|
ร้อน"ไฟ"แน่..ถ้าประชาชนไม่ช่วยกันล้มค่าเอฟที
ถึง ประชาชนผู้ต้องจ่ายค่าไฟทุกท่าน
ค่าไฟตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ท่านคงจะเห็นความผิดปกติได้เมื่อพบว่าค่าไฟมีราคาสูงขึ้น
ทั้งๆที่ ปริมาณการใช้ไฟไม่แตกต่างไปจากเดือนก่อนสักเท่าไร
เหตุที่เป็นเช้นนั้นเพราะ
ได้มีการเก็บค่าเอฟทีขึ้นอีก 24.44 สตางค์ ต่อหน่วย โดยอ้างว่า
ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น การปรับค่าเอฟทีที่ผ่านมานับเป็นการปรับเพิ่มที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
และหากนับรวมค่าเอฟทีที่ 64.52 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้แอบไปรวมไว้
กับค่าไฟฐาน
ถึงวันนี้เราถูกเก็บค่าเอฟทีไปแล้วมากถึง 88.96 สตางค์ต่อหน่วย
หรือเกือบ 1 บาท การเพิ่มขึ้นครั้งนี้
จะทำให้ท่านมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ตามาด้วยอย่างแน่นอน ทั้งจากค่าไฟที่ต้องจ่ายทุกสิ้นเดือน
รวมไปถึงราคาค่าสินค้าในชีวิตประจำวันต่างๆ ก็จะสูงตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน
|
อัตราค่าไฟบ้านปัจจุบันเมื่อรวมค่าเอฟทีใหม่เข้าไปด้วยจะตกประมาณ
หน่วยละ 3 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มอีก
7% ) |
|
ค่าไฟ..เราต้องจ่ายอะไรบ้าง...?
ปกติแล้วค่าไฟที่เราต้องเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟจะมีด้วยกัน
3 ส่วน ใหญ่ๆ คือ
1.ค่าไฟฐาน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงปรับขึ้นหรือลดราคาลงได้ก็ต่อเมื่อได้ผ่านมติของ
คณะรัฐมนตรีแล้วเท่านั้น ล่าสุด ครม.ได้มีการประกาศใช้ค่าไฟฟ้าฐานใหม่เมื่อเดือนตุลาคม
2543 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าจะทำให้ค่าไฟลดลงโดยรวมเฉลี่ยร้อยละ
2 ค่าไฟฐาน
ที่ปรากฎอยู่ในบิลนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
1.1 ค่าพลังงานไฟฟ้า หรือค่าไฟที่คิดจากหน่วยไฟฟ้าที่เราใช้จริงๆ
1.2 ค่าบริการ เพิ่งมีเมื่อเดือนตุลาคม
2543 การไฟฟ้าอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ
การจัดเก็บค่าไฟฟ้า สำหรัลผู้ใช้ไฟบ้านที่ใช้ไฟมากกว่า
150 หน่วยจะถูกเรียกเก็บที่ 40.90
บาทต่อเดือนเท่ากันหมด
2. ค่าเอฟที หรือค่าไฟฟ้าผันแปรโดยอัตโนมัติ
3. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
จะเห็นว่าค่าเอฟทีไม่ใช่ค่าบริการที่เกิดขึ้นจากการที่เราใช้ไฟกันโดยตรง
แล้วทำไมเราจึงถูก
บังคับให้ต้องจ่ายค่าเอฟทีด้วย
พบความอยุติธรรมที่หมกเม็ดอยู่ในค่าเอฟที
ทุกครั้งที่มีการปรับค่าเอฟทีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะอ้างเรื่องราคาค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
แต่นั่นเป็น
ความจริงเพียงน้อยนิดเท่านั้น เพราะค่าเอฟทีที่เราต้องจ่ายให้การไฟฟ้าฯนี้
ยังมีการหมกเม็ดนำ
ค่าใช่จ่ายอื่นๆ ของการไฟฟ้าอีกหลายอย่างมารวมใส่ไว้ในค่าเอฟที ให้ประชาชนต้องมานั่งรับผิดชอบ
แทน ที่สำคัญคือ
1.ค่าความละโมบของการไฟฟ้า
โดยปกติแล้ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
หรือกฟผ. จะมีการคาดการณ์ในรายได้ที่คาดว่า
