การเสวนา "ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง"

8 ธันวาคม 2543 ตั้งแต่ เวลา 08.00 น.-16.30 น.ได้มีการจัด เสวนาโดย การประสาน งานขององค์กรพัฒนาเอกชนร่วมระหว่างศูนย์ประสานงาน องค์กรพัฒนาเอกชนชาวไทยภูเขา,  มูลนิธิพัฒนาชุมชนในเขตภูเขา, สมาคมเพื่อ การศึกษาและวัฒนธรรมอาข่า, กลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา, ศูนย์นิติศาสตร์  ม.ธรรมศาสตร์, และศูนย์ชาติพันธุ์ศึกษา สถาบันราชภัฏเชียงราย และ องค์กรพัฒนาเอกชน คือ นายสำเริง บุญโญปกรณ์  ผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงราย,   รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์  กาญจนจิตรา ผอ.ศูนย์นิติศาสตร์, มธ. นางเตือนใจ    ดีเทศน์ ส.ว.เชียงราย,  นายพิชัย  รัตนพล รองเลขาธิการ สมช.,  นายสมบัติ   บุญงามอนงค์ ผู้ประสานงานกลุ่มศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา  และอาจารย์วิทยา วรรณศิริ รองอธิการฝ่ายบริการวิชาการแก่สังคม เป็นผู้ปาฐกถา เปิดงาน

   ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคเหนือของประเทศ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ครั้งหนึ่งด้วยแรงอิทธิพล ของตะวันตกประสาน เข้ากับอำนาจรัฐแบบชาตินิยมมองข้ามความงดงามจากความหลากหลาย ของชาติพันธุ์ จนวัฒนธรรมอันดีงามเล็กๆ ที่ดำรงมานมนานเริ่มสูญเสียเสื่อมหายไปเพราะอำนาจรัฐไม่เข้าใจไป เพราะ อำนาจรัฐไม่เชื่อใจไม่เชื่อว่าจะมีใครรักผืนแผ่นดินเท่าตน จังหวัดเชียงรายติดต่อชายแดนถึง 2 ประเทศ คือ ลาว พม่า  มีธรรมชาติ ป่า ภูเขา รายล้อมสวยงาม กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวจากเดิมชม ธรรมชาติเป็นหลัก จนมาปัจจุบันกลายมา เป็นการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม( Ethno -tourism ) ทำ เงินเข้าประเทศจำนวนมหาศาลแต่รัฐก็ลืม วัฒนธรรมเล็กๆ อันเป็นสินค้าทำเงินเข้าประ เทศนี้ ยังมองเพียงคนต่างด้าว อันตรายต่อความมั่นคง อยู่ตลอดเวลา รูปแบบการปกครอง ที่ลวงความจริงใช้ไม้บรรทัดห้องแอร์ขีดเส้นพรมแดนตัดวัฒนธรรมนำความ ทุกข์ความแตกแยกมาสู่ประชาชนอย่างสาหัส

ปัจจุบันรัฐบาลเริ่มมองเห็น ของคุณค่าในความหลากหลาย มีความคิดในการปกครอง ที่สร้างสรรค์ตาม ครรลองระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น มีนโยบายพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ ชาวเขา และชุมชน พื้นที่สูงในหลายๆ ด้าน นอกนั้นในปัญหาของสิทธิการเป็นพลเมือง แม้รัฐบาลได้กำหนด นโยบายและระเบียบการลงรายการ สัญชาติไทย ให้แก่ชาวไทย ภูเขามากว่าครึ่งทศวรรษแต่ความคืบหน้ากลับมีน้อยมากน้อยเพราะระบบ ราชการ น้อยเพราะความคิดยังมอง ภาพคนนอกเหนือจากตนคือพวกบ่อนทำลายความมั่นคง....

