|
นักจัดรายการวิทยุ :
วิถีที่สร้างสรรค์สังคมประชาธิปไตย
สื่อมวลชน คือ ผู้มีบทบาททำหน้าที่กระจายข่าวสาร ข้อมูลไปสู่ผู้คนจำนวนมากในสังคมให้รับรู้
สื่อจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดการรับรู้ข่าวสาร ความเชื่อ
และแนวคิด ให้กับผู้คนในสังคม
วิทยุ
เป็นอีกช่องทางหนึ่งของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับความนิยมนับแต่อดีตสู่ปัจจุบัน
และเป็นยังกลุ่มบุคคลที่ส่งผลสะเทือนต่อสังคมทั้งทางตรง และทางอ้อม
ในการกำหนดความรู้สึกนึกคิดของผู้ฟังผ่านการการพูด การแสดงทรรศนะ
ตลอดจนการโน้มน้าวให้คล้อยตามความคิดตน
หากเรากล่าวว่า "สื่อ" เป็นผู้มีอิทธพลในการกำหนดบทบาททางสังคม
แล้ว สื่อควรมีบทบาทหน้าที่อย่างไร ที่จะให้ผู้คนได้รับรู้ และเข้าใจถึงสถานการณ์ความขัดแย้งทางสังคมในปัจจุบัน
เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งดังกล่าวบานปลายจนเป็นเหตุนำไปสู่ความรุนแรงดังเช่น
เหตุการณ์ในอดีต เช่น 14 ตุลา 2516 , 6 ตุลา 2519 หรือพฤษภาทมิฬ
อันเป็นบาดแผลที่ยังหลงเหลือร่องรอย ความด่างพร้อยที่ยังปรากฏอยู่สังคมไทย
ในวาระครบรอบ 35 ปี 14 ตุลา คณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างเครือข่ายภาคประชาชน
ใน คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล
วุฒิสภา ร่วมกับ มูลนิธิกองทุนไทย
มูลนิธิสายธารประชาธิปไตย และ กลุ่มรองเท้าแตะ
(9dern.com) จึงได้จัดสัมมนานักจัดรายการวิทยุขึ้น
เพื่อเผยแพร่และการให้ข้อมูลที่เป็นจริงในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นกับการเมืองภาคประชาชน
อีกทั้งยังสามารถสร้างแนวร่วมคนรุ่นใหม่ให้รับรู้ความจริงที่เคยเกิดขึ้นในสังคมและพร้อมเป็นกำลังขับเคลื่อนการเมืองภาคประชาชนอย่างเข้าใจต่อแนวคิดทางสังคม
การเมืองในระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งเรื่องราวการต่อสู้ของพลังมวลชนในการเรียกร้องประชาธิปไตยในห้วงเวลาต่างๆ
ที่ผ่านมา และการก่อกำเนิดบทเพลงเพื่อชีวิตซึ่งเป็นบทเพลงในการสร้างสรรค์สังคม
ณ โรงแรมรอยัล ริวเวอร์ ในวันที่ 29 30 กันยายน 2551 ที่ผ่านมา
โดยมีนักจัดรายการวิทยุทั่วประเทศกว่า 70 คนเข้าร่วมโครงการ
ลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน
ภายในงานมีการปาฐกถา หัวข้อ "35
ปี 14 ตุลา: บาดแผลและบทเรียน ที่จางหายของสังคมไทย"
โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ / การเสวนาเรื่อง "บทบาทนักจัดรายการวิทยุ
ในการร่วมสร้าง ธรรมาภิบาล ภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองที่ขัดแย้ง"
วิทยากรโดย เทพชัย หย่อง (TPBS), วิสุทธิ์
คมวัชรพงษ์ (FM 96.5), ดร.อนุสรณ์ ศรีแก้ว (คณบดีคณะนิเทศศาสตร์
มหาวิทยาลัยรังสิต) โดยมีผู้ดำเนินรายการ คือ จักกฤษ
ศิลปชัย หรือ ดีเจ อ๊อด แห่งรายการเพลงประชาชน ซึ่งปัจจุบันออกอากาศทางเคเบิล
ทีวี ช่องทีซีซี (TCC)
 
