ท่อก๊าซดิ้นหาที่แปลงใหม่ ชาวบ้านบุกยื่นคัดค้านอบต.-นายอำเภอ หวั่นรุกที่สาธารณะอีก

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 เวลา 9.30 น. ตัวแทนเครือข่ายคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซ โรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย ประมาณ 300 คน ได้เดินทางไปยังที่ทำการอบต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อยื่นหนังสือถึงอบต.ตลิ่งชัน ให้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับบริษัท ทรานส์ไทย-มาเลเซีย (ทีทีเอ็ม) และบริษัท ซัมซุง จำกัด ที่ได้เข้าบุกรุกที่ดินสาธารณะบริเวณชายหาดบ้านตลิ่งชัน และยังได้บุกรุกเปลี่ยนแปลงสภาพทางสาธารณประโยชน์ในบริเวณดังกล่าวด้วย

การเข้าบุกรุกที่ดินสาธารณะดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่ชาวบ้านกลุ่มคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซีย ได้เข้าขัดขวางการบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์ “โคกชายทะเล” โดยบริษัทซัมซุง จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างโรงแยกก๊าซไทยมาเลเซีย เพื่อใช้ที่สาธารณะดังกล่าวในการก่อสร้างถนนและท่าเรือขนถ่ายเครื่องจักรเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยผลปรากฏว่า จากการตรวจสอบหลักฐานต่างๆ พบว่า ที่ดินที่ บริษัททีทีเอ็ม ใช้ในการวางท่อขึ้นบกจำนวนประมาณ 10 ไร่นั้น เป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ซึ่งมีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวอยู่ในขณะนี้ ทำให้บริษัทซัมซุง จำกัด ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างจุดขนถ่ายเครื่องจักรได้ตามแผนเดิม

ต่อมาบริษัทซัมซุงได้ทำการขอเช่าที่ดินเอกชนในบริเวณใกล้ชายหาดบ้านตลิ่งชันเพื่อใช้ก่อสร้างถนนและท่าเรือขนถ่ายเครื่องจักรแทน และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เริ่มเข้าไปทำการก่อสร้างถนน แต่ปรากฏว่า ที่ดินแปลงที่บริษัทเช่านั้นมีทางสาธารณะประโยชน์ที่ชาวบ้านตลิ่งชันใช้ในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้านขวางกั้นอยู่ ทางบริษัทได้ทำการปิดกั้นและถมดินเพื่อก่อสร้างถนนขนเครื่องจักรทับทางสาธารณะเส้นดังกล่าวโดยไม่มีการขออนุญาตต่อองค์การบริหารส่วนตำบลตลิ่งชัน และไม่ฟังเสียงทัดทานจากชาวบ้าน ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ อบต.ตลิ่งชัน โดยมีการลงชื่อแนบท้ายประมาณหนึ่งพันคน พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเส้นทางที่ถูกบุกรุกนั้นเป็นทางสาธารณะประโยชน์จริง สำหรับข้อเรียกร้องของชาวบ้าน มี 4 ข้อคือ

1. ให้อบต.ตลิ่งชันแจ้งไปยังบริษัททีทีเอ็มและซัมซุงให้หยุดการปรับไถ บุกรุกครอบครองและกระทำการให้เสื่อมสภาพในที่ดินสาธารณะชายทะเลและทางสาธารณประโยชน์ รวมทั้งให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร่งด่วน

2. ให้อบต.ตลิ่งชันแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทซึ่งได้ทำการบุกรุกครอบครองที่สาธารณะ

3. หากทางอบต.ตลิ่งชันจะดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินชายทะเล ที่ดินโคกชายทะเลและที่ดินสาธารณประโยชน์ ต.ตลิ่งชัน ขอให้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในท้องที่ รวมทั้งประชาชนที่มีความเห็นคัดค้าน ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ตามกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540

4. ให้อบต.ตลิ่งชันทำหนังสือแจ้งผลดำเนินการข้อ ๑-๓ กลับมายังประชาชนผู้เดือดร้อนตามรายชื่อที่ยื่นมาด้วย

