากไหน มาพูดว่า เขาดูแค่
20% ผมจะเถียงว่าเขาดูมากกว่า 20% ท่านจะกล้ามาเถียงกับผมไหม ถ้าเกิน 20%
รัฐมนตรีจะกล้าลาออกจากตำแหน่งไหม ท่านพูดมั่ว ไม่มีข้อมูล
ทำไมไม่เอาตัวอย่าง ของคนกลุ่มเล็กๆ ที่ดีๆ ให้คนกลุ่มใหญ่ได้ศึกษา เรียนรู้
เพื่อที่จะได้ดูแลป่าร่วมกัน ท่านว่าคนกลุ่มใหญ่ไม่ดี อย่างนั้น กลุ่มเล็กๆ
ก็ต้องไม่ดีเหมือนคนกลุ่มใหญ่กระนั้น หรือ ??
เรื่องงานวิจัยความหลากหลาย ผมว่าตัวท่านเองก็ไม่รู้จริง
ตรงไหนจุลินทรีย์อยู่ตรงไหน แบ็คทีเรียอยู่ตรงไหน ท่านไม่รู้จริง เพราะวันนี้มันก็มีอยู่ทั่วไป
ขุดดินในกรุงเทพฯมาดู ก็มีแบ็คทีเรีย ก็มีจุลินทรีย์
แล้วใครที่ทำลายป่าก่อน บ้านผมอยู่ปทุมธานีก็เป็นป่ามาก่อน แล้วก็มาตัดทิ้งหมด
ไม่เหลืออะไร แล้ววันนี้ ป่าที่เหลืออยู่ก็มาบอกว่า ต้องรักษาระบบนิเวศไว้
ผมก็เห็นด้วย แต่คุณอย่ามาอ้างแบ็คทีเรีย จุลินทรีย์อยู่ไหน ชี้ได้ไหมว่า
ตรงไหนควรจะเก็บไว้
มนุษย์เป็นหนึ่งส่วนของธรรมชาติ มนุษย์มีทั้งทำลายและส่งเสริม
แต่มนุษย์ไม่ได้หลีกออกจากวงจรธรรมชาติ เมื่อไหร่ที่คุณตัดวงจรของคุณออกจากธรรมชาติ
มันก็จะฉิบหาย ธรรมชาติลำพังตัวเองก็อยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีมนุษย์ช่วยดูแลจัดการด้วย
แต่เรื่องมั่นคงยั่งยืน มันก็ต้องใช้มันสมองของคนด้วยในการเข้าไปจัดการ
สหรัฐอเมริกาเก่งมาก ไปถึงดวงจันทร์ หรือดาวดวงไหนก็ได้ แต่ไม่เคยดับไฟป่า
จึงดับไม่เป็น ม้งมานั่งหัวเราะ วิธีดับไฟป่า มันบอกว่าเอาระเบิดนาปาล์มไปทิ้งบนเขาอีกลูกหนึ่ง
แล้วเอาแถวแทรกเตอร์ไถเสีย ไฟมันไหม้มาถึงเขาอีกลูกหนึ่ง มันก็ดับเอง น้ำไม่สามารถดับไฟป่า
20 ล้านไร่ได้หรอก แต่ภูมิปัญญาของม้ง บอกว่าดับได้ ง่ายนิดเดียวเดี๋ยวไปดับให้ดู
ในขณะที่ภูมิปัญญาอเมริกาดับไฟป่า 2 เดือน ยังดับไม่ได้ ดับไม่เป็น แล้วเราเสือกไปตามมัน
นี่คือความโง่ของคนที่ส่งไปเรียนเมืองนอก ไม่ยอมเชื่อภูมิปัญญาของคนในบ้านตัวเอง
นายชัยพันธ์กล่าว ก่อนที่จะวิจารณ์สรุปถึง ข้อกล่าวหาจากฝ่ายการเมืองและฝ่ายรัฐ
เกี่ยวกับการแทรกแซงพ.ร.บ.ป่าชุมชน ฉบับร่างเดิมนี้ว่า
คนที่เขาบอกว่าจำนวนประชากรมากขึ้น
หรือปริมาณคนเยอะขึ้น ก็จะทำลายป่ามากขึ้น ถ้าท่านศึกษาหน่อยท่านจะทราบว่าวันนี้
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วิกฤติเรื่องแรงงาน เพราะคนมีลูกน้อยลง วันนี้มีงานวิจัยของ
ดร.เตียง ผาดไธสง ไปอ่านดูได้ บอกชัดเจนว่า ประชากรไทยกำลังเพิ่มอย่างลดลง
อย่างน่าใจหาย นั่นคือไม่สามารถทดแทนตนเองได้ ปกติ พ่อแม่ 2 คน ควรมีลูก
2 คน แต่นี่โดยเฉลี่ยแล้วคนไทยมีลูกแค่ 1.8 คน หรือถึง 1.6 คน ซึ่งต่ำลงเรื่อยๆ
แค่คนครึ่งเท่านั้นเอง มันทดแทนได้ แต่ถ้าทดแทนไม่ได้มันเกิดอะไรขึ้น เวลาของคนที่ดูแลครอบครัวแบบผัวเดียวเมียเดียว
แต่ต้องมาดูแลปู่ย่า ตายาย 2 ฝ่ายนี่ตายแน่ ภาระอันนี้สังคมจึงถูกทอดทิ้ง
คนแก่ถูกทอดทิ้ง แรงงานจึงต้องเอาต่างชาติเข้ามา เพราะประชากรเราไม่พอ จะสร้างชาติต่อไปแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าอนุรักษ์ ที่เหลืออยู่ ประชากรไม่ได้เพิ่มขึ้นจนมากกว่าจะดูแลป่าได้
มีงานวิจัยเมื่อ 40 ปีก่อน พูดเหมือนท่านรัฐมนตรีพูดว่า คนเพิ่มขึ้น ป่าจะหมดไป
แต่พอเวลา 40 ปี ผ่านมา มีงานวิจัยกลับไปซ้ำอีก ว่าเป็นความจริงเหมือนงานวิจัยหรือไม่
ผลปรากฏว่าไม่เป็นความจริง
คนที่อยู่ในป่าไม่ได้ทำลายป่าเพิ่ม จะอยู่ใน 20% 30% ไหนก็แล้วแต่ กลับดูแลป่าจนเพิ่มขึ้น
และที่อยู่อาศัย ที่ทำกินของตัวเองกลับลดลง มีงานวิจัยรับรองไว้เล้ว ท่านรัฐมนตรีเอง
ที่ไม่เคยอ่านงานวิจัย ที่เขาทำไว้แล้ว เพราะฉะนั้น ท่านมั่วเอง ที่เอาสิ่งที่ไม่เป็นความจริงไปพูดในที่สาธารณะ
ผมพร้อมที่จะยืนยันและเอานักวิชาการเรื่องนี้ มาเจอกับนักวิชาการของท่าน
ที่ไหนก็ได้
เพราะวันนี้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ คือ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในป่า ไม่มีความรู้สึกมั่นคงในความเป็นมนุษย์
ลูกหลานข้างหลังพาไปกันไปอยู่ในเมือง ไปหาที่ที่มีโฉนดกันหมด เพราะคนที่อยู่ในป่าไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ
โดยเฉพาะในป่าอนุรักษ์ เขาห่วงว่าใครจะดูลิ้นจี่ ใครจะดูลำใย ใครจะทำข้าวไร่ต่อไปในอนาคต
เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าด้วยซ้ำไป ครับ นายชัยพันธ์สรุป
อัฎธิชัย ศิริเทศ
ทีมงานไทยเอ็นจีโอ รายงาน
25 มกราคม 2549
|