|
คำประกาศวาระประชาชน
ตลอด 60 ปี แม้ระบบรัฐสภา จะเปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วม แต่ประชาชนยังอยู่ชายขอบรัฐนำเอาการเมืองไป
สวามิภักดิ์กับกลไกภายนอก การเมืองเอาการเลือกตั้งเป็น ตัวชี้วัดเป็นระบบที่มีการฉ้อฉลมากที่สุด
การเมืองภาค ประชาชน ควรควบคู่กับไปกับการเมืองรัฐสภา รัฐยังกลไกทุน
ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและสิทธิ เสรีภาพ และชีวิตของประชาชน
ในด้านการประมง ตั้งแต่แม่น้ำมูลถึงฝั่งทะเลภาคตะวันออก ภาคใต้เดือดร้อนจากการพัฒนาของรัฐ
จากการสร้างเขื่อน โรงงาน โรงไฟฟ้า ทรัพยากรเสื่อมโทรม สัตว์น้ำสูญหาย
เมื่อภาคชนบทล้มเหลว ชาวบ้านอยากไร้ ต้อง อพยพสู่เมือง แต่กลับเจอปัญหาใหญ่ขึ้น
ชุมชนแออัด ในปัจจุบันมีอยู่ทั้ง 65 จังหวัด ประชาชนกลายเป็นผู้บุกรุก
ทั้งที่เป็นผู้บุกเบิกสร้างเมือง ในแผน พัฒนาของรัฐทุกแผน มีการส่งเสริมการส่งออก
แต่ประชาชนที่เป็นแรงงานมิได้มีชีวิตที่ดีขึ้น หลังปี 2540 ประเทศเป็นหนี้
แรงงานประชาชนต้องช่วย รัฐบาลใช้หนี้ คนงานถูกปลดออกเรื่อยๆ และถูกละเมิดสิทธิความ
เป็นคน เมื่อพ่อแม่ตกงานก็เกิดผลกระทบต่อลูกๆ และคนแก่เฒ่าในภาคชนบท
มีการจ้างแรงงานต่างด้าว และ แรงงานเด็กเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ
สำหรับพี่น้องชนเผ่า มิได้ถูกยอมรับกับสังคม ทั่วไป เกิดปัญหาทั้งด้านสิทธิ
การศึกษา และสังคม ความผิดพลาดของการพัฒนาต่างๆ มีผลกับเด็ก มีเด็กจำนวน
มากในสังคมไทย ต้องรับปัญหาสังคม ต้องเป็นอยู่อย่างแออัด ถูกกักขัง
ติดเชื้อ HIV ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาปัญหา เด็กรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เด็กกลายเป็นระเบิดเวลา เป็นเพราะรัฐไม่ดูแลอย่างจริงจัง ไม่มีวิสัยทัศน์
และไม่สามารถมองเห็นอนาคตของ เด็กๆ ผู้หญิงถูกคาดหวังให้แบกรับภาระหน้าที่
ทั้งต่อ ครอบครัว ความเป็นแม่ ลูก และเมีย และภาระหน้าที่ทาง เศรษฐกิจ
จนไม่มีเวลาพัฒนาศักยภาพของตนเอง ซึ้งถูกนำไปเป็นข้องอ้าง ในการกีดกันผู้หญิงออกจากการมี
ส่วนร่วม ในกระบวนการทางสังคม ขณะเดียวกัน ผู้หญิงถูกกระทำอย่างรุนแรง
และถูกเลือกปฏิบัติ ผู้บริโภค ประสบปัญหาใหญ่จากสาเหตูหลักๆ จากการเร่งผลิตเพื่อส่งออก
กระแสบริโภคนิยมที่หลั่งไหลเข้ามา และปัญหา ทางด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ปัญหาผุบริโภคที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน
ในด้านสุขภาพ ก็ประสบความล้มเหลวของ ระบบการรักษาที่นำเขาจากตะวันตก
ขณะที่รากฐานเดิม ประเทศชี้ชัดว่าเราสามารถพึ่งตนเองได้ในด้านสุขภาพ
และความมั่นคงทางอาหาร
ข้อเสนอและยุทธศาสตร์ของวาระประชาชน
จากการสัมมนากลุ่มย่อยของแต่ละเครือข่ายเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2543
ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า) โดยแต่ละกลุ่มย่อยมีข้อสรุปดังนี้
การเมืองภาคประชาชน
1. ในภาคการเมืองประชาชน ประชาชนต้องร่วมมือกับรัฐเพื่อปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้น
ผ่านกลไกตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2540