นายณัฐพล ชูทอง ปลัดอบต.ตลิ่งชัน เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือของชาวบ้าน โดยนางสุไรด๊ะห์ โต๊ะหลี ตัวแทนชาวบ้านได้ร้องเรียนว่า ที่ผ่านมาที่บริษัททีทีเอ็มบุกรุกเข้าครอบครองทางสาธารณ ประโยชน์หรือทางวะกัฟตามหลักศาสนาอิสลามในพื้นที่ต.สะกอม และต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ และยังได้เปลี่ยนแปลงสภาพ “พรุ” หรือลำคลองสาธารณประโยชน์ ทั้งยังมีปัญหาการบุกรุกที่ดินสงวนโคกชายทะเลซึ่งถูกออกอกสารสิทธิโดยมิชอบ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว และมีข้อสรุปให้ทางบริษัทผู้รับผิดชอบและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องซึ่งสนับสนุนโครงการฯ หยุดการกระทำดังกล่าวและปรับสภาพพื้นที่ต่างๆให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างเร่งด่วนแล้ว แต่จนถึงบัดนี้ นอกจากทางบริษัทฯและหน่วยงานราชการจะยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ก็ยังคงมีความพยายามที่จะบุกรุกครอบครองและเปลี่ยนสภาพของทางและที่ดินสาธารณประโยชน์ชายทะเลในพื้นที่ต.ตลิ่งชันเพิ่มเติมต่อไปอีก เพื่อก่อสร้างถนนและท่าเทียบเรือชั่วคราว ซึ่งเป็นการก่อสร้างที่ไม่อยู่ในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ทั้งๆที่ประชาชนใช้ประโยชน์ในการสัญจรไปมาและใช้ในการประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านมาเป็นเวลานานจากอดีตถึงปัจจุบัน ดังนั้น จึงขอให้ อบต.ตลิ่งชัน เร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน

นายณัฐพล ปลัดอบต. ได้ชี้แจงต่อชาวบ้านว่า ถึงแม้ตนจะไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่ก็ต้องการทำงานด้วยความถูกต้อง ที่ผ่านมาที่เคยอนุมัติการก่อสร้างในโรงแยกก๊าซไปนั้นก็เพราะไม่ได้รับรู้ข้อมูลปัญหาจากฝ่ายชาวบ้านที่คัดค้าน แต่ตอนนี้ได้เห็นปัญหาแล้ว และเมื่อได้รับหนังสือยื่นขออนุญาตจากฝ่ายบริษัทเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ตัดสินใจแจ้งให้ชาวบ้านทราบทันทีเพื่อที่ชาวบ้านจะได้มีส่วนร่วมก่อน โดยที่ทางอบต.ยังไม่ได้มีการอนุมัติใดๆทั้งสิ้น นายณัฐพลยังได้มอบสำเนาเอกสารการขออนุญาตของทาง บริษัทซัมซุง ที่ยื่นต่ออบต. ตามที่ชาวบ้านร้องขอ ทำให้ชาวบ้านพอใจและเดินทางกลับ

จากนั้นเวลาประมาณ 11.00 น. กลุ่มชาวบ้านได้เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอจะนะ เพื่อยื่นหนังสือต่อนายสมชาย ฤทธิเดช นายอำเภอจะนะ ซึ่งส่ง นายพิทยา ภูพงษ์ ปลัดอำเภอออก มารับหนังสือแทน แต่ชาวบ้านไม่ยอมยื่นหนังสือให้เพราะไม่พอใจท่าทีของปลัดอำเภอคนดังกล่าวที่มีต่อชาวบ้านผู้คัดค้านโครงการท่อก๊าซมานานแล้ว และต้องการให้นายอำเภอมารับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วยตัวเอง โดยชาวบ้านต้องรออยู่จนถึงประมาณ 13.00 น. นายอำเภอจึงยอมออกมาพบ

นางสุไรด๊ะห์ ได้อ่านข้อเรียกร้องในหนังสือ ขอคัดค้านการบุกรุกครอบครองและเปลี่ยนสภาพของที่ดินชายทะเล ที่ดินโคกชายทะเลและที่ดินสาธารณประโยชน์ ต.ตลิ่งชัน อำเภอจะนะ และขอให้นายอำเภอสั่งระงับการปรับไถ บุกรุกครอบครองและเปลี่ยนสภาพของทางสาธารณประโยชน์ ที่ดินสาธารณประโยชน์ชายทะเลในพื้นที่ตต.ตลิ่งชัน และให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร่งด่วน รวมทั้งให้ทำหนังสือแจ้งผลดำเนินการแก่ชาวบ้านตามรายชื่อที่ยื่นมาด้วย

