|
| เด็กหญิงอรทัย
: "เสียงพ่อร่ำไห้ พาเด็กน้อยอุ้มวิ่งไปมา ปากก็พร่ำเพ้อถึงโชคชะตาผีป่าเจ้าภู
สร้างความ เวทนาแก่ญาติมิตรบ้านใกล้เรือนเคียงยิ่งนัก
แต่ชีวิตเมียและลูกที่มีอันเป็นไปนั้น เป็นฝีมือผีป่า
หรือผีเมือง หัวใจคนรักความถูกต้องเท่านั้นที่เข้าใจ" |
 |
เสียงคร่ำครวญร่ำไห้ของชายวัย 40 ปีเศษ ดังผิวแผ่วในหุบเขา
น้ำเสียงเยียบเย็นและเจ็บร้าว จนยากนักที่จะหาผู้เข้าใจในการสูญเสียได้
กระต๊อบหลังเล็กๆงอแงจอแจด้วยเสียงเด็กๆ ที่หิว ที่แลหาอะไรๆก็ไม่มี
ทั้งที่เคย เคยได้เคยสบายตามอัตภาพที่มีพ่อและแม่คอยเอาใจใส่วันนี้ไร้ซึ่งแม่เสียแล้ว
พ่อก็เอาแต่โศรกเศร้าพร่ำเพ้อปานจะเสียสติให้ได้
พลบค่ำวันหนึ่งชายหนุ่มเก็บสัมภาระเครื่องมือลงเข้าที่
แล้วมุ่งหน้าลงดอยกลับบ้าน สิ้นเดือนนี้เขากะผลผลิตออกจะพาเมียและลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลในจังหวัดอีก
แม้วันนี้จะเหนื่อยหล้าแต่ เขาก็เดินยิ้มๆกลับบ้านอย่างสุขใจ
เขาและสยุมพรรักกันมา 20 กว่าปีแล้ว และมีลูกด้วยกันถึง 4 คน
คนเล็ก เพิ่งอายุได้หนึ่งขวบเศษๆ แต่ร่างดีไม่ดีนัก เห็นหมอบอกว่าเด็กหญิงอรทัยมีสารตะกั่วมาก
ร่างกายไม่สมบูรณ์ และมีโอกาสรอดจนเติบโตน้อยมาก และทุกวันนี้เมียเขาก็อาการหนักขึ้นทุกวันแต่จิตใจขก็ยังเข้มแข็งไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่นิดเดียว
มีเพียงสีหน้าที่เขาเห็นและรู้เสมอว่า เมียรักเขาเจ็บปวดหนักมาก
บ่อยครั้งที่เขาเห็นเมียร่างกายสั่นเทิ้มเพราะความเจ็บปวด ลึกๆ
เขากลัวเหลือเกิน เพราะเมื่อ 6 วันก่อน นายบุญชัย ญาติเมียเขาเองก็เพิ่งเสียชีวิตไป
ด้วยอายุเพียงแค่ 35 ปีเท่านั่นเอง เขาสะบัดหัวเบาๆ ขณะจะเลี้ยวเข้าหมู่บ้านตอนนี้ตะวันใกล้จะลับทิวเขาแล้ว
แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ เพราะเมื่อไม่กี่วันมานี้เขาพาลูกคนเล็ก
ไปนอนโรงพยาบาลตั้งสิบกว่าวันเพราะอาการสารตะกั่วกำเริบกับเจ้าตัวน้อยของเขาเอง
เขาให้เมียเป็นคนเฝ้าดูอาการลูก ทางหมอบอกว่าต้องพักฉีดยาขับสารตะกั่วออก
ส่วนตัวเขาเองต้องดูแลไร่และสัตว์เลี้ยงที่บ้าน จึได้แต่ขึ้นไปเยี่ยมบ้างถ้าพอหยิบยืมเงินเพื่อนบ้านได้
ระยะนี้เขาห่วงเมียมากเพราะเธอเงียบและซึมไปมากไม่ค่อยพูดจา
หรือแม้แต่เอ็ดลูกเวลางอแงดื้อซน เธอไม่ยอมบอกว่าเป็นอาการยังไง
เย็นวันนี้เขารีบเดินจ้ำเท้ากลับบ้านเร็ว ทั้งที่เมื่อก่อนตอนที่ครอบครัวเราไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ
เวลาลงไร่ถ้าไม่ค่ำมืดจริงเขาไม่เงยหน้ากลับบ้านหรอกจนแม่เจ้าอรต้องเอ็ดเขาให้กลับบ้าน
แต่มาพักนี้ แค่บ่ายๆ เขาก็อยากกลับบ้านแล้ว ห่วงเมียห่วงลูกๆ
ตลอดเวลา เสียงเด็กงอแง เสียงคนแก่ เสียงเครื่องครัวในแต่ละบ้านดังแว่วใกล้เข้ามาแล้ว
เขาเห็นหลังคาบ้านอยู่ลิบๆ เสียงลำธารเลาะหินดังริกๆ เรือนบ้านทำให้หัวใจเขารู้สึกชื้นขึ้นมาบ้างแล้ว
ป่านนี้เธอคงสาละวนอยู่กับการทำกับข้าวแล้วก็มีน้องอรลูกคนเล็กเขานั่งซนอยู่ใกล้ๆ
น้องอรร่างกายอ่อนแอลงมากระยะนี้ทำให้เขาและเมียกังวลใจจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ
เพราะหมอบอกว่ามีสารตะกั่วถึง 35.32 ไมโครกรัม/ เดซิลิตร มากกว่าคนปกติถึง
7 เท่า ส่วนเมียเขาก็ 38.15 ไมโครกรัม/เดซิลิตร ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก
เสียงลูกคนเล็กร้องแว่วมาดังมากเขารีบเดินจ้ำเร็วขึ้นอีก
สงสัยแม่น้องอรคงวุ่นๆกับงานครัวเลยไม่สนใจมากนักเขาคิด พอถึงหน้าบ้านเขาเห็นแต่น้องอรนั่งร้องไห้อยู่ที่ก๊อกน้ำหน้าบ้านจึงรีบเดินขึ้นบ้านไป
แต่กลับเงียบว่างเปล่า สงสัยแม่น้องอรไปเก็บผักหรือไปบ้านเพื่อนบ้านละมั้งเขาคิด
จึงได้จัดแจงหยิบผ้าและกางเกงตัวใหม่ลงอาบน้ำที่ลำธารหลังบ้าน...
โอ่โอ่โอ่.......สยุมพร
เรียวขาซีดสนิทเลยผ้าถุงเหยียดนิ่งแข็ง
แขนห้อยตกลิ้นจุกปากหลับตาพริ้ม เธอผูกคอตาย...เขากรีดร้องแทบสิ้นสติ
สยุมพรจากเขาไปแล้ว จากความทุกข์ระทมทั้งปวงไป แล้วทิ้งแต่เขาไว้กับลูกๆ
สยุมพร....... สยุมพร ชายหนุ่มที่เคยเข้มแข็งประหนึ่งนักรบ นักรบที่คอยพิทักษ์ความอิ่มความปลอดภัยให้ครอบครัวกรีดร้อง
หัวใจแทบสลายโผเข้ากอดขาเมีย ....
เธอจากไปนานแล้ว...หลายชั่วโมงก่อนเขามา
เขาน่าจะรู้ถ้าเอะใจบ้าง เพราะสยุมพรมักบ่นเสมอว่าเขาทนดูลูกจากไปไม่ได้
ความเสียใจที่บุญชัย ญาติเขาตายก่อนหน้านี้ไม่กี่วันและลูกสาวของบุญชัยก็พิการผิดปกติ
ทำให้เมียเขาคิดมาก แล้วเธอหาทางออกเอง...สยุมพร
หลังจากนั้นเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวิต
เขาจำได้แต่เพียงว่าร่างอันเยียบเย็นอยู่ในอ้อมกอดเขา และเย็นถึงหัวใจเย็นติดกายเขาตลอดมา
จนถึงวันนี้ไม่รู้ว่ากี่วันกี่เดือนแล้ว เขาปล่อยตัวเองเหม่อ
เพ้อ..บางวันก็อุ้มน้องอรเดินร้องไห้ แต่เสียงสะอื้นของชีวิตเล็กๆ
ในราวป่าจะดังกลบป่าได้อย่างไร...หรือจะให้เสียงนั้นดังถึงสวรรค์ยิ่งยากเหลือเกิน
**************
สรุปเหตุการณ์
ชาวบ้านคลิตี้ล่าง ที่ได้รับสารตะกั่วจากการปล่อยลงสู่ลำห้วยของโรงแต่งแร่
ตายเพิ่มอีกสองราย ทั้งนี้ไม่นับสัตว์เลี้ยง วัว ควาย หมู และอื่นๆ
อีกนับร้อยๆตัว เนื่องจากชาวบ้านคลิตี้ล่าง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
ใช้น้ำจากลำห้วยคลิตี้ ที่ปนเปื้อนสารตะกั่วจากโรงแต่งแร่สารตะกั่ว
ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดท้อง ซม ไม่มีแรงและตายไปในที่สุด
จาก 5 ราย ตอนนี้เพิ่มอีก 2 ราย
1 ธันวาคม 2543 นายบุญชัย เถกิงวิทย์สถาพร
อายุ 35 ปี ตายที่โรงพยาบาลคริสเตียน นายบุญชัยเคยตรวจเลือดเมื่อปี
2542 พบสารตะกั่ว 22.49 ไมโครกรัม/เดซิลิตร ทิ้งลูกสาวอายุ 6
ขวบ ที่มีสารตะกั่วในเลือด 26.42 ไมโครกรัม/เดซิลิตรไว้
ขณะที่ลูกสาวมีอาการผิดปกติคือพัฒนาการต่ำมาก นอกจากนี้ร่างกายมรเพียงช่องปัสสาวะ