2. ใช้ยุทธศาสตร์การแยกตัวจากรัฐ ต้องพึ่งตนเอง และสร้างพลังต่อรองกับรัฐ
เพิ่มความสามารถของเศรษฐกิจ ของตนเอง
3. ตรากฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมือง
4. ชนชั้นกลางกับชนชั้นล่างร่วมกันติดตามตรวจสอบ สถาบันการเมือง
5. ปฏิรูประบบราชการ ตรวจสอบงบประมาณแผ่นดิน และองค์กรปกครองท้องถิ่น
6. เคลื่อนไหวตรวจสอบการตัดสินใจของรัฐบาล และเชื่อมโยงกับองค์กรทางสังคมและแนวร่วมพันธ์มิตร
7. สร้างและยกระดับสำนึกอธิปไตยให้เยาวชน
ด้านทรัพยากร เกษตร พลังงาน และอุตสาหกรรม
1. ปรับกระบวนทัศน์และทิศทางการพัฒนา จากทุนนิยมมาสู่การมองฐานชีวิตของชุมชน
2. เปลี่ยนวิสัยทัศน์ต่อภาคเกษตรจากการค้ามาเป็นการการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน
และวัฒนธรรมท้องถิ่น
3. ปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจการผลิต ยุติแนวทางการค้าแบบเสรี พึ่งพาทุนต่างชาติ
ให้ชุมชนกำหนดทิศทางเอง
4. ออกกฎหมายปฏิรูปที่ดินให้มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม
5. ให้ชุมชนพัฒนากฎหมายการจักทรัพยากรบนหลักสิทธิชุมชน เช่นกฎหมายป่าชุมชน
น้ำเป็นต้น
6. ยกเลิกกฎหมายป่าทั้ง 5 ฉบับ ที่ขัดต่อหลักสิทธิชุมชน เอากฎหมายที่ประชาชนเสนอมาใช้แทน
7. ทบทวนร่วมกฎหมายตลาดกลางไฟฟ้า และกฎหมายกำหนดน้ำ
8. ผลักดันกฎหมายป่าชุมชนภาคประชาชนให้ผ่านสภา
9. ยุติโครงการอุตสาหกรรมที่ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและชุมชน
10. รัฐต้องจัดตั้งกองทุน ช่วยเหลือผู้ผู้ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมและโครงการต่างๆ
11. รัฐต้องยกเลิกหนี้เกษตรกรที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล จัดทีดินทำกินให้ประชาชน
12. ประชาชนต้องมีส่วนร่วมแผนพัฒนาพลังงานไฟฟ้า
13. ประชาชนมีภาระกิจด้านพัฒนาข้อมูล สร้างทีมวิชาการเพื่อศึกษาผลกระทบและนำเสนอทิศทางที่เหมาะสม
พัฒนาการเรียนรู้ สร้างสภาประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน ให้เกิดเครือข่ายองค์กรประชาชน
ที่สมดุลย์และยั่งยืน ให้ตัวแทนชุมชนแต่ละท้องถิ่น เป็นกรรมการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
และรณรงค์ต่อ สาธารณชนให้ตระหนักถึงปัญหาวิกฤติทางทรัพยากร พลังงาน
เกษตร อุตสาหกรรม และนำเสนอทางเลือกให้ เป็นประเด็นของสังคม
ทรัพยากรการประมง
1. ขยายแนวคิดการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทะเลและแหล่งน้ำอื่นๆ เพื่อสร้างเครือข่าย
ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องทรัพยากรและสิทธิชุมชน
2. รณรงค์ให้มีการปรับปรุงกฎหมายประมง ที่เป็นไปตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ
2540 เพื่อกระจายอำนาจ เคารพสิทธิชุมชนท้องถิ่น และวิถีชีวิตของพวกเขา
3. หยุดยั้งการใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายนิเวศน์แหล่งน้ำ และพืชพันธ์สัตว์น้ำ
ให้ประชาชนกำหนดมาตรการ การจัดการ ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
4. เสนอต่อพรรคการเมือง ให้มีการปรับปรุงเป้าหมายการใช้ทรัพยากรประมง
