|
เขี้ยวเล็บ blog
และ bloger ในกำมือ Cyber
Man ภาคประชาชน
ประมาณการว่าปัจจุบันนี้ เว็บเพจมีเป็นจำนวนมาก มากเป็นล้านๆ
เว็บ และเกิดใหม่มีปิดตัวทุกๆ นาทีก็ว่าได้ ยิ่งถ้านับผู้ใช้
ผู้บริโภคข้อมูลข่าวสาร ก็อาจจะมากถึง 1,000 ล้าน
(User) ไปแล้วก็ได้
ปริมาณที่จำนวนมากนี้เอง ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดปรากฏการณ์ ตื่นเว็บ
ทั้งในภาคธุกิจ ภาครัฐ และภาคประชาชนขึ้น จนมีการลงทุนซื้อ สร้าง
ทำเว็บไซต์มากมาย แต่ต่อมาในระยะ 3-5 ปี แม้เว็บจะเติบโตไปเรื่อยๆ
แต่มูลค่าจริงกลับโตในอัตรที่หดตัวไปมาก หากเทียบระหว่างปี 2543-2545
ที่กระแสก็เริ่มซาลง กระนั้นไม่ได้หมายความว่า โลกของอินเตอร์เน็ต
จะไม่มีพัฒนาการแบบอื่นๆ ตรงกันข้าม กลับไปมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะเป็นพื้นที่สื่อสารให้กับ
ขบวนการเคลื่อนไหว
เนื่องจากหลักคิดในโลกของอินเตอร์เน็ต คือเป็นทั้งพื้นที่
(เผยแพร่ แลกเปลี่ยน สังสรรค์) เป็นช่องทาง และเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย
รวดเร็ว มีประสิทธิภาพและไม่มีขอบเขต ทำให้พื้นที่อินเตอร์เน็ตกลายเป็นเครื่องมือ
ในการเคลื่อนไหวปลุกกระแสสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรณีการชุมนุมหน้าสถานทูตเขมร
เมื่อหลายปีก่อน และหน้าสถานทูตพม่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
และ กระแส นี่เอง ที่เป็นทั้ง สิ่งที่ถูกกระทำ
และเป็น อำนาจ ชี้นำ โน้มน้าว ชี้วัด ตรวจสอบ ลดทอนและปลด
อำนาจ ต่างๆ ได้ ทำให้สิ่งที่ไม่มีตัวตน อย่างเช่นพวก
User กลายเป็น Cyber Man of Politic เป็นสิ่งที่มีตัวตนและน่ากลัว
เป็นเสือ และติด เขี้ยวเล็บ ให้ขบวนการเคลื่อนไหวไปทั่วโลก
ความน่ากลัวสะท้อนให้เห็นชัดเจน ก็หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19
กันยา 2549 ที่ คมช. จัดการปิดกั้นสื่ออินเตอร์เน็ต ปิดเว็บเล็กๆ
เพียงไม่กี่เว็บ ทำให้แมวกลายเป็นเสือเพียงชั่วข้ามคืน และทำให้ประชาชน
ในฐานะผู้ใช้อินเตอร์เน็ต (User)
กลายเป็นนักรบ หรือ ศัตรูเพียงชั่วข้ามวัน เพียงปฏิบัติการคลิ๊ก
แค่คลิ๊กๆๆๆ หรือ โพสต์ (post)
กับ พาสต์ (paste) และ
Forward Mail จนบางที การเคลื่อนไหวบนถนนราชดำเนิน หรือหน้าทำเนียบ
หมดความน่าสนใจไปแล้วสำหรับนักเคลื่อนไหว ไม่สนุกสนานและเร้าใจ
ไม่เปิดโอกาสให้เล่นได้มากนัก ต่างจากในสนาม Cyber แห่งนี้ได้
แม้จะนอนอยู่บ้าน แต่ถ้าคุณเปิดอินเตอร์เน็ต คุณสามารถจะเป็นได้นักข่าว
จะเป็นนักรบ จะเป็นนักการเมือง นักชาตินิยม นักศาสนา ศิลปินแอนิเมชั่น
ทันที !!