ในระหว่างที่ นางสุไรด๊ะห์ อ่านหนังสือฉบับดังกล่าว มาถึงข้อความที่อ้างถึงการที่นายอำเภออนุญาตให้บริษัทใช้ที่สาธารณะชายตลิ่ง ต.ตลิ่งชัน เพื่อสร้างท่าเทียบเรือไปแล้วนั้น ปรากฏว่า นายสมชาย ได้แสดงอาการ โมโห ตะโกนบอกให้นางสุไรด๊ะห์หยุดพูด ตนไม่ฟังแล้ว และผลุนผลันกลับเข้าไปในที่ว่าการอำเภอ ทำให้กลุ่มชาวบ้านต้องส่งเสียงเรียกให้นายอำเภออกมาพูดกับชาวบ้านให้รู้เรื่อง “ถ้าทำจริงต้องรับอย่างลูกผู้ชาย” สักครู่หนึ่งนายอำเภอจึงยอมเดินออกมา นางสุไรด๊ะห์ กล่าวว่า ถ้าพูดผิดก็ต้องขออภัย แต่ช่วยไม่ได้ที่นายอำเภอไม่ถามชาวบ้านก่อนที่จะอนุมัติ และเรียกร้องให้นายอำเภอไปดูบ้านของชาวบ้านที่เกิดรอยร้าว เพราะผลกระทบจากอุบัติเหตุในโรงแยกก๊าซและการปรับไถที่ดินของบริษัท ซึ่งนายอำเภอรับปากว่าถ้ามีเวลาก็จะไป

หลังจากนั้นชาวบ้านได้เดินทางไปสำรวจทางสาธารณะ ต.ตลิ่งชันซึ่งอยู่ด้านหลังที่ดินแปลงที่บริษัทเพิ่งไปเช่าจากนายโส๊ะ หัดเหาะ โดยชาวบ้านได้ตรวจสอบจากเอกสารที่ดินที่บริษัทยื่นต่ออบต.แล้ว พบว่าด้านหลังที่ดินผืนที่บริษัทขอเช่านั้นระบุว่ามีทางสาธารณะอยู่จริง ชาวบ้านได้ไปสำรวจและพบหลักหมุดซึ่งตรงกับเอกสารในแผนที่ เป็นทางสาธารณะกว้าง 8 เมตร ยาวประมาณ 40 - 50 เมตร จึงได้ขึงเชือกแสดงเขตพื้นที่สาธารณะให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกได้อีก แต่ปรากฏว่าในขณะที่ชาวบ้านกำลังสำรวจอยู่นั้น นายโส๊ะ หัดเหาะ ได้มาบอกให้ชาวบ้านออกไป โดยอ้างว่าตนได้ให้บริษัทซัมซุงเช่าที่แล้ว ซึ่งย่อมหมายความรวมถึงทางสาธารณะที่ติดกับที่ของตนด้วย แต่ชาวบ้านไม่ยินยอม ทั้งนี้นายโส๊ะมีบทบาทสนับสนุนโครงการท่อก๊าซมาตลอด และเป็นเจ้าของที่ดินที่ให้เช่าเพื่อตั้งค่ายตชด.ที่มาดูแลการก่อสร้างโครงการด้วย

จากนั้น ได้มีกำลังตำรวจประมาณ 30 นายนำโดย พ.ต.ท.อนุรุธ อิ่มอาบ และ ร.ต.อ.อธิชัย สมบูรณ์ เข้ามาบอกให้ชาวบ้านออกไปจากที่ดินดังกล่าวเพราะเป็นที่ส่วนบุคคลและบริษัทได้ขอเช่าแล้ว ชาวบ้านจึงได้แสดงหลักฐานให้ดู ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แต่ออกปากว่าตอนที่ได้รับแจ้งนั้น ไม่มีการอธิบายเรื่องนี้ให้พวกตนทราบ ตอนนี้ในเมื่อฝ่ายชาวบ้านมีหลักฐาน ตำรวจก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ จากนั้นเวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ของ บริษัทซัมซุง ได้เข้ามาบอกให้ชาวบ้านออกไป โดยอ้างว่านายอำเภออนุญาตให้ใช้ที่สาธารณะตรงนั้นแล้ว ชาวบ้านจะมาบุกรุกไม่ได้ “เพราะเป็นที่สาธารณะส่วนบุคคล!?!” แต่ชาวบ้านไม่ยอมถอยออกไป เพราะไม่ยอมรับว่าที่สาธารณะจะเป็นที่ส่วนบุคคลไปพร้อมๆกันได้อย่างไร และที่ดินที่นายอำเภออนุญาตไปเองนั้นเป็นที่สาธารณะชายทะเล ไม่ใช่ทางสาธาณะเส้นนี้ที่ชาวบ้านกำลังสำรวจ เจ้าหน้าที่ของบริษัทซัมซุงพยายามโทรศัพท์ถึงนายอำเภอเพื่อให้มายืนยัน แต่ไม่เป็นผล ชาวบ้านประมาณ 200 จึงยังคงสำรวจและปักเขตทางสาธารณะผืนดังกล่าวต่อไป


เครือข่ายคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซ โรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซียและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
รายงานจาก อ.จะนะ จ.สงขลา

25 พฤศจิกายน 2547