ยื่นหนังสือ"ขอให้ทบทวนมติย้ายปริญญาตรีไปศูนย์รังสิต"(ชมรมโดมรวมใจ)



จดหมายเปิดผนึก

คัดค้านการ “ทำลาย” หอสมุดปรีดี พนมยงค์ - คลังความรู้คู่สังคมไทย

เรียน ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และ สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สืบเนื่องจากนโยบายของผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มีโครงการย้ายหลักสูตรนักศึกษา
ปริญญาตรีชั้นปีที่ ๑-๔ ทั้งหมดไปยังศูนย์รังสิต ภายในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ทางสำนักหอสมุด
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สนองนโยบายของผู้บริหารฯ โดยการยุบห้องสมุดสาขา
(ห้องสมุดคณะที่ท่าพระจันทร์) และจะนำหนังสือบางส่วนในหอสมุดปรีดี พนมยงค์ ไปไว้ที่หอ
สมุดใหม่ที่จะให้ชื่อว่า หอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ “ซึ่งจะสามารถอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาและ
ประชาชนทั่วไปได้อย่างเต็มที่” (จากเอกสาร การขยายการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีไป
ยังศูนย์รังสิตของมหาวิทยาลัย แจกจ่ายในวันทำประชาพิจารณ์ ณ หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์, ๔ พฤษภาคม ๒๕๔๔) ทั้งนี้หอสมุดแห่งใหม่ที่ศูนย์รังสิตจะใช้งบประมาณกว่า
๒๐๐ ล้านบาทปรับปรุงอาคารยิมเนเซียมแฮนด์บอล ที่ศูนย์รังสิต มีพื้นที่ให้บริการประมาณ
๑๖,๐๐๐ ตร.ม. มากกว่าหอสมุดปรีดีฯ ที่ท่าพระจันทร์ ซึ่งมีพื้นที่ให้บริการประมาณ ๘,๕๐๐ ตร.ม. โดยห้องสมุดกลางศูนย์รังสิตจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับที่ท่าพระจันทร์ อาทิ ห้องอ่าน
หนังสือ ห้องฟังเพลง ห้องบริการคอมพิวเตอร์ และโรงภาพยนตร์ เป็นต้น เพื่อให้ทันเปิดบริการในปี
พ.ศ. ๒๕๔๕ และเป็นไปตามนโยบายของผู้บริหารฯสำนักหอสมุดจึงมีนโยบายยุบห้องสมุดสาขาที่ท่า
พระจันทร์ทั้ง ๗ แห่ง (ยกเว้นห้องสมุดสัญญาธรรมศักดิ์ คณะนิติศาสตร์) แล้วนำหนังสือภาษาไทย
วิทยานิพนธ์ทั้งไทยและอังกฤษ ของห้องสมุดสาขาไปไว้ที่ศูนย์รังสิตทั้งหมด หนังสืออ้างอิงและวารสาร
ภาษาไทยทุกฉบับย้ายไปศูนย์รังสิต หนังสือภาษาอังกฤษให้คัดเลือกเฉพาะบางส่วนไว้ที่หอสมุดปรีดีฯ
ส่วนพจนานุกรม นามานุกรม จะ “พิจารณาแยกแยะตามความเหมาะสม” โดยที่สำนักหอสมุด
จะคัดหนังสือในหอสมุดปรีดีฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีไปไว้ที่ศูนย์รังสิต
ทั้งหมด เหลือเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาและการวิจัย
ระดับสูงไว้เท่านั้น โดยในขณะนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนการติดสติ๊กเกอร์ ว่าเล่มไหนจะคงไว้ที่หอ
สมุดปรีดีฯ เล่มไหนจะนำไปศูนย์รังสิต

ในฐานะสมาชิกของ “ชมรมมิตรห้องสมุด” เราขอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และสภามหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ทบทวนการดำเนินการดังกล่าวและขอตั้งข้อสังเกตดังต่อไปนี้