พอมาถึงตอนสถานการณ์เคลื่อนไหวของพระและนักศึกษา ประชาชน ชาวพม่า
อินเตอร์เน็ตกลายเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ User หรือ Cyber Man คอยนั่งน่าจับตามองว่า
การต่อสู้ของประชาชนกับรัฐ จะดุเดือดเลือดพล่านบนอินเตอร์เน็ต
แค่ไหน รัฐทหารอย่างพม่าจะปิดกั้น ตัด ตรึง ความทะลุทะลวงของอินเตอร์เน็ต
ได้หรือไม่
เพราะอินเตอร์เน็ตจะเป็นอาวุธชนิดเดียว ของขบวนการเคลื่อนไหวที่ทรงอานุภาพที่สุด
ระยะแรกๆ เราเห็นความทะลุทะลวง การแตกตื่นและแพร่กระจายของข่าวสาร
แต่สืบเสาะลงไปยังต้นตอของข้อมูลกลับ ได้มาจากแหล่งไม่กี่แหล่ง
เป็นข้อมูลซ้ำๆ อาทิ ภาพข่าวและล่าช้าเหมือนอ้อมโลก แล้วจากนั้นเมื่อรัฐบาลพม่าปิดทั้งหมดทุกอย่างก็หรี่ลงจนเงียบงัน
กองกำลัง Cyber Man ของไทย ยังไม่มีศักยภาพ ระดับนักรบในโลกอินเตอร์เน็ต
นี่คือ นี่คือคำท้าทายถึงนักอุดมคติและนักเคลื่อนไหวด้าน
IT และ ICT เพราะสถานการณ์ที่ลุกฮือ ร้อนและต่อเนื่องหลายวัน
กองกำลังบนอินเตอร์เน็ต ไม่สามารถรวมทัพกันได้ กลับกระจัดอยู่ตามเว็บบอร์ด
เว็บบล็อกต่างๆ แต่ที่แย่และน่าอาย คือ การสื่อสารเคลื่อนไหวรุ่นใหม่
ยังแพ้นักรบรุ่น Forward mail เสียส่วนใหญ่ เป็น ผู้ใช้ (User)
รุ่นเก่าๆ เสียมาก ทำให้ประชาคมอินเตอร์เน็ต ต้องเข้าไปหาอ่านเอาตามเว็บต่างๆ
หรือไปหาอ่านเอาตาม บล็อก (blog)
ถึงที่สุดนวัตกรรมการใช้ IT และ ICT ในขบวนการเคลื่อนไหว
แม้จะก้าวไกล และทำอะไรได้มากขึ้น (หากเปรียบเทียบสถานการณ์อื่นๆ
ในต่างประเทศ อาทิ อเมริกา) ประเด็นสำคัญที่มองเห็นและสรุปได้
คือ
1. การเคลื่อนไหว ต้องสะท้อนและรับรู้ให้ทั่วถึง
เป็นเอกภาพด้านเป้าหมาย แต่หลากหลายในวิธีการมากกว่านี้
การจัดทัพ จัดทีม จัดความสัมพันธ์และจัดการทันที ยังขาดความพร้อม
บางทีการมีแค่ 1 คน ในพื้นที่กับอีก 1000 คน นอกพื้นที่
เพื่อ รับ-ส่ง ข้อมูลไปสู่อีกล้านคนรอบโลก ก็น่าจะนับว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจ
2. เมื่อการทำงาน (ทีม/องค์กร) เราเป็นเครือข่าย
ด้านข้อมูลก็ต้องเป็นเครือข่ายที่ใช้ได้ทั่วถึง ปัญหาคือ
ข้อมูลที่ (คาดว่าสำคัญ) ถูก
กระจุก ตามชนิดของระบบการจัดการ
(program management) อาทิ ข้อมูล video ก็ใน youtobe.com,
frickr.com, video.google.com เป็นต้น แม้จะกระจุกอยู่ที่เดียว
แต่ก็มีอุปสรรค ที่สำคัญ คือ ความไม่ชิน ไม่คล่องตัว ไม่ทราบคำสืบค้น
จึงยุ่งยากในการสืบค้นหาข้อมูล
และบางชนิดก็กระจาย มากมายเกินไป อันมาจากหลักคิด คือเพื่อความอิสระ
ส่วนตัว และขั้นตอนไม่ยุ่งยากของผู้เขียน
(เจ้าของบล็อก) และ ไม่เป็นภาระสำหรับผู้ผลิตผู้ดูแล
(เจ้าของเว็บบล็อก) ทำให้
ข้อมูลดีๆ กระจัดกระจาย สร้างความไม่สะดวก ให้ผู้บริโภคข่าวสาร
ผู้ใช้ (User) และ ทีมนักรบ
Cyber Man กลายเป็นภาวะถ่างห่าง ด้วยจำนวนปริมาณ blog ซึ่ง
เว็บบล็อกที่มีข่าวสารเหตุการณ์ในพม่ามีมาก อาทิ ko-htike.blogspot.com,
mmedwatch.blogspot.com, และ ok.nation.net/blog หรือในสำนักข่าวทางเลือกเองก็ไม่น้อย
อาทิ freeburma.org, irrawaddy.org, mizzima.com เป็นต้น
ซึ่งก็นับว่ามาก
ดังนั้นในบางสถานการณ์ก็ต้องกลับมาตั้งคำถามอีกครั้งว่า
การเคลื่อนไหวหัวใจคืออะไร มวลชนผู้ใช้ ใช่หรือไม่ ? การสถาปนา
ตัวตนประชาคมที่ร่วมเรียกร้องเคลื่อนไหว นั้นสำคัญเพียงใด