"ที่ผ่านมาสื่อมวลชนมีอิทธิพลมากในการกำหนดความคิดทัศนคติบางอย่างของคนฟัง
ซึ่งการดำรงอยู่เช่นนั้นสะท้อนการถูกบิดกันจากความจริงและตัวแปรที่สำคัญในการสร้างความเชื่อบางอย่างให้แก่คน
ต้องยอมรับสื่อที่เรามีในปัจจุบันเป็นของรัฐซะส่วนใหญ่ดังนั่นการยึดกับและเคลือบแคลงการเป็นเครื่องมือของรัฐจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่นกรณีเหตุการณ์ พฤษภาเลือดที่ผ่านมาสื่อมีอิทธิพลมากในการกำหนดชะตากรรมของประเทศของประชาชน
ดังนั้นหากสื่อละเลยหรือไม่ทำหน้าที่ของตนหายนะความสูญเสียย่อมตกอยู่กับประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้
มีบางเรื่องที่เป็นเรื่องที่น่าคิดเป็นอย่างมากคือบางที่เราติดภาพกับคำว่าความป็นกลางของสื่อว่าห้ามโอนเอียงไปข้างนั้นข้างนี้
แต่ที่จริงแล้วความเป็นกลางมันไม่มีหรอกมันต้องดูที่ว่าสถานการณ์บางอย่างนั้นที่ทางของประชาชนที่เสียเปรียบอยู่ตรงไหนและเราต้องตีบอกกล่าวความจริงเบื้องหลังนั้นออกมา"
คุณเทพชัย หย่อง รักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย
ทีวีสาธารณะ สถานีโทรทัศน์สาธารณะแห่งแรกของไทยกล่าวเปิดประเด็น
นอกจากนั้น คุณวิสุทธิ คมวัชรพงษ์ ผู้อำนวยการคลื่น
อสมท. FM 96.5 คลื่นความคิด กล่าวสนับสนุนว่า "ในสถานการณ์บางสถานการณ์สิ่งที่เราเป็นอยู่มันไม่เอื้อต่อการเข้าถึงความจริง
สื่อจึงเป็นทุกอย่างของสังคมในการจัดการและอธิบายปรากฏการณ์ในเรื่องที่เป็นอยู่
และต้องยอมรับว่าคนที่เป็นสื่อมวลชนอย่างเราต้องมีจุดยืนเป็นของตัวเอง
ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ฟังใครเลยแต่ต้องยอมรับในระดับของความชัดเจนของเนื้อหา
ที่นี้ไม่มีใครสที่ควบคุมตัวเองและเขาถึงได้ทุกคน แต่อย่างน้อยเราควรตระหนักถึงตจัวเองและสังคมด้วย
ที่สำคัญที่สุดเราต้องจุดจุดยืนที่มั่นคงไม่เช่นนั้นคนที่รับสาร
คนฟัง อาจจะได้รับความเสียหายหรือเจ็บปวดกับความจริงที่ถูกเก็บงำไว้"
 
ในภาคกลางคืนยังมีเวทีการแสดงดนตรี เรื่องเล่าประกอบ บทเพลง
บทกวี หัวข้อ "จากตำนานเดือนตุลา
ถึงสายธารประชาธิปไตยไทยในปัจจุบัน"
โดย ประสาร มฤคพิทักษ์ ผู้เล่าประสบการณ์
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์
วิลิต เตชะไพบูลย์ และ ชูเกียรติ ฉาไธสง
ศิลปินเพื่อชีวิต โดยเล่าถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา และที่มาของเพลงเพื่อชีวิต
เพลงที่ใช้ขับเคลื่อนต่อสู้ของ นักศึกษา และประชาชนในสมัยนั้น
และเปิดโอกาสให้นักจัดรายการได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกัน
โดยการสัมนาในครั้งนี้ได้เกิดการรวมตัวของนักจัดรายการวิทยุ
ภายใต้ชื่อ "ศูนย์ประสานงานนักจัดรายการวิทยุเพื่อสังคม"
เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน และรวบรวมข้อมูลสื่อฯ ความรู้ต่างๆ
ระหว่างนักจัดรายการวิทยุทั่วประเทศ ทั้งในด้านของเรื่องราวประวัติศาสตร์
การเมือง การปกครอง และศิลปวัฒนธรรม บทเพลงเพื่อชีวิต อันจะทำให้นักจัดรายการวิทยุได้นำไปเผยแพร่
รณรงค์พร้อมทั้งการสืบสานอุดมการณ์ในการรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของประชาชนต่อไป

"ศูนย์ประสานงานนักจัดรายการวิทยุเพื่อสังคม"
จึงเป็นความหวังของนักจัดรายการพันธุ์ใหม่ ที่จะสอดแทกเนื้อหาความเป็นจริงในอดีตประวัติศาสตร์อันเป็นที่มาของความขัดแย้งในปัจจุบัน
ผ่านบทเพลง ผ่านมุมมอง ในช่วงการจัดรายการอย่างน้อยก็เป็นช่วงที่ลูกหลานไทยจะได้บริโถคเนิ้อหาสาระมากกว่าที่เป็นอยู่
จากนักจัดรายการได้ทำบทบาทของตนอย่างสมบูรณ์ มากว่าการเป็นนักเปิดเพลง
นักเล่นเกม และนักโฆษณา
ทีมงาน ThaiNGO
มูลนิธิกองทุนไทย
webmaster@thaingo.org
1 ตุลาคม 2551
|