จากที่กอบโกยเพื่อประโยชน์ มาทางเศรษฐกิจ ให้ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์
และความหลากหลายโดยก้าวข้ามเส้นแบ่งการปกครอง
5. แก้ไข พรบ. การประมง 2490 ยกร่างใหม่ให้เป็นให้เป็นตามเจตนารมย์
ของรัฐธรรมนูญ
6. ปฏิรูปการทำงานของหน่วยงานราชการ เปลี่ยนจากผู้กำหนดนโยบายและผู้กุมอำนาจ
ให้มาทำงานร่วมกับ ภาคประชาชน
7. ดำเนินการป้องกันและปราบปรามอิทธิพลมืดทางทะเล
ชุมชนแออัด
1. ปัญหาที่อยู่อาศัย ให้ปฏิรูปการจัดเก็บภาษีที่ดิน โดยใช้อัตราก้าวหน้า
ชำระกฎหมายที่ดิน รัฐต้องออก พรบ. ชุมชนแออัด ฉบับชาวบ้าน ยกเลิกกฎหมาย
ให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดิน เกิน 30 ปี และรัฐควรนำที่ดินของ รัฐมาแก้ไขปัญหาคนเมือง
เร่งตั้งกรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดระดับชาติ ยุติการแก้ปัญหาโดยวิธีรุนแรง
2. ปัญหาสาธารณูปโภค รัฐต้องออกทะเบียนบ้าน ให้ชาวชุมชนแออัดโดยไม่มีเงื่อนไข
3. ปัญหาสังคม รัฐต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง ในการให้การศึกษาขั้นพื้นฐาน
12 ปี ต้องดูแลคนชรา ปราบปรามยาเสพติด อย่างจริงจัง ต้องมีการประกันการว่างงาน
ให้คนตกงาน แรงงานนอกระบบและเด็ก ที่ถูกทอดทิ้ง
แรงงาน
1. ให้รัฐออกกฤษฎีกาประกันการว่างงาน
2. ให้รัฐออก พรบ. คุ้มครองสุขภาพความปลอกภัยอย่างเร่งด่วน
3. ให้รัฐปฏิรูปกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ให้มีฉบับเดียวซึ่งคุ้มครองเสรีภาพเอกชนและถาครัฐวิสาหกิจอย่างเท่าเทียม
4. ให้รัฐปรับปรุงคุ้มครองกฎหมายแรงงานและประกันสังคมครอบคลุมถึงแรงงานนอกระบบ
5. คุ้มครองแรงงานต่างชาติ ให้อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายทุกฉบับ
6. ยกเลิกการขายรัฐวิสาหกิจทั้งหมด
ชนเผ่า
1. ยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธ์ ว่าสร้างสังคมไทย คือยอมรับความเป็นมนุษย์
2. ชนเผ่ามิใช้คนต่างด้าว ควรได้รับสิทธิ อย่างเท่าเทียม ในการได้รับสัญชาติไทย
3. ชาวเขาอยู่กับป่าได้ด้วยภูมิปัญญา ในการรักษาและใช้ชีวิตอยู่กับป่า
4. ชนเผ่าควรมีสิทธิในการจักการศึกษาของตนเอง มีการจัดหลักสูตรท้องถิ่น
สามารถเข้าถึงการศึกษาทั้งในและนอกระบบ
5. ยกเลิกแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม และการควบคุมพืชเสพติดบนที่สูง
ให้ใช้แผนพัฒนาฉบับปกติ และชาวเขาต้องมีส่วนร่วมกำหนด
เครือข่ายเด็ก
1. ยกเรื่องเด็กเป็นวาระแห่งชาติ ยอมรับว่าเด็กเป็นศูนย์กลางการพัฒนา
และอนาคตของชาติ ที่จะดูแลทรัพยากรความเป็นไทย
2. รณรงค์ให้ผู้บริหารประเทศหรือผู้นำระดับสูงเห็นความสำคัญเรื่อง
เด็กอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีคนต่อไปต้องเป็นผู้นำ ในการพัฒนาคน
เช่นประธานคณะกรรมการเยาวชนแห่งชาติ ฯลฯ
3. เครือข่ายทุกเครือข่าย ของประชาชน เป็นศูนย์กลางการพัฒนา
เครือข่ายสตรี
1. มีกระบวนการสร้างเสริมทัศนคติที่ส่งเสริมให้เกิดการลงโทษต่อผู้หญิง
2. สร้างมาตราการที่ส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของผู้หญิงในการกำหนดนโยบาย
และแผนพัฒนาทุกระดับ
3. ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่ละเมิดสิทธิผู้หญิง
4. จัดสรรงบประมาณในการทำงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงอย่างเพียงพอ
เช่น จัดสรรงบประมาณการคุ้มครองผู้หญิงที่ประสบความรุนแรง , จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด
, การติดเชื้อเอดส์ , จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนองค์กรที่ทำงานต่อเนื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
5. พัฒนาส่งเสริมกลไก เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงจากการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงทุกรูปแบบ
บนพื้นฐานศักยภาพ ภูมิปัญญาของผู้หญิงอย่างแท้จริง
6. จักสวัสดิ์การและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ มีหลักประกันทางสังคม มีมาตรการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ
ในสถานที่ทำงาน
7. ยอมรับว่าอาชีพบริการทางเพศเป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย
เครือข่ายผู้บริโภค
1. ผลักดันให้เกิดกฎหมายลูก ตามมาตรา 57 ของรัฐธรรมนูญ 2540 โดยเฉพาะการจัดตั้งองค์กรอิสระผู้บริโภค
ให้เป็นจริง และมีผู้แทนจากองค์กรผู้บริโภคเป็นกรรมการ
2. สร้างกลไกที่จะช่วยเหลือผู้บริโภค เช่นการตั้งศาลผู้บริโภค
3. ผลักดันให้เกิดกองทุนผู้บริโภค เพื่อสร้างความเข็มแข็ง ให้ผู้บริโภค
และองค์กรที่เกี่ยวข้อง
สุขภาพคนจน
1. ต้องมีการฐานชีวิตที่มั่นคงในเรื่องปัจจัย 4 รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ
และภูมิปัญญา เช่นอาหาร ที่อยู่อาศัย พืชพันธ์สมันไพร โดนรัฐจะต้องประกาศหลักการที่ชัดเจนต่อการสนับสนุน
เรื่องเหล่านนี้
2. กระบวนการเรียนรู้ และการสร้างองค์กรความรู้เกี่ยวสุขภาพต้องมาจากประชาชนโดยเฉพาะ
การยกระดับระบบการแพษย์ พื้นบ้านให้ทัดเทียมการแพษย์ปัจจุบัน และการแพษย์แผนไทย
3. การพัฒนาทัศนคติ ค่านิยมและพฤติกรรมด้านสุขภาพ ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่การดูแลสุขภาพเพื่อการพึ่งพาตนเอง
4. ต้องมีการสนับสนุนกระบวนการองค์กรชุมชนให้เป็นเครือข่าย ประชาคมร่วมกันอย่างชัดเจน
ทังระดับแนวราบและแนวตั้ง 5. ต้องมีการยกร่างนโยบาย และกฎหมายจากประชาชนอย่างน้อย
2 ฉบับ ได้แก่กฎหมายประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่มุ่งให้ประชาชนมีความเท่าเทียมกัน
ในการได้รับบริจาคจากรัฐ และกฎหมายสุขภาพแห่งชาติ ที่ต้องปฏิรูป แนวคิด
ให้เป็นสุขภาพองค์รวม ใช้ภูมิปัญญา และเทคโนโลยีพื้นบ้าน รวมทั้งคำนึงถึงสิทธิปัจเจกและชุมชน
6. ทุกเครือข่ายต้องให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพ
การศึกษา
1. ยุทธศาสตร์ ให้การศึกษาเป็นเครื่องมือถ่ายทอดอุดมการณ์ทางการเมือง
เศษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อไปกำหนดอุดมการณ์ของรัฐ
2. ให้การศึกษาเป็นเครื่องมือพัฒนาการของมนุษย์ถึงระดับปัจเจกบุคคล
3. ให้การศึกษาเป็นเครื่องมือ สร้างองค์ความรู้อย่างหลากหลาย เพื่อส่งเสริมศักยภาพของมนุษย์ครอบครัว
และชุมชน โดยมียุทธวิธี ดังนี้ คือ
1. ลดอำนาจการจัดการของรัฐ ให้ชุมชนมีสิทธิเสรีภาพในการจัดการศึกษาของตนเองได้
โดยรัฐให้ความสันสนุน
2. การศึกษษต้องหลากหลาย และมีขนาดเล็ก แก้ไขปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเด็กและชุมชน
3. ชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
4. มีกระบวนการที่ทำให้ พรบ. การศึกษาแห่งชาติ 2542 หมวด 2,3,4, สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
5. มาตรฐานการศึกษา ต้องกำหนดโดยประชาชน และมีความหลากหลาย สร้างให้เข้าถึงความจริง
และไม่ต้องกีดกัน หรือปิดกั้นโอกาสในการศึกษาของครอบครัว ชนเผ่า หรือสถานศึกษาที่ไม่ได้รับการยอมรับ
มาตรฐานจากรัฐ
6. ผู้ที่จบจากสถาบันที่ไม่ใช่ของรัฐต้องเที่ยบโอนและได้ศักดิ์และสิทธิเท่ากับสถาบันของรัฐ
7. สถาบันการศึกษาทางเลือกของประชาชน ต้องการสนับสนุนจากรัฐ
8. ประชาชนต้องมีส่วนกำหนดคุณสมบัติของรัฐมนจรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เสียงคนจน
1. ยุติการใช้อำนาจข่มขู่ ละเมิดสิทธิในกรณีพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน
2.ให้มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมิให้ละเมิดสิทธิเสรีภาพ
เกิดการสูญเสียที่ดิน และอาชีพ
3.รัฐต้องจัดสวัสดิ์การ สังคมให้เกษตรกร คนจน ให้เสมอภาคกับภาคอื่นๆ
4. คุ้มครองผู้ผลิตรายย่อย ไม่ให้บริษัทใหญ่ และผู้ลงทุนข้ามชาติ เข้ามาครอบครองประชาชนต้องกำหนดอนาคตของตนเอง
สื่อภาคประชาชน
1. ปฏิรูปสื่อของรัฐ ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนและสาธารณะมิใช่เป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อ
2. ยอมรับสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน สื่อต้องกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้
และเห็นความสำคัญของภาคประชาชน
3. กำหนดมาตรการที่จะให้สื่อรักษาสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
4. กำหนดวาระในการมีในการมีสื่อทางเลือกของประชาชนให้ครอบคลุมทุกท้องถิ่น
และกลุ่มคนต่างๆ ให้คนชายชอบมีโอกาศในการศึกษาและสื่อสารกับประชาชนกลุ่มอื่นๆ
5. ป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบ ในกลุ่มผู้บริโภค
6. รัฐต้องพิทักษ์สิทธิเสรีภาพ ของประชาชน
7. การจัดการสื่อต้องให้เป็นไปตามปรัชญา ในการสื่อสารระหว่างกลุ่ม
ต่างๆ ให้มีดุลยภาพร่วมกัน
หนี้สิน
1. ไม่ยอมรับสภาพหนี้ที่ไม่เป็นธรรม ที่ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมทั้งกับประเทศและประชาชน
2. ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากากรก่อหนี้ ให้กับทรัพยากรและประชาชน
3. ยุทธศาสตร์การพัฒนา โครงการก่อหนี้ไม่สามารถสร้างหลักประกันให้กับประชาชน
4. ต้องสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน
5. ความเข็มแขงของประชาชน มีความสำคัญต่าการยุติการก่อหนี้
6. รัฐต้องยุติการก่อหนี้ เพิ่มและทบทวนนโยบายแนวทาง
7. รัฐต้องแก้กฎระเบียบ ที่สร้างเงื้อนไขการเป็นหนี้
8. ปรับปรุงการเก็บภาษี
9. ปรับปรุงระบบราชการ เพิ่มประสิทธิภาพ
10. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
11. ประชาชนต้องมีการตั้งกลไก ติดตามตรวจสอบ รณรงค์เรื่องปัญหาหนี้
ประสานกับองค์กรทั้ง ในและนอกประเทศ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเมือง
|