ปัจจุบันรัฐบาลเริ่มมองเห็น ของคุณค่าในความหลากหลาย มีความคิดในการปกครองที่สร้างสรรค์ตาม ครรลองระบอบ ประชาธิปไตยมากขึ้น มีนโยบายพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ชาวเขา และชุมชน พื้นที่สูงในหลายๆ ด้าน นอกนั้น ในปัญหาของสิทธิ การเป็นพลเมืองแม้รัฐบาล ได้กำหนด นโยบายและระเบียบการลงรายการสัญชาติไทย ให้แก่ชาวไทยภูเขามากว่าครึ่งทศวรรษ แต่ความคืบหน้ากลับมีน้อยมาก น้อยเพราะระบบราชการน้อยเพราะความคิดยังมอง ภาพคนนอกเหนือจากตนคือพวกบ่อน ทำลายความมั่นคง....

และนี่เป็นรากเหง้าความคิดของ ชนชั้นปกครองไทย สภาพเศรษฐกิจ และสังคม ปัจจุบัน บีบคั้นให้รัฐบาลทอดทิ้ง ประชาชนไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าอยู่เผ่าเหล่ากอใด ก็ตาม เพราะผลกระทบจากการ ไม่ได้รับความเท่าเทียมจากการพัฒ นาส่งผลถึง กันหมด   เช่น      ปัญหายาเสพติดเป็นต้นโดยที่รัฐ ไม่เข้าใจเลยว่าความด้อยสิทธิ ทางกฎหมายมีผลมหาศาลต่อชีวิตคน ในการประกอบกิจกรรม ทางเศรษฐกิจและ สังคม ถึงวันนี้ สินค้าทางวัฒนธรรม ก็อีกส่วนหนึ่งที่นำความมั่งคั่งมาจังหวัดเชียงราย  และก็ พิสูจน์มาตลอดแล้วว่า    ความไม่มั่นคงของชาติ ไม่ได้เริ่มต้นหรือก่อเกิดจาก คนกลุ่มเล็กๆ ทางวัฒนธรรม แต่มันมาจากคนกลุ่มใหญ่ จากประเทศมหาอำนาจ  ส่วนคนกลุ่มเล็กๆ นี้  กลับท้าทาย พิสูจน์มาตลอดว่าว่า ท่ามกลางประเทศไทย ประสบภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจอยู่ขณะนี้   ใครได้ก้มหน้าสู้ รู้สึกทุกข์ระทมและ ฟันฝ่าหาหนทางเคียงบ่าเคียงไหล่ คนที่เรียกตัวเองว่า  "คนไทย" เล่า ทั้งๆ ที่อดีต ที่ผ่านมาแสนเจ็บปวดกับการกระทำจากคนบนแผ่นดินเดียวกัน ที่ตัดสินความรักชาติ จากเผ่าพันธุ์ แต่ตอบย้อนไปในอดีตไม่ได้ว่า....ใครคือคนไทย ใครคือบ่อนทำลาย....?

สรุปผลการเสวนา       

จากการเสวนาสรุปรวมๆ ได้ความว่า ภาครัฐยินดีสนับสนุนการจัดทำทะเบียน ชาวเขาเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นคนไทย และยินดีสนับสนุนกิจกรรมด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง   ทั้ง    ชาวบ้านและองค์กรเอกชน รวมทั้งจะมีการจัดคณะกรรมการ ร่วม ระหว่างภาครัฐ  องค์กร พัฒนาเอกชนและชาวบ้าน  ในการพิสูจน์สัญชาติ ทั้งกลุ่มคนประเภท 1 และประเภท 2

รายละเอียดจะนัดประชุมกันครั้งต่อไป และทางด้านองค์กรพัฒนาเอกชนและชาวบ้าน ก็เสนอปัญหาเรื่อง ระเบียบวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนของทางราชการและไม่ได้ประสิทธิภาพ ทางด้านองค์กรเอกชนก็กล่าวว่า ทางด้าน ประชาชนหรือชาวบ้านต้องสู้อีกมาก เพื่อการได้ มาซึ่งสิทธิการเป็นพลเมืองไทยเต็มขั้น เพราะระเบียบ วิธีการ ทางกฎหมายยังมีหลายอย่าง ที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งทางองค์กรประสานงานก็จะช่วยกันผลักดันต่อไป.....   

 
อัฏธิชัย ศิริเทศ รายงาน
สำนักข่าว thaingo.org