แต่ไม่มีช่องคลอด 8 ธันวาคม 2543 นางสยุมพร นาสวนทัศนีย์
อายุ 39 ปี ได้ผูกคอตาย นางสยุมพรมีอาการออกมาน้อยมาก
แต่เคยตรวจเลือดเมื่อต้นปี 2543 มีระดับสารตะกั่วสูงคือ 38.15
ไมโครกรัม/เดซิลิตร ทิ้งลูก ทั้ง 4 คน ไว้กับสามี คนเล็ก ด.ญ.อรทัย
นาสวนทัศนีย์ วัย 1 ขวบ เคยตรวจเลือดเมื่อต้นปี 2543 มีสารตะกั่ว
35.32 ไมโครกรัม/เดซิลิตร
ผลการตรวจสุขภาพบ้านคลิตี้ล่างเมื่อ
8-10 มีนาคม 2543 โดยหน่วยแพทย์กระทรวงสาธารณสุขพบว่า
เด็กอายุ 0-6 ปี มีสารตะกั่วในเลือดตั้งแต่ 12.56-48.80
ไมโครกรัม/เดซิลิตร ประมาณ 37 คน เด็กอายุ 7-15 ปี มีสารตะกั่วในเลือดตั้งแต่
17.13-35.09 มก./ดล.ประมาณ 11 คน อายุ 16 ปี ขึ้นไป
สารตะกั่วตั้งแต่ 17.55 -48.60 มก./ดล. 54 คน
จากรายงานการแพทย์อเมริกาที่ศึกษาเรื่องพิษตะกั่ว
สรุปคร่าวๆ คือ ไม่เกิน 5 มก./ดล. เด็กอาจจะผิดปกติเกี่ยวกับการฟังและการเติบโต
5-10 มก./ดล. มีผลต่อระบบประสาทสมองส่วนกลาง ไอคิวลดลง 10-15
มก./ดล.อันตรายสำหรับเด็กและสตรีมีครรภ์ เช่น 12-15
มก./ดล.มีปัญหาการได้ยิน การพูด ไอคิวไม่สูงเท่าที่ควร เด็กมักคลอดก่อนกำหนด
และมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ เมื่อโตมีแนวโน้มปัญญาอ่อน 4 เท่า
มากกว่า 20 มก./ดล
อันตราย....กองชีวอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำรวจเมื่อปี
2538-2539 พบว่าคนไทยมีระดับสารตะกั่วในเลือด 4.92
กรมควบคุมมลพิษได้จัดแผนเร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้แล้ว
กรมควบคุมมลพิษ โดยนางศิริธัญญ์
ไพโรจน์บริบูรณ์ อธิบดี ร่วมกับสมาคมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยและศูนย์ศึกษากระเหรี่ยงและพัฒนา
ได้ร่วมกันพิจารณาแผนฟื้นฟูสภาพลำห้วยคลิตี้ สืบเนื่องจากโรงแต่งแร่คลิตี้
ของบริษัทตะกั่วคอนเซ็นเตรทส์(ประเทศไทย)จำกัด ปล่อยสารตะกั่วปนเปื้อนในลำห้วยคลิตี้มากกว่าหมื่นตัน
ทางกรมจึงมีแผนฟื้นฟูลำห้วยโดยมีการขุดตะกอนสารตะกั่วและลอกคลองระยะทาง
8 กม. แต่จริงๆแล้ว ลำห้วยที่ปนเปื้อนสารตะกั่วอย่างหนาแน่นกินระยะทางยาวถึง
19 กม.
เมื่อไม่นานมานี้ทางบริษัทเหมืองแร่ได้นำเงินมาอ้อนวอนให้ทางเหมืองแร่เปิดทำการใหม่
จำนวน 3 ล้านบาท แต่ทางชาวบ้านไม่ยอม เพราะปัจจุบันยังมีกองสินแร่อยู่จำนวนมาก
ที่ขุดไว้ ยามใดที่ฝนตกก็ชะล้างสินแร่ ตะก่อนแร่ลงดิน ลงลำห้วยจำนวนมาก
ทำให้สัตว์เล็กใหญ่ตายไปจำนวนมาก แม้แต่ปลาก็มีสารตะกั่วปนเปื้อนสูงมากจนไม่อาจจะรับประทานได้
แต่ก็ยังมีชาวบ้านที่ไม่ทราบ และที่ทราบแต่ขัดสนยากจนดื้อรับประทานอยู่จำนวนมากจนน่าเป็นห่วง

จากภาพ
คุณสุรพงษ์ กองจันทึกกับเด็กหญิงอรทัย เด็กที่ตกเป็นเหยื่อ
สารพิษจากเหมื่องแร่
|
ทีมงาน
ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
ขอบคุณคุณสุรพงษ์ กองจันทึก (ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา)ที่กรุณาเรื่องข้อมูล
|