สำนักข่าว thaingo
www.thaingo.org



เปิดทุ่งกุลาฯ 4 หมื่นไร่ เนรมิต"ดิสนีย์แลนด์"

จากกระแสข่าวที่คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา มีแผนงานจะดึง
นักลงทุน จากสหรัฐอเมริกา มาลงทุนสร้างสวนสนุกขนาดใหญ่ ดิสนีย์แลนด์ บนพื้นที่
4 หมื่นไร่ กลางทุ่งกุลาร้องไห้

โดยนายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ส.ว.พะเยา ซึ่งเป็นประธาน คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ได้พยายามเร่งตั้งคณะอนุกรรมมาธิการศึกษาความเหมาะสมในการสร้างดิสนีย์แลนด์
กลางทุ่งกุลาร้องไห้ ทุ่งหญ้าผื่นใหญ่ของภาคอีสานตอนกลาง หลังจากได้สัมมนากัน
ที่จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น

สำนักข่าว thaingo ได้เข้าสัมภาษณ์ นายเหลาไท นิลนวน เจ้าหน้าที่จากสมัชชา
ชาวนาชาวไร่เพื่อรับรองสิทธิที่ดินทำกินและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ
ที่รับผิดชอบพื้นที่แถบทุ่งกุลาร้องไห้และจังหวัดใกล้เคียง ทั้งจากองค์กรที่ทำงาน
ด้านอนุรักษ์และจากองค์กรด้านชุมชน ต่างก็ออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ต่างๆ
นานา

โดยนายเหลาไท กล่าวถึงนี้ว่า เป็นไปได้ยากมากเพราะทุ่งกุลาร้องไห้ตอนนี้เป็นที่ทำกิน
ของชาวบ้านหมดแล้ว การอพยพหรือเวณคืนที่ดิน การใช้ทรัพยากรเพื่อสร้างสวนสนุก
เป็นเรื่องที่ต้องชัดเจนมากอีกทั้ง ที่ดิน ตั้ง 4 หมื่นไร่ มันกว้างใหญ่มาก

"รายละเอียดตอนนี้เรายังไม่ทราบ ว่าที่เขาต้องการนั้นเขาต้องการพื้นที่ 4 หมื่นไร่
ที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ตรงส่วนไหนบ้าง เท่าที่ตรวจสอบดูตอนนี้ก็กินพื้นที่ อ.เกษตรวิสัย
จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีพื้นที่เยอะที่สุด

ถ้าหากให้ผมมองแล้ว เรื่องประเด็น 4 หมื่นไร่ นี่ข้อเท็จจริงคือมันเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้าน
อาศัยอยู่และทำมาหากินมานานแล้ว ดังนั้นกระบวนการที่จะเอาพื้นที่นี้นั้น
หรือกระบวนการที่จะเอาคนออก ถ้าไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน ผมว่ามีปัญหาแน่
อันที่สอง ถ้าชาวบ้านเขาได้รับผลกระทบในทางนิเวศก็ตามนะครับ เพราะถ้าเทียบขนาด
พื้นที่แล้ว 4 หมื่นไร่ มันเท่ากับหนึ่งอำเภอเลยนะครับ ตรงนี้ยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจน
เลยครับ ประการที่สามความคุ้มทุนในการที่จะลงทุน มันต้องดูที่เงื่อนไขว่า การที่จะเอาแหล่งทุนจากต่างประเทศมา (ตรงนี้ผมไม่แน่ใจ) ในเมืองไทยเรามันต้อง
มีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง เพราะถ้ากลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาท่องเที่ยวคือคนที่อยู่ในภูมิภาคนี้
ผมว่ามีน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็น ลาว เขมร เวียดนาม หรือคนภาคอีสาน เอง

ตอนนี้มันยังไม่มีรายละเอียดอะไรสักอย่างและอยากให้มีการนำเสนอรายละเอียดมา
ให้ภาคประชาชนได้ศึกษา ได้เข้าใจ ทั้งระบบนิเวศ ทั้งเรื่องของการจัดการ
ที่ดิน เรื่องของการจัดการผลกระทบ รวมทั้งการคืนทุน เพราะว่าเคยมีโครงการ
ลักษณะเดียวกันเข้ามาแล้วเยอะมาก สุดท้ายก็แค่เป็นการโหมข่าวเพื่อกว้านซื้อที่ดิน
แล้วก็มีการหาผลประโยชน์จากการขายที่ดิน ส่วนโครงการก็ล้มเหลว"
นายเหลาไท
กล่าว และยังพูดถึงการประสานกับเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆ ว่า"

"เราก็คุยกันบ้างกับเครือข่ายที่ทำงานอยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้และชาวบ้าน ในพื้นที่ ต่าง
ก็มองเหมือนกัน คือยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้มากนัก เพียงแต่คุยกันว่า เขาจะ
เอาเรื่องโครงการสวนสนุกขนาดใหญ่มาลงที่นี่ ก็ทราบกันแค่นี้เอง ส่วนราย
ละเอียดอื่นๆ ชาวบ้านยังไม่รู้กันเลย อีกอย่างเรายังไม่รู้จุดที่ชัดเจนเลยว่า ส.ส. และส.ว.
เขาจะก่อสร้างตรงไหน รู้แต่ว่าเขตอำเภอเกษตรวิสัย อ.สุวรรณภูมิแถวนี้ แหละเพราะ
ปลูกข้าวมะลิมากที่สุด ซึ่งผมเข้าใจว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์เกือบ
หมดแล้วถ้าจะทำก็ต้องมีการเวนคืนที่ดิน อีกอย่างมันเป็นพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ของ
ชาวบ้านหลายอำเภอ เพราะทุ่งกุลาฯเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ถ้าเราเคยดูหนังนายฮ้อย
ทมิฬ ว่าทำไมนายฮ้อยเคน ถึงเดินผ่านจาก อ.สว่างแดนดิน ไปร้อยเอ็ด เพราะแถวนั้น
มีวัวควาย เยอะที่สุด ไปซื้อวัวขายวัว กันที่นั่น

ซึ่งถ้าหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริงๆ ผมเชื่อว่าชาวบ้านแถวนี้เดือดร้อนแน่นอนครับ ดังนั้น
การที่จะมีมาตรการออกมามันต้องให้ชัดเจน และตอนนี้มันมีกระแส NGOs ออก
มามองว่า ไม่อยากให้ พวกผมออกมาคัดค้าน ทั้งที่ความจริงแล้วตอนนี้เราไม่ได้คัดค้าน
แต่โครงการขนาดใหญ่ ถึง 4 หมื่นไร่อย่างนี้ สมควรให้คนร้อยเอ็ด สุวรรณภูมิ หรือว่า
เกษตรวิสัย ได้รู้ ได้มาดูกันว่า มันตรงไหน และผลกระทบมันมีอะไรบ้าง เอาแค่เรื่องน้ำ
อย่างเดียว 4 หมื่นไร่ นี่ มันต้องใช้น้ำอยู่แล้ว ทั้งระบบน้ำ ระบบนิเวศ จะจัดการกันอย่างไร
เพราะทุ่งกุลาฯ เคยถูกโครงการปลูกยูคาลิปตัส ลงมาครั้งหนึ่งแล้ว และป่ายูคาลิปตัส
นี่มันทำลายป่าโคกเก่าๆ ไปจนหมด แถมยังเพิ่มความแห้งแล้ง ความเค็มของดินเข้าไปอีก
แล้วก็มา ครั้งที่สอง โครงการโขง ชี มูล ก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก ทำให้ดินเค็มระบาดเพิ่มเข้า
ไปทุกที่ที่น้ำไปถึงบางส่วนไปถึง อ.ทรายมูล จ.ยโสธร และ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์
และผมก็เคยเดินดูทั้งหมดแล้ว ผมไม่เห็นที่ว่างตรงไหนเลย มีแต่ที่ชาวยบ้านเขาทำกิน
ทั้งนั้น