. หอสมุดปรีดี พนมยงค์ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นห้องสมุดทางสังคมศาสตร์ที่ดีที่สุดในประเทศ
ไทย ใช้เวลาสะสมหนังสือมายาวนานกว่า ๖ ทศวรรษ ถือเป็นคลังหนังสือขนาดใหญ่และสมบูรณ์กว่า
หอสมุดแห่งใด ทั้งยังเป็นห้องสมุดที่นำระบบ Library of Congress และระบบ Open Shelf (ผู้อ่านสามารถเข้าถึงหนังสือได้ด้วยตนเอง) มาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทยดังที่ผู้ใช้ห้องสมุดผู้หนึ่ง
ได้บอกเล่าความประทับใจที่มีต่อห้องสมุดแห่งนี้ไว้ว่า “ห้องสมุดที่ข้าพเจ้าชอบมากที่สุดคือห้องสมุด
กลางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ห้องสมุดนี้มีหนังสือคลาสสิคทั้งไทยและอังกฤษมากกว่าห้องสมุดใด ๆ ในประเทศไทย (แม้หอสมุดแห่งชาติก็ไม่ยกเว้น) สำหรับภาษาอังกฤษ ข้าพเจ้าทึ่งกับห้องสมุดนี้เป็น
พิเศษเพราะไม่ว่าอยากจะหางานสำคัญ งานคลาสสิคเล่มใดในภาษาอังกฤษ
ไม่ว่าจะเขียนมานานเท่าใด ห้องสมุดนี้เป็นมีแทบทั้งนั้น ...มีงานทั้งของฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาด้วย เช่น
งาน Collected Works ของเลนินตั้ง ๔๐ กว่าเล่ม ก็เห็นมีที่ห้องสมุดนี้เพียงแห่งเดียว ส่วนในด้าน
ภาคไทยนั้น ห้องสมุดนี้เก็บงานเก่า ๆ ไว้มาก พวกตำราทางเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง...มาจนถึงสมัยมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ลองไปหาที่นี่จะพบแทบทั้งหมด...ห้องวารสารวิชาการของห้องสมุดนี้ก็ค่อนข้างดี ในแง่ที่ว่าเปิดหิ้งโดย
เสรีให้หยิบกันเอง” (ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, “จะไปห้องสมุดไหนกันดี” ในวงวิชาการ, พ.ศ. ๒๕๒๖)
การ “ยุบ” ห้องสมุดสาขา การ “แยก” หนังสือที่เคยรวมอยู่ในที่เดียวกันอย่างสมบูรณ์และเป็นระบบ
ให้กระจัดกระจายกันไปในที่ต่าง ๆ เท่ากับเป็นการทำลาย “คลังความรู้คู่สังคมไทย” ไปอย่างสิ้นเชิง

. หอสมุดปรีดี พนมยงค์ ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๑ เป็นห้องสมุดอัน
ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมสู่การเป็น Resource Center ในอนาคตอันใกล้
หอสมุดปรีดีฯ ก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณจำนวนมหาศาลเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้จากภาษีอากร
ของประชาชน และการระดมทุนจากศิษย์เก่า โดยมุ่งหวังที่จะให้หอสมุดปรีดีฯ เป็นศูนย์แห่งการเรียน
รู้ด้วยตนเองอย่างสมบูรณ์แบบและเสริมสร้างภูมิปัญญาให้แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อย่างต่อเนื่อง และ “พร้อมที่จะเป็นห้องสมุดที่ดีที่สุดในด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ตลอดไป”
(ส่วนหนึ่งจากสาส์นจากนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศาสตราจารย์คุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี
ตีพิมพ์ใน หนังสือที่ระลึกพิธีเปิดหอสมุดปรีดี พนมยงค์) แต่แล้วเพียง ๔ ปี ยังไม่ทันบรรลุวัตถุประสงค์
ตามที่ตั้งไว้ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็มีนโยบายที่จะใช้งบประมาณของรัฐอีกกว่า ๒๐๐ ล้านบาท ในการ
สร้างหอสมุดแห่งใหม่ให้ “ใหญ่” กว่า และ “ทันสมัย” กว่าเดิม แสดงให้เห็นถึงการบริหารที่ขาด
การวางแผนระยะยาว และเป็นการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

๓. การคัดหนังสือที่ “เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี” ไปไว้ที่ศูนย์รังสิต เป็นการ
ทำลายลักษณะดั้งเดิมของหอสมุดปรีดีฯ ที่เป็นห้องสมุดสำหรับการค้นคว้าทั่วไปในทุกระดับ ให้กลาย
เป็นห้องสมุดเฉพาะสำหรับบัณฑิตศึกษาซึ่งมีจำนวนน้อย จึงเป็นการกีดกันคนส่วนใหญ่ออกไป
นโยบายการแบ่งแยกหนังสือของปริญญาตรีและปริญญาโทออกจากกันนั้น เป็นไปได้ยากในเชิงปฏิบัติ เพราะองค์ความรู้ไม่สามารถแบ่งแยกได้ หนังสือระดับพื้นฐานจำนวนมากจำเป็นต้องใช้ร่วมกันทั้ง
นักศึกษาปริญญาตรี โทและเอก

. การที่ “หอสมุดดี ๆ” ที่เคยอยู่ใจกลางเมือง ต้องถูก “แบ่งภาค” ออกไปอยู่นอกเมือง เป็นการขัดแย้ง
กับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งหวังให้หอสมุดปรีดีฯ เป็นศูนย์กลางการค้นคว้าวิจัยและเป็นศูนย์บริการ
ทางวิชาการแก่ประชาชนทั่วไป ในฐานะสมาชิก “ชมรมมิตรห้องสมุด” เราขอคัดค้านนโยบายการ
“ยุบ” ห้องสมุดสาขา และการ “แยก” หนังสือจากหอสมุดปรีดีฯ ที่เคยรวมอยู่ในที่เดียวกันอย่างสมบูรณ์
และเป็นระบบ ขอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และ สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พิจารณาและทบทวน
ปัญหาการจัดการห้องสมุดอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของนักศึกษาและประชาชน
เพื่อให้หอสมุดปรีดี พนมยงค์ ดำรงความเป็น “คลังความรู้คู่สังคมไทย” สมเจตนารมณ์ของผู้ประศาสน์
การมหาวิทยาลัย

สมาชิก “ชมรมมิตรห้องสมุด”
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๔๔


สำนักข่าว thaingo รายงาน
cheeriver@hotmail.com