ด้วยเหตุนี้ ยุทโธปกรณ์ อย่าง Blog ซึ่งเป็นพื้นที่
(ส่วนตัว) สามารถนำมาเสริม เขี้ยวเล็บ ให้ขบวนการเคลื่อนไหวได้มากน้อยแค่ไหน
หากเสรีภาพที่มากเกินไป เป็นภาระสำหรับผู้ใช้/ผู้บริโภค
ข่าว และในที่สุด แม้ E-Mail จะเชยและมากจนวุ่นวาย แต่ก็ยังนิยม
เพราะมันอยู่ box เราผู้ใช้ ดังนั้น E-mail จึงครองพื้นที่การสื่อสารสูงสุด
3. ปัญหา หากใช้ระบบค้นหา (search engine) อาทิ youtobe
google ก็มักได้ข้อมูลที่ไม่ตรงต้องตามต้องการ หรือปริมาณมากจนเป็นภาระ
และ ถ้าอยากให้ตรงตามต้องการมากขึ้น อาจจะต้องรู้ภาษาคำสั่ง
จึงจะหาข้อมูลได้ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นอุปสรรค ทำให้ล่าช้ากว่าจะได้ข้อมูล
กว่าจะประมวลผลสังเคราะห์และทำการผลิตใหม่หรือผลิตซ้ำข้อมูลเพื่อเผยแพร่
ในรูปแบบต่างๆ ก็ยิ่งทำให้ระบบการสื่อสารล่าช้าไปเอง
นอกจากนั้นการเชื่อมเชิงปฏิบัติการยังไม่เป็นจริง ระหว่างข้อมูลภาพ
ข้อมูลอักษร ข้อมูลเสียง กับกองกำลัง Cyber ด้วยความที่ไม่มีเจ้าภาพ
ทำให้ข้อมูลที่โยนขึ้นบนไซเบอร์ อาทิ youtube กลายเป็นกระบวนการลดทอนคุณค่า
ในฐานะข้อมูล หรือ เครื่องมือการเคลื่อนไหวจึงไม่สะท้อนเอกภาพ
ไม่สะท้อน ตัวตนเจตนารมณ์ของการเคลื่อนไหว
4. วัฒธรรมของผู้ใช้ ยังไม่ตื่นตัวและเข้าใจกลวิธี
การร่วมปฏิบัติการเคลื่อนไหวบนอินเตอร์เน็ต ทั้งๆ ที่แค่
คลิ๊ก หรือ post and paste และ Forward mail เท่านั้นเอง
แต่ขนาดของภาพที่ปรากฏในกระแสตื่นตัว ยังไม่เติบโต ขาดความเข้าใจ
ที่สำคัญเหตุการณ์ใกล้จะลุล่วงไปแล้ว แต่ Cyber Man รุ่นใหม่ๆ
ก็ยังไม่เคลื่อนไหว
หัวใจ คือ ระบบเชื่อม หรือ program ที่ประมวลผล vote, click
หรือ การ comment ตาม webboard นั้นไม่มี จึงเป็นปัญหาของระบบ
ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ เพราะปริมาณประชาคมอาจจะทำให้ สถานะของการเคลื่อนไหวต่อสู้นั้นหนักแน่นหรือเลื่อนลอยได้
|
นอกจากนั้น
การสร้างวาทกรรมในขบวนการเคลื่อนไหว ก็สำคัญ อาทิ ประชาธิปไตยเริ่มจาก
click หนึ่งความเห็นเพื่อหนึ่งชีวิตชาวพม่า ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้
เพียงแค่ click เท่านั้น เป็นต้น
สรุปศึกยกนี้ ในฐานะขุนพลรบด้านไอที ที่สนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหว
เรียกร้องประชาธิปไตย ในประเทศพม่า เราเรียนรู้อะไรได้บ้าง โดยเฉพาะการประเมินพิษสงของบล็อก
ในโลกของอินเตอร์เน็ต หรือ clip ใน youtube ที่ทุกคนจับตามอง
แน่นอนว่าเราสามารถแพร่ภาพ ข้อมูลต่างๆ ไปได้มากขึ้น แต่ในแง่การเสริมพลังยังไม่เกิดขึ้น
จริงๆ จังๆ ยังสื่อไม่ถึงกัน ระหว่าง กองทัพผู้ใช้ (User)
หรือ Cyber Man และ Bloger กับ ขบวนการเคลื่อนไหว
ปัญหาคือความอิสระ (ของ bloger) ที่มากเกินไป
ทำให้กระจัดกระจายจนเป็นภาระสำหรับผู้ใช้ / ผู้อ่าน รวมทั้งความซ้ำซ้อนของข้อมูล
และผลิตผลซ้ำ (reproduct) ผสมกับสสารทางอารมณ์
มากเกินไป ซึ่งไม่เป็นผลดี ต่อขบวนการเคลื่อนไหวในระยะยาวและปัญหาสุดท้าย
เรื่องขาดเครื่องมือวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อให้ผู้ใช้ (User) ซึ่งเป็นหน่วยย่อยทางการเมืองสะดวกในการรับและง่ายในการเข้าใจติดตาม
อัฎธิชัย ศิริเทศ
ทีมงาน ThaiNGO รายงาน
9 ตุลาคม 2550
|