ตอนนี้เรายังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไร เพียงติดตามข่าวคราวความคืบหน้าไปก่อน ทางผู้เสนอ
โครงการเขาก็ให้เราเอาข้อมูลไปแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ถึงข้อเท็จจริง และเราก็ยังมอง
ว่ามันยังดีกว่าการ
เปิดบ่อนกาสิโน เพราะตรงนี้เราไม่เห็นด้วยเลย เพียงแต่โครงการนี้มันใช้พื้นที่ตั้ง 4 หมื่น
ไร่ ก็เลย อยากรู้ว่า เขาเอาไปทำอะไรตั้งเยอะแยะ ดังนั้นในตอนนี้เรายังไม่สามารถ
บอกได้หรอกว่าเห็นด้วยหรือคัดค้าน เพียงแต่เราตั้งข้อสังเกตคือ หนึ่งอย่าไล่คน สองหากทับที่ทำกินชาวบ้านต้องรับผิดชอบ สามระบบนิเวศก็ต้องให้มันชัดเจนว่า กระทบ
อะไรบ้าง มีมาตรการแก้ไขอย่างไร"
นายเหลาไท กล่าวปิดท้าย ........

นายเหลาไท นิลนวน

สมัชชาชาวนาชาวไร่เพื่อรับรองสิทธิที่ดินทำกินและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ


 



ส่วนทางด้านนายแมน ปุโรทะกานนท์จากมูลนิธิประสานความร่วมมือพัฒนาทุ่ง
กุลาร้องไห้
ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์ถึงที่มา ของโครงการก่อสร้าง
ดิสนีย์แลนด์และความไม่สามารถจะเป็นจริงได้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ตามแผน
East West Corridor (EWC) เพราะผลประโยชน์ที่แท้จริงจะตกแก่ประเทศ
ที่มีทุนและการพัฒนาอุตสาหกรรมมากกว่า

"เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเขาได้มีการจัดสัมมนากันโดยใช้ชื่อว่า"การท่องเที่ยวจังหวัด
ร้อยเอ็ดและภาคอีสานตอนกลาง " โดยมีประธานกรรมาธิการ ส.ว. 5 คณะใหญ่ๆ
มา และก็ ส.ว. อื่นๆ ที่อยู่ในเขตนี้ก็มา 10 กว่า ท่าน การคุยกันวันนั้น เขาไม่ได้พูดถึง
เรื่องนี้อย่างเดียว แต่เขาพูดถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย เป็นระเบียงเศรษฐกิจ ตะวันออกตะวันตก
หรือ Eeast West Corridorคือจะมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงตรงจ.มุกดาหาร ไป
สุวรรณเขตของลาว และดานัง ของเวียดนาม และก็มีทางพาดไปทางเมาะตะมะของพม่า
คือถ้ามีการเสนอสร้างดิสนีย์แลนด์ ก็คงจะเป็นตรงนี้เพราะเป็นเขตเขต A ของ อินโดไชน่า
เนื่องจากมันมีที่ว่าง แต่มันก็มี 2 นัยยะ ก็คือเวลา ที่มีการพูดเรื่องอะไรใหญ่ๆ ที่ว่างกว้างๆ
หาได้ที่ไหน ก็มองมาที่ทุ่งกุลาฯ มันจะเป็นแบบนี้ตลอด เช่น ที่ทิ้งขยะ บ่อนกาสิโน
ตอนนี้ก็ดิสนีย์แลนด์"

นายแมน กล่าวและยังกล่าวถึงชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่อง
นี้เลยว่า

"
มีการส่งแฟกซ์มาให้ผู้นำชาวบ้านที่นี่ แต่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ ส่วนตัวเลขในนั้น
มัน 50,000 เอเคอร์ ข้อความไม่ชัดนัก แต่ที่พออ่านได้คือประมาณนั้น ซึ่งจริงๆ
ผมไม่ทราบหรอก ว่าเขาอ้างหน่วยผิดหรือว่าเขาต้องการจำนวนเท่านั้น ส่วนเหตุผล
ที่ทางอเมริกาเขาเลือกเพราะ

เป็นพื้นที่ใน gate way ที่ดูกว้างและว่างอยู่ เขาก็เลยสนใจ เคยลองถามชาวบ้านที่
ทางมูลนิธิทำงานร่วม ว่า จะให้เป็น กาสิโน หรือที่ทิ้งขยะ หรือดิสนีย์แลนด์ ดี เขาตอบว่า
ถ้าจะต้องให้เขาย้าย เขาไม่เอา ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่มีที่ว่างขนาดนั้นหรอก เท่าที่เรา
ทราบนั้นเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้านหมดแล้ว แต่ชาวบ้านก็มีเพียงเอกสารสิทธิ์ สปก. ที่ทางรัฐเขาอ้างว่าสามารถเอากลับมาคืนได้ แต่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ออกมาพูดว่า เขาไม่มีปัญญาหาที่กว้างขนาดนั้นได้หรอกน่ะ

ส่วนทางกลุ่มธุรกิจ หอการค้า เขาค่อนข้างจะเห็นด้วย ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเราวิเคราะห์กัน
จริงๆ แล้ว ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับเพราะ EWC หรือ East West Corridor
นี้ มันให้ประโยชน์แก่ทางไทยหรืออีสานตอนกลางน้อยมาก แต่กลุ่มที่ได้ประโยชน์คือ
เวียดนามมากที่สุด และที่ผมเข้าใจคือ การที่เขาจะต่อจากดานัง มาเมาะตะมะ โดยพาด
ผ่านไทยนั้น มันทำให้ผมนึกถึงภาพเข็มขัดที่ญี่ปุ่นมันเอามารัด จากนั้นมันก็จะกวาดเอา
ทรัพยากรในแถบนี้ไปใช้ประโยชน์ เพราะจริงๆ แล้วไจก้า พยายามมากที่จะให้มันเกิด
โครงการเหล่านี้ขึ้น เพราะลึกๆ แล้วผมคิดว่าเขาได้ประโยชน์มาก ออกจากท่าเรือดานัง
ก็ไปขึ้นท่าที่โยโกฮาม่าและหลังจากนั้นก็ขนสินค้าจากญี่ปุ่นผ่านเข้าสู่อินโดไชน่า

แล้วหลังจากนี้ยังมีโครงการสร้างโครงข่ายพวกโทรศัพท์ โทรคมนาคม หรือ hinterland กระจายไปทั่ว เพราะ hinterland ต้องลงพัฒนาพวกบ้านป่าเมืองเถื่อน อย่างพม่า
เขมร ลาว ด้วย ก็จะผุดไปด้วยโครงการเหล่านี้เพิ่มมาอีก"


นายแมนกล่าว และยังสรุปเพิ่มถึงบทบาทเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ยังไม่กระตือรือร้นเข้าไป
อธิบายถึงเหตุผลการเสนอโครงการต่างๆที่มีผลกระทบต่อชีวิตชาวบ้านเลยว่า

"เท่าที่ดูยังไม่มีเจ้าหน้าที่จากภาครัฐเข้าไปอธิบายถึงโครงการเหล่านี้ให้ประชาชนใน
พื้นที่ทราบมากนัก ส่วนทาง NGOs เองก็คุยแค่คร่าวๆ เพราะเราก็ไม่มีข้อมูลอะไรเลย
ในการอธิบายให้ชาวบ้านฟัง ได้แต่คาดเดา แต่เราเชื่อว่ามันเป็นไปได้ยาก ถ้าจะมาด้วย
ตรรกกะว่าที่มันว่าง แห้งแล้ง ตรงนี้ไม่จริงหรอกครับ เพราะที่นี่มีผลผลิตมี produc
tivity
สูงมาก ทั้งข้าว ปลา และอื่นๆ

แม้แต่ อ.ศรีศักร วัลลิโภดม ยังกล่าวว่า"คนที่นี่ เขาสร้างเมืองด้วยการใช้เกลือกับพริก
ดังนั้นชาวบ้านที่นี่เขาไม่เคยพูดเลยว่าเกลือคือปัญหาแห้งแล้งคือปัญหา" ดังนั้นการจะ
มาพัฒนาที่นี่เพราะว่าที่นี่อยู่ลำบากมีแต่ความแห้งแล้ง นั้นไม่ใช่ ทุกโครงการของรัฐ
ต้องมาอธิบายต้องถามความคิดเห็นความสมัครใจของเขาด้วย อีกอย่างเรามีเหตุผล
เราดูข้อมูล ไม่ใช่ค้านตะพึดไปทุกเรื่อง"
นายแมนกล่าวปิดท้าย....

นายแมน ปุโรทะกานนท์
มูลนิธิประสานความร่วมมือพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้


สำนักข่าว thaingo รายงาน
cheeriver@hotmail.com