|
3. บทบาทองค์กรพัฒนาเอกชนไทย
จากสภาพปัญหาสังคมไทยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันว่า ตลอดระยะเวลา
๔๐ ปี ของการพัฒนาภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ได้เกิดความบกพร่องอย่างมากจากการพัฒนาของภาครัฐ การทำหน้าที่บำบัดทุกข์
บำรุงสุข ขององค์กรพัฒนาเอกชนด้านต่าง ๆ ของประเทศไทย
สามารถสร้างบทบาทและผลสะเทือนการทำงานได้ไม่แพ้ภาคราชการ
แต่หน่วยงานภาคองค์กรพัฒนาเอกชนก็มีข้อด้อยที่สำคัญ อย่างน้อยสองประการ
คือ ไม่สามารถทำได้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง และไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องเหมือนระบบราชการ
บทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนจึงเพิ่มความสำคัญ และมีบทบาทยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับประเทศต่าง
ๆ ในภูมิภาคทั่วโลก การที่องค์กรพัฒนาเอกชนเข้าไปมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสังคม
จึงไม่ใช่เป็นการกีดขวางความคิดของรัฐในการพัฒนา แต่เป็นไปเพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาสังคมบางส่วน
และเพื่อให้รัฐปรับนโยบายในการทำงานพัฒนา โดยการสรุปบทเรียนการทำงานจากการปฏิบัติ
และแสวงหาทางเลือกใหม่ให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยให้ความสำคัญที่การพัฒนาศักยภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
และนำเสนอปัญหาแก่สังคมในวงกว้าง เพื่อการรับรู้และการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
ตราบใดที่สังคมยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น องค์กรพัฒนาเอกชนจะยังต้องดำรงอยู่
เพื่อแสดงบทบาทในเชิงเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สังคมอยู่ต่อไป
ปฏิบัติการของกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
ถ้าระบบปรกติของสังคมทำหน้าที่ได้ถูกต้องและบริบูรณ์
บทบาทและภารกิจขององค์กรพัฒนาเอกชน
นอกเหนือจากการช่วยเหลือบนพื้นฐานการกุศล และการสังคมสงเคราะห์อย่างเป็นระบบแล้ว
ได้ดำเนินบทบาทสำคัญในการนำเสนอ และผลักดันการแก้ไขปัญหาของผู้ด้อยโอกาสในสังคม
ทั้งด้านสิทธิชุมชน ประชาธิปไตย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สิทธิผู้บริโภค สิทธิมนุษยชน สลัม ผู้หญิง เด็ก ชนกลุ่มน้อย
แรงงาน เป็นต้น โดยแบ่งลักษณะงานที่สำคัญได้แก่
งานพัฒนาและสร้างจิตสำนึก
เป็นงานที่มุ่งให้ความรู้พื้นฐานหรือความชำนาญบางอย่างแก่กลุ่มเป้าหมาย
เพื่อให้สามารถเกิดความตระหนักถึงที่มาที่ไปของสภาพปัญหา ซึ่งจะได้เข้าใจตนเองและสามารถยกระดับการช่วยตัวเองผ่านกิจกรรมที่ทำ
การเข้าใจสิทธิผลประโยชน์ในคุณค่าของมนุษย์ การเป็นพลเมืองของสังคม
รวมทั้งการพัฒนาคุณธรรมและจิตใจของการรับใช้ตนเองและผู้อื่นอย่างมีคุณค่า
เอ็นจีโอได้พยายามสอดแทรกและผนวกสาระด้านนี้ผสมผสานไปในกิจกรรมหลาย
ๆ ประเภทของการพัฒนา
งานส่งเสริมและพัฒนาการรวมกลุ่ม
เอ็นจีโอได้ให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มของประชาชน เพื่อทำกิจกรรมการพัฒนา
เพราะเชื่อว่าการที่ประชาชนจะสามารถช่วยตัวเองได้ดีและต่อเนื่อง จะต้องอาศัยความเป็นกลุ่มรองรับ
จึงมีการส่งเสริมและพัฒนาการรวมกลุ่มประเภทต่าง ๆ ขึ้น เช่น กลุ่มออมทรัพย์
กลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน กลุ่มสหกรณ์ร้านค้า กลุ่มธนาคารข้าว เป็นต้น
งานศึกษา
เผยแพร่ รณรงค์ เอ็นจีโอเชื่อว่าการพัฒนาสังคมเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่ทุกคนจำเป็นจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาด้วย
ดังนั้นจำต้องศึกษาให้รู้และเข้าใจถึงสภาพและสาเหตุของปัญหาทั้งในส่วนกว้างและระดับใกล้ตัวประชาชน
ผลการศึกษาดังกล่าว จะช่วยให้สามารถร่วมกันกำหนดงานกับกลุ่มเป้าหมายได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมุ่งให้ประชาชนในวงกว้างได้รับรู้ผลการศึกษา และงานนี้ทำเพื่อให้สาธารณชนเกิดการตระหนัก
ยอมรับ เข้าใจ และมีส่วนช่วยแบ่งเบางานพัฒนาของสังคม ทั้งด้านป้องกันและแก้ไข
ภารกิจด้านนี้เอ็นจีโอกระทำล้ำหน้ากว่าภาคราชการ เพราะมีความยืดหยุ่นสูง
ข้อจำกัดน้อยกว่า จึงมักจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยเฉพาะกับผู้มีอิทธิพลหรือส่วนราชการได้
งานริเริ่มผลักดันและเสนอแนะทางเลือก
เอ็นจีโอมักมีความฉับไวในการตัดสินใจริเริ่มกิจกรรมแบบนำร่องทดลองขึ้นก่อน
เมื่อได้ผลก็นำออกเผยแพร่เพื่อให้มีการขยายผลหรือปรับเปลี่ยนนโยบายด้านนั้น
สืบเนื่องจากเอ็น จีโอมีอิสระสูง ตลอดจนปลอดผลประโยชน์ทั้งด้านหน้าที่การงานและการเงิน
จึงสามารถทำภารกิจการผลักดัน / รณรงค์ได้อย่างรวดเร็ว หนักแน่น แม้แต่ในเรื่องการเมืองภายในและภายนอกระบบ
ทั้งในสถานการณ์ทั่ว ๆ ไปและสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน ภารกิจประเภทนี้นับวันจะมีมากขึ้นและดูเหมือนจะเป็นประเด็นสำคัญที่เอ็นจีโอถูกมองว่าทำนอกบทบาท
|