จะได้จากการขายไฟให้กับผู้ใช้ไฟในกลุ่มต่างๆ แต่หลายครั้งการคาดการณ์หรือการคาดเดาความต้อง
การการใช้ไฟฟ้าก็สูงกว่าความเป็นจริง เช่น คาดการณ์ว่าจะสามารถขายไฟได้
100 ล้านบาท แต่ปรา
กฎว่าขายไฟได้เพียง 50 ล้านบาท เงินที่คาดว่าจะได้อีก
50 ล้านบาท การไฟฟ้าก็หามาใส่กระเป๋า
ตัวเองด้วย วิธีง่ายๆ คือ มาเก็บกับชาวบ้านในรูปของค่าเอฟทีที่อยู่ในบิลค่าไฟ
เป็นการผลักภาระความ
ผิดพลาดของตัวเองมาให้กับประชาชนอย่างไม่ละอาย เป็นการละโมบของการไฟฟ้าอย่างไม่เป็นธรรม
2. ค่าแห่งการไม่เอาไหนในการดำเนินงานของการไฟฟ้า
ช่วงที่ผ่านมา กฟผ. ก็ไม่แตกต่างจากองค์กรธุรกิจอื่นๆ
ที่หลงใหลได้ปลื้มไปกับเศรษฐกิจฟองสบู่มีการกู้เงินจากแหล่งทุนต่างประเทศจำนวนมากมายเพื่อนำมา
สร้างโรงงานผลิตไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าต่างๆ มีการให้โบนัสและผลประโยชน์ตอบแทนต่างๆ
กับพนัก
งานของการไฟฟ้าฯอย่างค่อนข้างฟุ่มเฟือย ในขณะที่ กฟผ.คาดหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนจำนวนมหา
ศาลจากการลงทุนเหล่านั้น แต่เมื่อเศรษฐกิจได้แตกภาคธุรกิจได้ล้มหายตายจาก
ส่งผลให้การไฟฟ้าไม่มีลูกค้ารายใหญ่มาซื้อไฟไปใช้อย่างที่ได้คาดการณ์ไว้
นอกจากรายได้จะไม่เกิด
ชึ้นแล้ว เงินทุนที่ไปกู้หนี้ยืมสินมาก็กลายเป็นทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
ซ้ำร้ายความตกต่ำของค่าเงินบาทก็ยังผลักดันให้เงินต้นและดอกเบี้ยที่จะต้องใช้คืนแหล่งทุนต้องเพิ่มขึ้น
มาอีกหลายเท่าตัว หนี้สินติดค้างหรือหนี้เสียในกิจการไฟฟ้าเหล่านี้มีมากถึง
6 แสนล้านบาท เอาคนไทย
ทั้งประเทศมารับผิดชอบร่วมกันก็จะตกหัวละ ประมาณ 60,000
บาท
หากเป็นองกรค์ธุรกิจอื่นๆ ทั่วไป
การไฟฟ้าต้องล้มครืนพังทลายมานานแล้ว แต่ กฟผ.เป็นรัฐวิสาหกิจ
ที่เปรียบเสมือนกล่องดวงใจของทุกรัฐบาล เนื่องจากเคยสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้รัฐบาลสามารถ
เอาไปคุยโอ่ในความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้
ด้วยเหตุนี้ กฟผ.จึงล้มไม่ได้
แต่วิธีพยุงกิจการของ กฟผ. ก็คือการนำภาระหนี้สินต่างๆ รวมไปถึงการ
เปลี่ยนแปลงต่างๆ ในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ส่งผลลบต่อการไฟฟ้าฯ
มายัดใส่ในค่า
เอฟทีเพื่อให้ประชาชนรับผิดชอบแทน และจะมีการปรับเพิ่มทุกๆ 4 เดือน
เป็นวิธีการที่การๆไฟฟ้าฯ
ใช้มาตลอด
ผลของการปรับเพิ่มค่าเอฟทีครั้งนี้นอกจากจะทำให้ไฟเพิ่มขึ้นแล้ว
ราคาค่าสินค้าทั้งอุปโภคบริโภค
ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้สำหรับคนที่อยู่ตามห้องเช่า
อพาร์ทเม้น
ค่าไฟแต่ละเดือนก็จะสองขึ้นอีกหลายบาท และหากรัฐบาลไม่สามารถจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้าให้ถูกจุด
ก็จะทำให้สภาพเศรษฐกิจรวมไปถึงค่าครองชีพของประชาชนต้องย่ำแย่ลงอย่างไม่มีที่หลีกเลี่ยงได้
ข้อเสนอต่อรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และประชาชนทุกท่าน
"เอฟที
(ft)"ย่อมาจาก คำว่า fuel tariff ความจริงๆ หมายถึง
ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าผันแปรไปตามต้น
ทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ปัจจุบันค่าเอฟทีได้เป็นช่องทางในการแก้ปัญหาความล้มละลายของการไฟฟ้าฯ
อันเนื่องมาจากความประสิทธิภาพในการดำเนินการที่ผ่านมา ด้วยการผลักภาระต่างๆ
มาให้กับประชาชน
ในรูปของค่าเอฟที เป็นการแก้ปัญหาแบบเอาแต่ได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนโดยทั่วถึงกัน
ทักษิณประกาศนโยบายคิดใหม่ทำใหม่ จึงควรจะมาคิดใหม่ทำใหม่กับเรื่องการขึ้นค่าเอฟทีครั้งนี้
โดย
เร่งด่วน
ประการแรก ให้รัฐบาลระงับการเก็บค่าเอฟที
ประการที่สอง ให้รัฐบาลทบทวนนโยบายการเก็บค่าเอฟทีที่เป็นธรรมต่อประชาชน
ประการที่สาม รัฐบาลต้องสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นให้ได้ภายในการไฟฟ้าทั้งสามแห่ง
โดย
ไม่ให้มีการคอร์รัปชั่น ไม่ให้มีการแบ่งปันผลประโยชน์ภายในที่เอาเปรียบประชาชน
ไม่ให้มีการ
ใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดค่าไฟฟ้ามากกว่าที่เป็นอยู่นี่คือข้อเรียกร้อง
ของคณะทำงานติดตามตรวจสอบค่าเอฟทีที่ประกอบด้วย องค์กรประชาชนและนักศึกษาจากหลายสถาบัน
สำหรับพี่น้องประชาชนถ้าท่านเห็นด้วยกับข้อเสนอข้างต้น เราขอเชิญชวนท่านให้ร่วมส่งความคิด
เห็นให้หยุดการเก็บค่าเอฟที เพื่อให้รัฐบาลใหม่ได้พิจารณาทบทวนการเก็บค่าไฟใหม่อีกครั้ง
ก่อนที่ทุกของประชาชนจะมากกว่านี้
ขอแสดงความนับถือ
-สหพันธืองค์กรผู้บริโภค
-กลุ่มศึกษาพลังงานทางเลือกเพื่ออนาคต
-โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ
-เครือข่ายพลังงานยั่งยืน
-คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย
-สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
-คณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม 16 สถาบัน
-เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน
-เครือข่ายสลัม 4 ภาค
-ศูนย์ร่วมพัฒนาชุมชน
-มูลนิธิดวงประทีป
และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
| |
ต้องการแสดงความคิดเห็นหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค 211/2 ซ.งามวงศ์วาน 31 ถ.งามวงศ์วาน
อ.เมืองจ.นนทบุรี 11000
โทรศัพท์/โทรเลข 9525060-2 E-mail
: smbuyer@yahoo.com |
|
หากบ้านคุณ
ใช้ไฟ
(หน่วย) |
ค่าไฟฟ้าที่ท่าน
ใช้จริง
(บาท) |
ค่าเอฟที
(บาท) |
ค่าบริการ
(บาท) |
รวมค่าไฟทั้งหมด
(บาท) |
ค่าภาษีมูล
ค่าเพิ่ม
(บาท) |
รวมเป็นเงิน
ที่ต้องจ่าย
(บาท) |
200หน่วย
400หน่วย
600หน่วย
800หน่วย
1000หน่วย
1200หน่วย
1400หน่วย
1600หน่วย |
409.6
956.23
1560.83
2156.43
2752.03
3347.63
3943.23
4538.83
|
48.88
97.76
146.64
195.52
244.40
293.28
342.16
391.04
|
40.90
40.90
40.90
40.90
40.90
40.90
40.90
40.90
|
499.39
1103.89
1748.37
2392.85
3037.33
3681.81
4326.29
4970.77 |
34.95
77.27
122.38
167.49
212.61
257.72
302.84
347.95
|
534.50
1181.25
1870.75
2560.50
3250.00
3939.50
4629.25
5318.75
|
สนใจ อ่านบทสัมภาษณ์
นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา บก.ฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค |