|
ร่าง
พ.ร.บ.คุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
- - - - - - - - - - -
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น
พ.ศ.
.
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
ภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายความว่าศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ทรัพยากรชีวภาพ
และองค์ความรู้ของชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ
ศิลปวัฒนธรรม หมายความว่า งานสร้างสรรค์ของกลุ่มคนในชุมชนบนพื้นฐานทางวัฒนธรรม
และสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประโยชน์ของกลุ่ม โดยสะท้อนความคิดและความคาดหวังของชุมชนนั้น
ด้วยเป็นการแสดงออกซึ่งเอกลักษณ์ทางสังคมและวัฒนธรรม มาตรฐานและคุณค่าของชุมชน
ทั้งนี้ อาจแสดงออกโดยทางเสียง การเลียน หรือโดยวิธีอื่นๆ รวมถึง
(1) เรื่องเล่าพื้นบ้าน กวีนิพนธ์พื้นบ้าน และปริศนาพื้นบ้าน
(2) เพลงพื้นบ้านและดนตรีพื้นบ้าน
(3) ฟ้อนรำพื้นบ้านและละครพื้นบ้าน
(4) ผลผลิตของศิลปพื้นบ้าน เช่น จิตรกรรมพื้นบ้าน ประติมากรรมพื้นบ้าน
หัตถกรรมพื้นบ้าน เครื่องแต่งกายพื้นบ้าน และสิ่งทอพื้นบ้าน
ทรัพยากรชีวภาพ หมายความว่า ทรัพยากรพันธุกรรม, สิ่งมีชีวิตหรือส่วนใดๆ
ของสิ่งมีชีวิต หรือองค์ประกอบที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน์ของชุมชนหรือท้องถิ่นนั้น
ซึ่งมีประโยชน์หรือคุณค่าต่อมนุษยชาติ
องค์ความรู้ของชุมชนท้องถิ่น หมายความว่า พื้นความรู้ความสามารถ
วิธีการ หรือเทคโนโลยีที่มีการสืบต่อกันมา รวมทั้งเทคโนโลยีหรือวิธีการใดๆ
ที่ใช้ระบบชีววิทยา หรือสิ่งมีชีวิต หรือนุพันธุ์ของสิ่งเหล่านั้น
มาใช้ หรือปรับปรุงเพื่อเกิดประโยชน์ต่อสินค้าและบริการ
เจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่น หมายความว่า ผู้ค้นพบ คิดค้น สร้างสรรค์
ศิลป วัฒนธรรมพื้นบ้าน ทรัพยากรชีวภาพ หรือองค์ความรู้ของชุมชนท้องถิ่น
และให้หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
การหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หมายความว่า การแสวงหาผลประโยชน์โดยการขาย
ให้เช่า หรือโดยการกระทำอื่นใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใด
และให้หมายความรวมถึงการนำเสนอเพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ด้วย
ศาล หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการภูมิปัญญาท้องถิ่น
กรรมการ หมายความว่า กรรมการภูมิปัญญาท้องถิ่น
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่องธิบดีทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย
รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวง
กฎและระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
หมวด 1 การคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น
มาตรา 5 ภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นย่อมโอนให้แก่กันได้
เจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นมีสิทธิที่จะเอาไป หรือใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
หรืออนุญาตให้บุคคลอื่นเอาไปหรือใช้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดเพื่อรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นดังกล่าวต่อไปได้
การโอนภูมิปัญญาท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งซึ่งมิใช่มรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน
ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
มาตรา 6 การละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้
ได้แก่ การกระทำที่เป็นการเอาไปหรือใช้เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น
ทั้งนี้ผู้ละเมิดจะต้องรู้หรือมีเหตุอันคสรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำละเมิดสิทธิของเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น
มาตรา 7 การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้แก่ภูมิปัญญาท้องถิ่น
มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่น
(1) การใช้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยบุคคลที่ได้ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยทางนิติกรรม
โดยไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้มาโดยการละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่นของบุคคลอื่น
(2) การใช้ประโยชน์ในภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการวิจัยหรือศึกษาโดยหน่วยงานของรัฐ
มาตรา 8 ผู้ใดเก็บ จัดหา รวบรวมซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น
เพื่อการปรับปรุง ศึกษา ทดลอง หรือวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการค้า จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
และทำข้อตกลงแบ่งปัญผลประโยชน์ โดยให้นำเงินรายได้ตามข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ส่งเข้ากองทุนคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น
ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(1) วัตถุประสงค์ของการเก็บหรือรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น
(2) จำนวนหรือปริมาณของตัวอย่างภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ต้องการ
(3) ข้อผูกพันของผู้ที่ได้รับอนุญาต
(4) การกำหนดความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาในผลงานการปรับปรุง ศึกษา
ทดลอง หรือวิจัยที่ได้มาจากการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในข้อตกลง
(5) การกำหนด จำนวน อัตรา และระยะเวลาการแบ่งปันผลประโยชน์ตามข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในข้อตกลง
(6) อายุของข้อตกลง
(7) การยกเลิกข้อตกลง
(8) การกำหนดวิธีการระงับข้อพิพาท
(9) รายการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 9 ผู้ใดทำการศึกษา ทดลอง หรือวิจัยซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของภูมิปัญญาท้องถิ่นดังกล่าวทิ่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการค้าให้ปฏิบัติตามระเบียบตามที่คณะกรรมการกำหนด
หมวด 2 สิทธิ
มาตรา 10 เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าผู้ใดละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่น
เจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกหรือกำลังจะถูกละเมิดสิทธินั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้
(1) ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นระงับหรือละเว้นการละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นเป็นการชั่วคราว
และ
(2) ฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งห้ามมิให้ผ็นั้นละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่น
และฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่นได้
การใช้สิทธิตาม (1) อาจกระทำได้ก่อนการฟ้องคดีตาม (2)
มาตรา 11 ก่อนที่จะใช้สิทธิตามมาตรา 10 เจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูก
หรือกำลังจะถูกละเมิดในภูมิปัญญาท้องถิ่นและคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งอาจตกลงกันเพื่อขอให้คณะกรรมการทำการไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมข้อพิพาทเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้
แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งที่จะนำข้อพิพาทไปสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการหรือนำคดีไปสู่ศาล
หากการไกล่เกลี่ยหรือการประนีประนอมข้อพิพาทดังกล่าวไม่อาจตกลงได้
การยื่นคำขอและวิธีพิจารณาในการไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมข้อพิพาทของคณะกรรมการตมวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 12 ห้ามมิให้ฟ้องคดีละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่นเมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่เจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกละเมิดสิทธิรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้กระทำละเมิด
แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีการละเมิด
หมวด 3 การพิจารณาคดีเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น
มาตรา 13 เมื่อเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นฟ้องคดีขอให้ศาลพิจาณาออกคำสั่งตามมาตรา
10(2) ศาลมีอำนจสั่งให้ผ็ละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
โดยคำนึงถึงความร้ายแรงของความเสียหาย ถ้าหากผู้ละเมิดสิทธินำภูมิปัญญาท้องถิ่นไปหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ศาลอาจพิจารณากำหนดให้ผู้ละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่นเสียค่าตอบแทนในจำนวนที่เหมาะสม
ในคำขอให้ศาลมีคำสั่งตามมาตรา 10(2) เจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นจะขอให้ศาลสั่งทำลายหรือริบสิ่งของ
เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้ใช้ในการละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยก็ได้
มาตรา 14 ในการกำหนดสินไหมทดแทนเมื่อมีการฟ้องร้องคดีตามมาตรา
10(2) ศาลมีอำนาจกำหนดตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) นอกจากกำหนดค่าสินไหมทดแทนเฉพาะในความเสียกายที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
ศาลอาจมีคำสั่งให้ผ็ละเมิดสิทธิในภูมิปัญญาท้องถิ่นคืนผลประโยชน์ที่ได้จากหรือเนื่องจากการละเมิดโดยคิดรวมเข้าไปในคาสินไหมทดแทนได้
(2) ในกรณีที่ไม่อาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนตาม (1) ได้ ให้ศาลกำหนดคาสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
มาตรา 15 การใช้สิทธิทางศาลเพื่อคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นและการพิจารณาคดีเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นนอกจากที่ได้บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
หมวด 4 คณะกรรมการภูมิปัญญาท้องถิ่น
มาตรา 16 ให้มีคณะกรรมการภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบสามคน
ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาวิทยาศษสตร์
วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรม เกษตรศาสตร์ เภสัชศาสตร์ การค้าระหว่างประเทศ
เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือสาขาอื่นใด ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้โดยในจำนวนนี้ให้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในภาคเอกชนออย่างน้อยหกคน
ให้อธิบดีเป็นเลขานุการ
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งข้าราชการกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกินสองคน
มาตรา 17 ประธานกรรมการและกรรมการต้องไม่ดำรงตำแหน่งใด
หรือมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์กรที่ดำเนินธุรกิจ
มาตรา 18 ให้ประธานกรรมการและกรรมการตามมาตรา 16
มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง
ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทหรือเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งต่อเนื่องอีกได้ไม่เกินหนึ่งวาระ
มาตรา 19 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา
18 ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะรัฐมนตรีให้ออก
(4) บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ
(5) เป็นบุคคลล้มละลาย
(6) เป็นค้นไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
(7) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8) กระทำการอันต้องห้ามตามมาตรา 17
มาตรา 20 การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป้ฯประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นการชี้ขาด
ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ใดมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่พิจารณา
ห้ามมิให้ประธานกรรมการหรือกรรมการดังกล่าวเข้าร่วมประชุมในเรื่องนั้น
มาตรา 21 คณะกรรมการมีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) เสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นและนโยบายเกี่ยวกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณาคณะรัฐมนตรี
(2) ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและรเบียบตามพระราชบัญญัตินี้
(3) ไกล่เกลี่ยหรือประนีประนอมข้อพิพาทเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นตามที่คู่กรณีเสนอ
(4) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
มาตรา 22 คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา
วินิจฉัย หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้
ให้นำมาตรา 20 มาใช้เป็นข้อบังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา 23 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่กรณีตามมาตรา
21 (3) ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือข้อมูลหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ
มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น
คำสั่งตามวรรคหนึ่ง ต้องระบุรายละเอียดให้ชัดแจ้งว่าคณะกรรการประสงค์จะให้บุคคลดังกล่าวมาให้ถ้อยคำหรือข้อมูลหรือส่งเอกสารวัตถุเพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องใด
มาตรา 24 หนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใดที่มีถึงบุคคลใดเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ ภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่หรือสถานที่ทำการของบุคคลนั้น
หรือโดยวิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีที่ไม่สามารถส่งตามวิธีดังกล่าวในวรรคหนึ่งได้หรือบุคคลนั้น
หรือที่บ้านที่บุคคลนั้นมีชื่อที่อยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรครั้งสุดท้าย
หรือจะโฆษณาข้อความย่อในหนังสือพิพม์ที่จำหน่ายเป็นปกติที่นั้นก็ได้
เมื่อได้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าวข้างต้นแล้ว ให้ถือว่าบุคคลนั้นได้รับหนังสือแล้ว
ให้ถือว่าบุคคลนั้นด้รับหนังสือแล้ว
วิธีการส่งหนังสือเรียก หนังสือแจ้ง หรือหนังสืออื่นใด และสิทธิในการโต้แย้งของผู้มีส่วนได้เสีย
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 25 ให้กรมทรัพย์สินทางปัญญามีอำนาจหน้าที่ในการปฏบัติงานโดยทั่วไปเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นตามพระราชบัญญัตินี้
และรับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาหาข้อมูลและดำเนินกิจการต่างๆ
ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ ตลอดจนดำเนินการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏบัติบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
และปฏิบัติงานอื่นๆตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา 26 ในการปฏบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้ปรธานกรรมการและกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด 5 พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 27 ในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับคดีอาญาตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) เข้าไปในอาคาร สถานที่ทำการ สถานที่ผลิต สถานที่เก็บสินค้าหรือยานพาหนะใดเพื่อตรวจค้น
หรือตรวจสอบเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีสิ่งของที่ได้มา หรือได้ผลิตขึ้นโดยการกระทำความผิด
หรือได้ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ประกอบกับมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นใด
เอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสียก่อน
ทั้งนี้ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่นั้น
(2) ยึดหรืออายัดเอกสาร หรือสิ่งของที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดได้ไม่เกินสามเดือนเพื่อประโยชน์ในการดำเนินดคี
ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 28 ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องคำนวณความสะดวกตามสมควร
มาตรา 29 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 27 พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
บัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตมแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 30 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด 6 กองทุนคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น
มาตรา 31 ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่ง เรียกว่า
กองทุนคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น ในกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการที่เกี่ยวกับการวิจัย
และการพัฒนาพันธุ์พืชประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินดังต่อไปนี้
(1) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการจดทะเบียนชุมชนเพื่อคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้น
(2) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(3) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
(4) ดอกผลและผลประโยชน์อื่นใดที่เกิดจากกองทุน
เงินและทรัพย์สินอื่นตามวรรคหนึ่งให้ส่งเข้ากองทุนโโยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
มาตรา 32 เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการดังต่อไปนี้
(1) ช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใดๆ ของชุมชนที่เกี่ยวกับการวิจัยและการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น
(2) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เพื่ออุดหนุน การวิจัย และการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น
การบริหารกองทุนและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
มาตรา 33 ให้มีคณะกรรมการกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกรรมการ
และบุคคลอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งไม่เกินเจ็ดคนเป็นกรรมการ และอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา 34 ให้คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา
32 ต่อคณะกรรมการ
(2) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดสรร ขอเงินช่วยเหลือ
หรือขอเงินอุดหนุนจากกองทุน
(3) พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา
32 ทั้งนี้ตามแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา 35
มาตรา 36
มาตรา 37 ให้คณะกรรมการกองทุนมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา
35 ต่อคณะกรรมการ
(2) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดสรร ขอเงินช่วยเหลือหรือขอเงินอุดหนุนจากกองทุน
(3) พิจารณาจัดสรรเงินกองทุนเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา
35 ทั้งนี้ตามแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญที่คณะกรรมการกำหนด
(4) พิจารณาอนุมัติคำขอรับการส่งเสริมและช่วยเหลือตามมาตรา 35
(5) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา 38 ให้นำความในมาตรา 21 และมาตรา 22 มาใช้บังคับแก่วาระ
การดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม ให้นำความในมาตรา
23 มาบังคับใช้แก่การประชุมของคณะกรรมการกองทุนโดยอนุโลม
มาตรา 39 ให้จัดสรรเงินจากกองทุนคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นในส่วนที่ได้รับจากการใช้ประโยชน์ภูมิปัญญาท้องถิ่นตามข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ตามมาตรา
14 ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นแหล่งนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
หมวด 7 บทกำหนดโทษ
|